จากแผ่นไวนิลถึงสตรีมมิ่ง โอกาสที่ไม่สิ้นสุดของวงการเพลงในวันที่ดิจิทัลเข้ามาแทนที่อะนาล็อก

The Sky is No Limit
ใครบอกว่าวงการแฟชั่นนั้นเป็นวงการที่อยู่กับความเปลี่ยนแปลงและมาเร็วไปเร็วที่สุด แต่หากเราลองนึกถึงการเปลี่ยนแปลงในแวดวงอื่นๆ หลังการเข้ามาของดิจิทัล เราก็จะรู้ว่าทุกๆ แวดวงล้วนได้รับผลกระทบนี้ และต่างก็ต้องปรับตัวรับความมาเร็วไปเร็วไม่แพ้กันเลย
ในขณะที่แวดวงสิ่งพิมพ์ได้รับผลกระทบอย่างหนักจนมีนิตยสารหลายหัวและร้านหนังสือหลายแห่งต้องปิดตัวลงอย่างน่าใจหาย เวลาเดียวกันเราก็เห็นร้านขายแผ่นเสียง ซีดี รวมถึงค่ายเพลงยักษ์ใหญ่ก็ทยอยปิดตัวตามกันไปเช่นกัน นั่นคือสัญญาณบ่งบอกถึง ‘คอนเทนต์’ หรือเนื้อหาทั้งในรูปแบบของงานเขียนและงานดนตรี ได้เปลี่ยนไปสู่แพลตฟอร์มใหม่อย่างสิ้นเชิง และเราเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ได้ชัดเจนตั้งแต่ช่วงก่อนปี 2000

ในฐานะคนยุคมิลเลนเนียลส์ ฉันเติบโตมากับยุคที่เทปคาสเซ็ตเฟื่องฟู คำว่า ‘ยอดขายล้านตลับ’เป็นสิ่งที่บ่งชี้ถึงความสำเร็จของศิลปิน ยุคนั้นดีเจตามคลื่นวิทยุมีอิทธิพลมากในการจัดสรรคัดเลือกเพลงมาสู่หูคนฟัง ค่ายเพลงยักษ์ใหญ่มีอิทธิพลมากต่อการทำงานของศิลปิน เราคุ้นเคยกับศิลปินนักร้องในฐานะโปรดักต์ที่ต้องมีแพ็กเกจจิ้งที่สวยงามและความสามารถอาจจะเป็นเรื่องรอง แต่ถัดมาไม่กี่ปี กระแสดนตรีอินดี้เริ่มผุดขึ้นทั่วโลกรวมถึงเมืองไทย เริ่มมีนักดนตรีที่สร้างสรรค์งานเพลงเองโดยไม่ง้อค่าย เริ่มมีค่ายอินดี้เล็กๆ เกิดขึ้น เริ่มมีดนตรีทางเลือกที่ไม่ใช่กระแสหลัก และเริ่มมีคลื่นวิทยุที่ให้พื้นที่กับเพลงหรือศิลปินนอกกระแสมากขึ้น แต่นั่นก็มาพร้อมการเปลี่ยนแปลงในการบันทึกเสียง มาสู่ยุคของซีดีและไฟล์ mp3
“แวดวงดนตรีรุ่งเรืองมากในช่วงปลายยุค ’80s จนถึงปลาย ’90s ตอนที่ซีดีเข้ามาเต็มตัวถือเป็นยุคที่รุ่งเรืองที่สุด ทุกวันนี้คนก็ยังร้องเพลงสมัย ’90s กันอยู่ซึ่งกลายเป็นเพลงอมตะ สำหรับเมืองไทยเอง ตอนนั้นเป็นจุดเริ่มต้นของค่ายเบเกอรี่มิวสิก ถือเป็นจุดสูงสุดของทั้งความครีเอทีฟและธุรกิจของวงการเพลงเมืองไทยเลยก็ว่าได้ครับ จนกระทั่งช่วงปี 2002-2003 ด้วยการเข้ามาของเทคโนโลยี ก็มีรูปแบบไฟล์ mp3 เกิดขึ้น เป็นความพยายามที่จะบีบอัดไฟล์ (compress) ให้เล็กลง เพื่อที่จะได้นำเพลงเข้าไปอยู่บนอินเตอร์เน็ตได้ง่ายขึ้น แล้วในหนึ่งแผ่นซีดีก็ยังบรรจุเพลงได้เป็นร้อย มากกว่าเดิมหลายเท่า ทำให้เกิดการก็อปปี้เพลงไปขายนอกระบบ ยุคนั้นเรียกกันว่ายุคซีดีเถื่อน ทำให้ธุรกิจเพลงเขวไปเลย เพราะค่ายขายเพลงไม่ได้ ศิลปินไม่มีเงิน รัฐเองก็ไม่มีมาตรการในเรื่องเหล่านี้อย่างจริงจัง” พอล สิริสันต์ Managing Director ค่ายเพลงระดับสากล ยูนิเวอร์แซล มิวสิค ประเทศไทย ที่เป็นทั้งดีเจเปิดแผ่นในคอนเสิร์ตและปาร์ตี้ต่างๆ มานานกว่า 24 ปี นั่งคุยกับเราถึงประเด็นนี้
พอลสนใจด้านวัฒนธรรมเพลงและเติบโตมากับวงการอินดี้และฮิปฮอป ใช้ชีวิตทั้งในเมืองไทย ออสเตรเลีย สหรัฐอเมริกา และอังกฤษ ปัจจุบันเขาประสบความสำเร็จทั้งในโลกธุรกิจและยังคงทำงานด้านดีเจควบคู่กันไป จึงถือว่าเป็นผู้หนึ่งที่ได้รับรู้อย่างใกล้ชิดและอยู่กับความเปลี่ยนแปลงของวงการดนตรีในช่วงสำคัญๆ มาตลอด “ในยุคซีดีเถื่อนระบาด ทางฝั่งโลกตะวันตกเขามีสตีฟ จ็อบส์ (Steve Jobs) ผู้ก่อตั้งแอปเปิ้ลซึ่งได้พัฒนา iTunesขึ้น เป็นแพลตฟอร์มที่สามารถซื้อเพลง mp3 ได้อย่างถูกกฎหมาย แต่ในเมืองไทยยังไม่เข้ามา คนที่ต้องการฟังเพลงแบบถูกลิขสิทธิ์จริงๆ ตอนนั้นจึงหายากมาก ธุรกิจเพลงก็เลยย่ำแย่ขึ้นเรื่อยๆ นักดนตรีและค่ายเพลงต้องหาทางเลี้ยงตัวเองด้วยการเล่นคอนเสิร์ต แต่ก็ทำให้ Live Show เป็นธุรกิจที่เติบโตอย่างมากในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา และศิลปินก็ไม่ใช่แค่นักดนตรีอย่างเดียว แต่พัฒนาไปเป็น endorser ทำงานกับแบรนด์ หรือมีผลงานเพลงที่ไม่ได้เปิดแค่ในวิทยุเพื่อความบันเทิง แต่ไปเป็นเพลงประกอบโฆษณา รองรับกระแสคอมเมอร์เชียลมากขึ้น ถูก diversifiedหรือทำให้เกิดความหลากหลายไปในหลายๆ ธุรกิจ”
แบรนด์แฟชั่นหลายๆ แบรนด์นอกจากจะสนับสนุนวิชวลอาร์ทิสต์แล้ว ก็ยังสนับสนุนนักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง และทำโปรเจ็กต์ร่วมกับพวกเขาเยอะมาก บ้างก็ร่วมงานในแคมเปญ คอลเลกชั่น และบ้างก็ได้รับเชิญให้เป็นแบรนด์แอมบาสเดอร์หรือเฟรนด์ของแบรนด์ ที่เห็นได้ชัดคือคานเย เวสต์ (Kanye West) เจ้าพ่อเพลงฮิปฮอปที่ตั้งแต่เปิดตัวอัลบั้มแรกก็เป็นที่สนใจทั้งในเรื่องผลงานเพลงและการแต่งตัว จนได้ร่วมงานกับรองเท้ารุ่นพิเศษของไนกี้ ไปจนถึงการจับมือออกแบบกับรองเท้าแบรนด์ญี่ปุ่น บาธทิง เอป (Bathing Ape) และหลุยส์ วิตตอง (Louis Vuitton) ก่อนที่เขาจะมาทำแบรนด์เสื้อผ้าเป็นของตนเอง
ในขณะที่ฟาร์เรล วิลเลียมส์ (Pharrel Williams) โปรดิวเซอร์ชื่อดัง นอกจากมีแบรนด์ของตัวเองอย่างBillionaire Boys Club ซึ่งมีโปรเจ็กต์กับอะดิดาสบ่อยครั้งแล้ว เขายังเคยเดินแฟชั่นโชว์ให้กับชาเนล (Chanel) ร่วมออกแบบในหลายๆ คอลเลกชั่น ทั้งสนีกเกอร์หนัง แว่นกันแดด สเว็ตเตอร์ผ้าฝ้าย โท้ตแบ็กปักลาย และล่าสุดเมื่อปีที่แล้วเขาได้เรียบเรียงดนตรีให้กับภาพยนตร์สั้นที่กำกับโดยคาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ด้วย ส่วนที่ได้รับความสนใจมากสุดๆ ตอนนี้ ก็คือ Harry Styles หนุ่มหล่อที่ได้รับเลือกเป็นเฟซของกุชชี่ (Gucci)ทั้งร่วมงานในแคมเปญระดับโลก สวมใส่กุชชี่โททัลลุคไปงาน MET Gala 2019 และเมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมาก็ได้ไปร่วมแสดงในงานปาร์ตี้ของGucci Cruise 2020 ที่ Palazzo Brancaccio ที่กรุงโรม อิตาลี “ทุกวันนี้ศิลปินไม่ใช่แค่คนที่ร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรีได้ แต่กลายเป็นแบรนด์หนึ่งแบรนด์ที่สามารถ co กับแบรนด์อื่นๆ ได้ เป็นธุรกิจแห่งความคิดสร้างสรรค์ เรียกว่าเป็นช่องทางใหม่ๆ ในการทำเงิน ทำให้ธุรกิจดนตรีก็เติบโตขึ้นไปด้วย” พอลกล่าวเสริม
สำหรับพฤติกรรมการฟังเพลง ปัจจุบันเรามี Youtube ที่ใครในโลกที่ไหนก็ได้สามารถอัดวิดีโอและโชว์ผลงานของตัวเองได้โดยไม่ต้องรอความเห็นชอบจากใคร ทั้งยังมีแอปพลิเคชันอย่าง Spotify, Apple Music, Jooxที่ในเมืองไทยเองคนก็นิยมฟังเพลงบนสตรีมมิ่งมากขึ้น เรียกว่าสมัครสมาชิกแล้วก็เข้าไปฟังเพลงได้เป็นล้าน ทุกแนวไม่จำกัดเฉพาะศิลปินที่มีชื่อเสียง แต่ยังรวมไปถึงศิลปินหน้าใหม่ๆ ที่ทำเพลงกันเอง ขายกันเอง ตรงนี้ก็กลายมาเป็นพื้นที่ให้พวกเขาได้แสดงออกและมีช่องทางอาชีพมากขึ้น มีข้อมูลว่าแอปฯสตรีมมิ่งเหล่านี้ช่วยกระตุ้นรายได้ในแวดวงดนตรีในประเทศไทยเพิ่มขึ้นถึง 17% เมื่อปีที่ผ่านมา ซึ่งเป็นยอดสถิติการเพิ่มที่สูงที่สุดในรอบ 15ปีที่ผ่านมา
แม้จะยังมีกระแสต่อต้านจากศิลปินบางกลุ่มบ้างที่ออกมาบอกว่าแพลตฟอร์มผู้ให้บริการเพลงออนไลน์เหล่านี้แบ่งสัดส่วนรายได้ให้ศิลปินน้อยเกินไปจนดูเหมือนเศษเงิน แต่สุดท้ายก็ขึ้นอยู่กับทัศนคติของศิลปินแต่ละคน สังเกตว่าหากเป็นศิลปินยุคเก่าๆ ที่ดังมาก่อนยุค’90s พวกเขามักจะต่อต้านดิจิทัลและมองว่าดนตรีเป็นงานศิลปะอันน่าหวงแหนที่ไม่ควรจะโดนอินเทอร์เน็ตมาฉกฉวยผลประโยชน์ไป แต่ถ้าเป็นศิลปินใหม่ๆ ที่แจ้งเกิดหลังยุค 2000 พวกเขามักจะมองว่าดิจิทัลคือแพลตฟอร์มที่ทำให้พวกเขาได้แจ้งเกิด บางคนทำเพลงเอง อัดเสียงเองลง Youtube แล้วก็สร้างชื่อเสียงได้ด้วยตัวเองโดยไม่ง้อค่าย ไม่ง้อสตูดิโอ และแม้แต่ระดับค่ายเพลงบางค่ายเขาก็รีบนำมิวสิกวิดีโอตัวใหม่ๆ มาเผยแพร่ลงบน Youtube ในทันทีที่ออกมาด้วยซ้ำเพราะมองว่าเป็นช่องทางการโปรโมต

แน่นอนเราต้องยอมรับว่าวันนี้โลกดิจิทัลได้เข้ามาเปลี่ยนไลฟ์สไตล์ของเราทุกคนไปอย่างสิ้นเชิง และทุกอย่างก็มาพร้อมข้อดีและข้อเสีย อยู่ที่ใครจะเลือกใช้และปรับตัวแบบไหน ไม่ว่าจะเป็นจากเทปคาสเซ็ตมาสู่สตรีมมิ่ง หรือจากหนังสือเล่มมาสู่เว็บไซต์ แต่มนุษย์ก็ยังคงเสพศิลปะ แล่ะตราบใดที่ศิลปะยังไม่ตาย มันก็จะยังมีการเปลี่ยนแปลงต่อไปตามการเคลื่อนไหวของโลก
 

TAG

Related Stories

สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว