ปิติ “ในหลวง-พระราชินี” เสด็จทอดพระเนตรคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ นิพนธ์เพลงโดยเจ้าฟ้าสิริวัณณวรีฯ

เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒
ครั้งแรกกับคอนเสิร์ตเพลงพระนิพนธ์ในสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒
พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้ากรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ไปทอดพระเนตรการแสดงคอนเสิร์ตเฉลิมพระเกียรติ  “Four Royal Orchestral Suites for His Majesty King Rama X” เนื่องในโอกาสมหามงคลพระราชพิธีบรมราชาภิเษก พุทธศักราช ๒๕๖๒ ซึ่งนิพนธ์และอำนวยการโดย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา บรรเลงโดยวงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (Royal Bangkok Symphony Orchestra) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๒๑ ที่ผ่านมา ณ โรงละครแห่งชาติ โดยมีนายกรัฐมนตรี พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ ภริยา รศ.นราพร จันทร์โอชา, อิทธิพล คุณปลื้ม  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม และภริยา รัชดา คุณปลื้ม  รวมทั้งคณะกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า ได้แก่ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ในฐานะประธานกรรมการมูลนิธิรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้า และประธาน บี.กริม. , นวลพรรณ ล่ำซำ , นันทินี แทนเนอร์, คุณหญิงทิพาวดี เมฆสวรรค์ เฝ้าฯ รับเสด็จ
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาโปรดให้วงรอยัลแบงค์คอกซิมโฟนีออร์เคสตร้าเชิญบทเพลงนิพนธ์ในพระองค์ 4 บทเพลงได้แก่ Abode of Metamorphosis, The Story about “Horse, Helen, Henry”, Lost in Mystical Garden และ Serenity นำออกบรรเลงโดยวาทยากร Michel Tilkin เป็นผู้อำนวยเพลง
Abode of Metamorphosis – ตึกอิฐแห่งการเปลี่ยนแปลง (2562)

ดนตรีสุดอลังการบรรยายโลกแห่งอนาคตในจินตนาการ ณ เวลามวลหมู่มนุษยชาติได้เดินทางออกสู่อวกาศเพื่อค้นหาดาวดวงใหม่แห่งจักรวาลที่จะเป็นบ้านหลังใหม่ของพวกเขา บทเพลงพระนิพนธ์นี้นับได้ว่าเป็นต้นแบบของการผสมผสานระหว่างดนตรีคลาสสิกแนวอนุรักษ์นิยมกับโครงสร้างทางดนตรีสมัยใหม่  ประกอบด้วย 4 ท่อน ดังนี้

ท่อนที่ 1 – รอยแยกแห่งเวลา
เสียงของนาฬิการที่ดำเนินอย่างต่อเนื่องเสมือนจะสะกดจิตผู้ฟังให้หลุดออกไปอีกโลกหนึ่ง การรวมตัวกันของเครื่องดนตรีต่างขั้ว ต่างยุค เช่น ฮาร์ปชิคอร์ดจากยุคบาโรก เปียโนจากยุคคลาสสิก กับกีตาร์ไฟฟ้า กีตาร์เบสไฟฟ้า กลองชุด คีย์บอร์ดหลากหลายชนิดจากยุคศตวรรษที่ยี่สิบได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียว เพื่อสร้างทั้งความกลมกลืนและความขัดแย้ง 

ท่อนที่ 2 – ช่วงคั่น
มีเปียโนเป็นตัวดำเนินหลัก ประกอบกับกลุ่มเครื่องสายที่ลากเสียงยาว ให้ความรู้สึกวังเวงและลึกลับ

ท่อนที่ 3 – ปัญญาประดิษฐ์
ดนตรีในองก์นี้สื่อความนัยถึงความจำเป็นด้านเทคโนโลยีและวิทยาศาสตร์ จนถือกำเนิดเป็นปัญญาประดิษฐ์ ด้วยการบรรเลงจังหวะซ้ำๆ และการสร้างชุดทำนองที่บรรเลงวนไปมา เทคนิคการบรรเลงอันหลากหลายและเครื่องดนตรีแต่ละเครื่องที่บรรเลงโน้ตซ้ำในจังหวะต่างๆ อย่างต่อเนื่อง จนกลายเป็นพรมถักทอแห่งเสียงอันน่าหลงใหล 

ท่อนที่ 4 – เหนือเผ่าพันธุ์
เสียงเปียโนสองหลังที่บรรเลงเสียงต่ำเป็นจังหวะ ตามมาด้วยเครื่องดนตรีแนวร็อกและคลาสสิกที่บรรเลงโมทีฟจังหวะและทิศทางที่ต่างกัน ถักทอจนมีความซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ จากนั้น เครื่องดนตรีแต่ละเครื่องก็ได้เริ่มจับกลุ่มกัน เกิดเป็นกลุ่มเครื่องดนตรีหลายหลุ่ม ที่บรรเลงพร้อมเพรียงกันในกลุ่มของตัวเองอย่างหนักแน่น ทำให้ดนตรีทวีความเข้มข้นมากขึ้น จนจบองก์ด้วยฮาร์ปสองตัวที่รูดสายไปสู่เสียงสูงอันให้ความรู้สึกสั่นสะท้าน
The Story about “Horse, Helen, Henry” – เรื่องราวของม้า เฮเลน เฮนรี่ (2562)

เรื่องราวแห่งความรักระหว่างชายชาติทหารและสาวบ้านไร่ที่เกิดขึ้นในช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 คือ แรงบันดาลพระทัยหลักในบทเพลงพระนิพนธ์ “เรื่องราวของม้า เฮเลน เฮนรี่” แนวดนตรีอาร์ต-ร็อก ที่ได้รับการผสมผสานอย่างมีชั้นเชิง โดยประกอบด้วย 4 ท่อน ดังนี้

ท่อนที่ 1 –  หุบเขาแห่งดอกป๊อบปี้
เสียงต่ำลากยาวของเครื่องสร้างเสียงไฟฟ้า หรือ ซินธิไซเซอร์ ประกอบกับเสียงเดี่ยวแตรทรัมเป็ตอันแหลมดัง ตามด้วยแนวเชลโล ดับเบิ้ลเบส และกีตาร์เบสไฟฟ้าที่บรรเลงโน้ตซ้ำเป็นจังหวะที่สื่อถึงการเต้นของหัวใจของคู่รักที่พลัดพรากจากกัน นอกจากนี้มีการใช้หีบเพลงบรรเลงเพื่อสร้างกลิ่นอายและบรรยากาศย้อนยุคในชนบท เทคนิคพิเศษ ไม่ว่าจะเป็นเสียงของกลองสะแนร์ที่มาพร้อมกับเสียงรูดสายของเชลโล แปรไปสู่การรัวโน้ตบนสายเชลโชอย่างรวดเร็วหรือไม่ว่าจะเป็นเสียงจากเครื่องพิมพ์ดีดในตอนท้ายที่สื่อถึงการพิมพ์จดหมายรักทางไกลเพื่อติดต่อกันของคู่รัก 

ท่อนที่ 2 – ฤดูร้อนที่ขัดแย้ง
การบรรเลงจังหวะขัดอย่างต่อเนื่องของกลองสะแนร์ กีตาร์ไฟฟ้า และกีตาร์เบสไฟฟ้าที่ให้อารมณ์ของดนตรีแนวร็อก จากนั้นแนวเปียโน แนวเดี่ยวเชลโล ได้เข้ามาบรรเลงทำนองประกอบกับจังหวะขัดนี้ ดนตรีได้เพิ่มความซับซ้อนขึ้นเป็นลำดับ 

ท่อนที่ 3 – บทกวีแห่งปัจจุบัน
การบรรเลงโน้ตวิ่งที่พลิ้วไหวของเปียโน ล้อกับเครื่องดนตรีแนวเดี่ยวต่างๆที่ค่อยๆ เข้ามาร่วมบรรเลงอย่างอ่อนโยน จากนั้นกลุ่มเครื่องสายได้เริ่มบรรเลงพร้อมเพรียงกันอย่างอ่อนหวาน แต่จบปลายเสียงด้วยความหนักแน่น ก่อนที่เครื่องดนตรีแนวร็อกจะเข้าเปลี่ยนบรรยากาศและให้ความรู้สึกที่หนักหน่วงมากขึ้น 

ท่อนที่ 4 – ม้า เฮเลน และเฮนรี่
แนวเดี่ยวเปียโนที่ให้ทั้งความรู้สึกอ่อนหวานและลึกลับในเวลาเดียวกัน ดนตรีนำเสนอแนบผลัดกันบรรเลงระหว่างกลุ่มเครื่องดนตรีต่างๆ เช่น กลุ่มเครื่องสาย กลุ่มเครื่องลมไม้ กลุ่มเครื่องลมทองเหลืองและกลุ่มฮาร์ป ซึ่งแต่ละกลุ่มบรรเลงอย่างนุ่มนวล
Lost in Mystical Garden – หลงทางในสวนแห่งเวทมนตร์ (2559)

บทเพลงพระนิพนธ์ขนาดใหญ่อันเปี่ยมไปด้วยอารมณ์ การครุ่นคิดอันลึกซึ้ง ถ่ายทอดออกมาผ่านท่วงทำนองหลักและแนวความคิดได้อย่างเห็นภาพ ประกอบด้วย 3 ท่อน ดังนี้

ท่อนที่ 1
ฮาร์ปสองตัวบรรเลงอย่างนุ่มนวลด้วยอารมณ์ที่พาผู้ฟังให้จินตนาการถึงสวนอันลึกลับน่าค้นหาและการเดินทางอันมหัศจรรย์ มีการใช้เทคนิคการประพันธ์เพลงอย่างเต็มที่ เช่น การใช้จังหวะขัดอย่างไม่หยุดยั้งเพื่อสื่อถึงอารมณ์บ้าคลั่งอย่างทรงพลัง ประกอบกับแนวไวโอลินและวิโอลาที่บรรเลงจากเสียงสูงไปเสียงต่ำกลับไปมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนดนตรีให้ทวีความเข้มข้นยิ่งขึ้น กีตาร์ไฟฟ้าได้เข้ามามีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งทวีความรุนแรงไปสู่จุดยอด และจบองก์นี้ด้วยเสียงอันทรงพลังจากวงออร์เคสตราทั้งวง

ท่อนที่ 2
เครื่องดนตรีกลุ่มต่างๆ ที่บรรเลงจังหวะพร้อมเพรียงกันอย่างต่อเนื่อง บางช่วงมีการใช้รูปแบบจังหวะขัดสลับไปมาซึ่งแสดงถึงดนตรีแห่งยุคโมเดิร์น และยิ่งทวีความอลังการเมื่อมีการบรรเลงเสริมของกลองทิมปานี ดนตรีองก์นี้จบด้วยเสียงฮาร์ปและไวบราโฟนที่ทำให้ผู้ฟังจินตนาการถึงความระยิบระยับและความเป็นประกาย

ท่อนที่ 3
การบรรเลงฮาร์ปประกอบกับเสียงลากยาวอันนุ่มนวลจากกลุ่มเครื่องสายนำพาผู้ฟังจินตนาการถึงสวนอันงดงามดั่งภาพในฝัน ในช่วงนี้ เครื่องดนตรีเดี่ยวเครื่องต่างๆ ได้ผลัดกันบรรเลงทำนองอันสวยงาม ดนตรีได้บรรเลงเต็มวงขึ้นเรื่อยๆ และระเบิดอารมณ์อย่างทันทีทันใดด้วยการบรรเลงอย่างแข็งกร้าวจากวงออร์เคสตราทั้งวง และกลุ่มเครื่องดนตรีไฟฟ้าที่บรรเลงอย่างเต็มกำลัง ดนตรีในท่อนนี้นับว่ามีความรุ่นแรงและอลังการที่สุด สมกับเป็นท่อนปิดฉากของบทเพลงนิพนธ์นี้
Serenity – ความสงบ (2560)

บทเพลงพระนิพนธ์นี้คือการผสมผสานอย่างยิ่งใหญ่ของวงออร์เคสตราและวงแบรนด์รูปแบบร็อก – คลาสสิก ผนึกกำลังกับวงขับร้องประสานเสียงขนาดใหญ่ ประกอบด้วย 3 ท่อน ดังนี้

ท่อนที่ 1 – เปิดฉาก
การรูดสายจากเสียงสูงไปต่ำตามด้วยกลุ่มเครื่องสายบรรเลง เปิดตัวสู่การขับร้องประสานเสียงเต็มรูปแบบที่มีทั้งหมด 4 แนวเสียง เสียงของฮาร์ปและกลุ่มเครื่องประกอบจังหวะ คือ ไวบราโฟน มาริมยา กล็อกเคนชปีล เซเลสตา ไซโลโฟน ฉาบ และเชตเกอร์ชนิดต่างๆ ผลัดกันแต่งแต้มเสียงทีละเล็กละน้อยเสมือนแสงดาวที่ส่องประกายแวววาว จากนั้น ความเงียบสงบได้กลับมาเยือนอีกครั้ง เมื่อถึงช่วงท้ายดนตรีได้ทวีความอลังการขึ้นอีกครั้ง และหยุดลงเหลือไว้เพียงการบรรเลงจากเครื่องดนตรีกลุ่มเล็ก ให้อารมณ์แห่งความสงบ

ท่อนที่ 2 – เวลาที่ล่วงเลย
เสียงเปียโนเดี่ยวที่นำเสนอกลุ่มโน้ต 4 ตัว วนไปเรื่อยๆ เสียงขับร้องโซปราโนแก่งนางฟ้าและเสียงขับร้องเบส-บาริโทนแห่งปีศาจเต็มเปี่ยมไปด้วยอารมณ์อันโหยหวน และหยุดชะงักลง เหลือไว้เพียงความเงียบและความวังเวง การนำเสนอท่วงทำนองต่างๆในองก์นี้จะออกมาเป็นคู่ เช่น การนำเสนอทำนองพร้อมกันของทรัมเป็ตและโอโบ ไวโอลินและเชลโล

ท่อนที่ 3 – ปิดฉาก
เสียงแห่งคลื่นจากกลุ่มเครื่องสายได้กลับมาอีกครั้ง ประกอบกับเสียงฮาร์ปอันงดงาม และเครื่องดนตรีเสียงต่ำจากกลุ่มต่างๆ ที่ให้ความรู้สึกถึงการเดินทางอย่างหนักแน่นไปยังที่แห่งหนึ่ง จากนั้น ดนตรีได้บรรจงบรรเลงท่วงทำนองอันงดงาม และเมื่อกลุ่มเครื่องดนตรีแนวร็อกได้เข้ามาผนึกกำลังพร้อมกับกลุ่มนักร้องประสานเสียงขนาดใหญ่ ก็ได้เติมเต็มความรู้สึกขององก์นี้อย่างครบสมบูรณ์ เป็นการปิดฉากบทเพลงนิพนธ์อย่างยิ่งใหญ่ มีพลังอย่างแรงกล้าสูงสุด อย่างไรก็ตาม แม้ดนตรีฟังเหมือนจะจบลงตรงจุดนี้ ดนตรีได้สร้างความประหลาดใจให้ผู้ผังด้วยท่วงทำนองอันสวยงามนุ่มนวลของแนวไวโอลินเดี่ยว ก่อนที่ดนตรีจะทวีความยิ่งใหญ่ขึ้นอีกระลอกและครั้งนี้คือการปิดฉากอย่างอลังการอย่างแท้จริง

TAG

Related Stories

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว
ซีรี่ส์แอ็คชั่นผสมความโรแมนติกที่สตรีมรวดเดียวครบ 8 ตอนแล้ววันนี้

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว