เบื้องหลังการแสดงโอเปราแห่งรักนิรันดร์เรื่อง Rusalka ที่กำลังจะมาเปิดการแสดงที่กรุงเทพฯ

คุยกับผู้กำกับการแสดงของคณะโอเปราจากรัสเซีย Ekaterinburg Opera
ยากาเตรินบุร์ก โอเปรา (Ekaterinburg Opera) คณะโอเปราชั้นนำของรัสเซียและเจ้าของหน้ากากทองคำยกผลงานอุปรากรก้องโลกที่สุดอย่างรุสซาลก้า (Rusalka) ของอันโตญีน ดโวชาก (Antonin Dvorak) กำลังจะมาเปิดการแสดงสุดตระการตาที่กรุงเทพฯ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 21 (Bangkok’s 21th International Festival of Dance and Music) ในวันที่ 13 กันยายน 2562 นี้ ที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย นำเสนอเรื่องราวพื้นบ้านของสาธารณรัฐเช็กเกี่ยวกับนางเงือกสาวที่ตกหลุมรักเข้ากับเจ้าชายหนุ่ม จนนำมาสู่ความปรารถนาที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เป็นมนุษย์ ทำให้ความแตกต่างของทั้งสองโลกคือสิ่งที่น่าจับตามองที่สุดในอุปรากรชิ้นนี้ บาซาร์ได้รับเกียรติให้พูดคุยถึงเบื้องหลังที่มาของการแสดงอุปรากรชิ้นนี้แบบเอ็กซ์คลูซีฟกับ Tomáš Pilař ผู้กำกับการแสดง ซึ่งจะมาบอกเล่าทุกรายละเอียดและกระบวนการต่างๆ กว่าจะออกมาเป็นการแสดงที่กำลังจะมาสร้างความประทับใจให้กับผู้ชมครั้งนี้
Harper’s Bazaar Thailand: คุณคิดว่าอะไรที่ทำให้การแสดงชุดนี้มีความพิเศษและเป็นที่พูดถึงอย่างมาก

Tomaš Pilař: โปรดักชั่นนี้เป็นการแสดงบนเวทีที่นำผู้ชมไปสู่โลกแห่งเทพนิยายแสนโรแมนติกและดราม่า ผ่านการใช้บทกวีและนัยยะชวนพิศวง โดยเรานำสัญลักษณ์ที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังเรื่องราวออกมาทำการแสดง ไม่ว่าจะเป็นเลเยอร์ที่ซับซ้อนของโศกนาฏกรรมมนุษย์ ปมความสัมพันธ์ภายในครอบครัว รวมถึงพลังแห่งศรัทธาและการให้อภัย
HB: ความท้าทายของการทำการแสดงโอเปราเรื่องรุสซาลก้าอยู่ตรงไหน

TP: โอเปรานี้ประกอบด้วยบทประพันธ์ทางดนตรีที่สำคัญมากชิ้นหนึ่ง จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นที่จะต้องเลือกนักแสดงที่มีน้ำเสียงเต็มไปด้วยพลังบนเวที ขณะเดียวกันก็ต้องเป็นผู้ที่มีรูปร่างหน้าตาดึงดูดให้ผู้ชมเชื่อว่าเป็นตัวละครในเทพนิยายนั้นจริงๆ เทพนิยายเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับเจ้าชายที่มีเสน่ห์และนางเงือกสาวรุสซาลก้าผู้แสนบอบบาง ซึ่งถือว่าเป็นความโชคดีที่โปรดักชั่นเรื่องนี้มีขั้นตอนการคัดเลือกนักแสดงที่ยอดเยี่ยมมาก และเราได้นักแสดงที่มีคุณภาพ ฝีมือชั้นยอด นอกจากนี้ยังมีเรื่องของฉากที่มีองค์ประกอบมากมาย ทั้งบัลเลต์ เวที และการใช้เอ็ฟเฟ็กต์แสงต่างๆ ความซับซ้อนของการจัดองค์ประกอบฉากจึงถือเป็นเรื่องท้าทายที่สุดอีกอย่างหนึ่ง
HB: อะไรที่ทำให้รุสซาลก้าเป็นบทประพันธ์ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดจากสิบเรื่องที่อันโตญีน ดโวชาก ประพันธ์ขึ้น

TP: โอเปราของดโวชากทั้งหมดเต็มไปด้วยท่วงทำนองที่ไพเราะและการเคลื่อนไหวที่ดุเดือด แต่ก็มีเพียงรุสซาลก้าเท่านั้นที่ประสบความสำเร็จในเวทีนอกสาธารณรัฐเช็ก และแน่นอนว่านั่นเป็นเพราะเรื่องราวที่อยู่เหนือกาลเวลาและมีความน่าประทับใจในหัวเรื่องสากลที่เป็นที่รู้จักสำหรับผู้คนทั่วโลก โดยเบื้องหลังการพรรณนาบทกวีของป่าเทพนิยายนั้นเป็นเรื่องราวของความเป็นมนุษย์มากๆ สามารถเชื่อมโยงกับวัฒนธรรมหรือสังคมใดๆ ก็ตาม แต่ในสาธารณรัฐเช็กนั้น เราจะเล่นละครโอเปราอื่น ๆ ของดโวชากซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากนิทานพื้นบ้านดั้งเดิมของเช็ก 
HB: ในเรื่องของดนตรีมีการออกแบบอย่างไร เพื่อประกอบเรื่องราวที่นำเสนอความแตกต่างระหว่างโลกสองใบ

TP: สำหรับผมในฐานะผู้อำนวยการโอเปรา มันสำคัญมากในการสร้างเวทีที่ทำให้ดนตรีและการแสดงสามารถสนับสนุนซึ่งกันและกันได้อย่างเต็มที่ ภาษาดนตรีของรุสซาลก้าประกอบด้วยสองประเภทที่แตกต่างกันมาก นั่นแสดงให้เห็นถึงความแตกต่างระหว่างโลกของสิ่งมีชีวิตในป่าและโลกมนุษย์ โดยประเภทแรกจะใช้สีสันของดนตรีแบบอิมเพรสชั่นนิสม์ เสียงจากออร์เคสตราที่บางเบามาก รวมถึงช่วงความกว้างของโครงสร้างฮาร์โมนิกที่ไหลลื่นและเทคนิคการบรรเลงดนตรีแบบ tremolo (การรัวโน๊ตอย่างต่อเนื่องและรวดเร็ว) หรือ pianissimo (เบามาก) ซึ่งภาษาดนตรีลักษณะนี้เมื่อประกอบเข้ากับเอ็ฟเฟ็กต์แสงไฟ หมอกควัน การเคลื่อนไหวที่มีสไตล์ของนักแสดง จานสีเย็นสีฟ้า และการเล่นของเงาและแสงในทางตรงกันข้าม ก็จะเกิดพลังการสื่อสารทางอารมณ์

ในส่วนของโลกมนุษย์นั้นเป็นเรื่องเกี่ยวกับโครงสร้างของท่วงทำนองที่สมมาตร การบรรเลงเพลงที่สดใสและดังไปพร้อมกับการบรรเลงของคอร์ดหลักในเชิงบวกที่มีความชัดเจนมาก รวมถึงลายประสานที่เรียบเรียงในสไตล์คลาสสิก สิ่งนี้สะท้อนให้เห็นจากสีสันที่อบอุ่นและสดใสบนเครื่องแต่งกาย สไตล์การแสดงที่เป็นธรรมชาติ ความคล้ายคลึงกับมนุษย์และอารมณ์ขันอีกเล็กน้อย
HB: มาคุยถึงเรื่องการออกแบบการแต่งกายในโชว์ชุดนี้บ้าง

TP: เครื่องแต่งกายนั้นได้รับอิทธิพลมาจากช่วงเวลาและภูมิภาคที่แตกต่างกันออกไป โดยมีจุดประสงค์ที่จะทำให้เกิดความเป็นอมตะและอยู่เหนือวัฒนธรรมเช่นเดียวกับตัวเรื่อง เราสามารถเห็นเงือกสาวที่แต่งกายในชุดผ้าคลุมจากปีกแมลงปอ Jezibaba ที่ได้รับแรงบันดาลใจจากอีกา รวมไปถึงขนนกบนชุดของเธอด้วย นอกจากนี้ยังมีในเรื่องของเจ้าชายต่างประเทศที่มีความเชื่อมโยงกับชุดแวมไพร์และมงกุฎจากอัญมณีน้ำแข็ง หรือชุดบัลเลต์อันแสนน่ารักสำหรับการเริ่มต้นของการแสดงองก์ที่สองที่แสดงให้เห็นถึงกอง ‘ลูกกวาด’ ที่ถูกเตรียมไว้สำหรับการจัดงานแต่งงานในพระราชวัง
HB: แล้วแรงบันดาลใจในการออกแบบฉากและเซ็ตล่ะคะ

TP: ฉากนั้นสร้างจากพื้นที่ที่มีความสะอาดตาและสุนทรีย์บนพื้นกระจกสีดำ ซึ่งมันทำงานร่วมกับโครงสร้างของธรรมชาติ เช่น ราก กิ่งไม้ หรือแสงสะท้อนของน้ำในทางตรงกันข้ามกับโครงสร้างของโลกมนุษย์ ซึ่งส่วนใหญ่ได้รับแรงบันดาลใจจากกวาง สัญลักษณ์ของธรรมชาติที่มนุษย์ติดกับ ส่วนสำคัญของฉากนี้คือแสงที่มีสีสันและการเปลี่ยนแสงแบบอิมเพรสชันนิสม์อย่างถี่ๆ โดยมีจุดประสงค์เพื่อเพิ่มการสร้างภาพที่สะท้อนเสียงเพลง นอกจากนี้ยังเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทราบว่าการแสดงในองก์แรกเกิดขึ้นใต้น้ำ การแสดงที่องก์สองอยู่บนบก และการแสดงองก์ที่สามเกิดขึ้นในชายแดนระหว่างโลกทั้งสอง นั่นก็คือบนพื้นผิวน้ำนั่นเอง
HB: เพลงหรือบทกวีชิ้นไหนของ อันโตญีน ดโวชาก ในโอเปราเรื่องนี้ที่คุณภูมิใจนำเสนอที่สุด

TP: ผู้ชมส่วนใหญ่จะรู้จัก ‘Song to the Moon’ ที่โด่งดังไปทั่วโลก แต่บทเพลงที่ผมชอบมากที่สุดคือเพลงคู่เพลงสุดท้ายระหว่างรุสซาลก้าและเจ้าชาย ซึ่งเต็มไปด้วยภาษาดนตรีที่มีการขับเคลื่อนและลึกล้ำ จนทุกครั้งที่ผมฟัง มันทำให้ผมนึกถึงที่ไหนสักแห่งนอกโลกแห่งความเป็นจริงเพื่อที่จะเข้าไปสัมผัสกับพรมแดนแห่งนิรันดร์
HB: คุณคิดว่าอะไรคือสิ่งที่ทำให้ ยากาเตรินบุร์ก โอเปรา ได้รับเลือกให้เข้าชิงหน้ากากทองคำมากถึง 83 ครั้ง

TP: ยากาเตรินบุร์ก โอเปรา เป็นกลุ่มนักดนตรีมืออาชีพที่ยอดเยี่ยม ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ร่วมงานกับพวกเขา บทละครของโอเปรานี้ประกอบด้วยชิ้นส่วนที่มีคุณภาพอันดับต้นๆ และมีความหลากหลายซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก ทำให้ทั้งกลุ่มโอเปรายังคงอยู่ในระดับยอดเยี่ยมที่สุดในด้านทักษะทางศิลปะของพวกเขา ผมชื่นชมกลยุทธ์ในการร่วมมือกับวาทยากรและผู้กำกับเวทีจากหลายประเทศทั่วโลกเพื่อพัฒนาระดับขององค์กรทั้งหมด
HB: สิ่งที่อยากให้คนไทยได้เห็นหรือได้รับจากการแสดงชุดนี้

TP: ผมอยากจะเชิญชวนคนไทยให้มาพบกับการแสดงที่เป็นเสมือนชิ้นส่วนของความงามทางดนตรีที่ทั้งเปราะบางและเต็มไปด้วยมนต์เสน่ห์จากบรรยากาศของบทกวี อีกทั้งยังแสดงให้เห็นว่าพลังแห่งการให้อภัยและความรักชั่วนิรันดร์นั้นมีค่าและสำคัญมากแค่ไหน
Rusalka อุปรากร 3 องก์ โดย Ekaterinburg Opera Theatre รัสเซีย จะเปิดทำการแสดงที่ศูนย์วัฒนธรรมแห่งประเทศไทย ในวันศุกร์ที่ 13 กันยายน 2562 เวลา 19.30น. ราคาบัตร 5000 / 4000 / 3000 / 2500 / 1500 บาท ผู้สนใจสามารถจองบัตรการแสดงได้ที่ไทยทิคเก็ตเมเจอร์ โทร 0-2262-3456 ดูรายละเอียดเพิ่มเติมการแสดงชุดอื่นๆ ในมหกรรมศิลปะการแสดงและดนตรีนานาชาติ กรุงเทพฯ ครั้งที่ 21 ได้ที่ http://www.bangkokfestivals.com

TAG

Related Stories

สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว