คุยกับ Marcel Dettmann ดีเจ โปรดิวเซอร์ และเจ้าของค่ายเพลง แถวหน้าของเบอร์ลิน

Marcel’s Electronic Beats
ในยุคศตวรรษที่ 21 เทคโนโลยีได้เข้ามามีบทบาทในทุกแวดวง สำหรับดนตรีเองก็เช่นกัน ดนตรอิเล็กทรอนิกส์หรือดนตรีที่ใช้ไฟฟ้าและเทคโนโลยีอย่างเครื่องสังเคราะห์หรือคอมพิวเตอร์ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ มีการพัฒนารูปแบบไปเรื่อยๆ จนบางครั้งหลายคนก็มองว่าเป็นดนตรีที่ ‘แอ็บสแตร็กต์’ ที่สุดประเภทหนึ่ง แต่นั่นกลับเป็นสิ่งที่ทำให้ดนตรีประเภทนี้มีความน่าสนใจ
มาร์เซล เดตต์แมนน์ (Marcel Dettmann) เป็นดีเจชาวเยอรมันที่คร่ำหวอดในแวดวงดนตรีอิเล็กทรอนิกส์มาร่วม20 ปี เขามีชื่อเสียงมากๆ ในกรุงเบอร์ลิน เคยออกแสดงในมิวสิกเฟสติวัลระดับโลกมานับไม่ถ้วน แถมล่าสุดยังได้มีโอกาสมาเปิดการแสดงในเมืองไทยที่ Iconic Studio เมื่อช่วงกลางเดือนพฤษภาคม 2562 ที่ผ่านมา การได้นั่งพูดคุยกับเขา จึงทำให้เราได้เปิดโลกทำความรู้จักกับดนตรีอิเล็กทรอนิกส์ได้ลึกซึ้งยิ่งขึ้นด้วย
Harper’s Bazaar: คุณรู้สึกอย่างไรกับการมาแสดงที่กรุงเทพฯ? ครั้งนี้เป็นครั้งแรกหรือเปล่า
Marcel Dettmann: ผมใช้เวลาอยู่ที่กรุงเทพฯสามวัน ได้ไปที่ตึกมหานคร ไปเรียนทำอาหาร พบเจอคนมากมายในคืนก่อนงานปาร์ตี้ที่ BEAM ซึ่งงานนี้ก็ยอดเยี่ยมมากเช่นกัน คนดูน่ารักมาก มีพลัง และต้อนรับผมอย่างอบอุ่น ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ผมมาที่กรุงเทพฯ และในอนาคตผมจะกลับมาอีกแน่นอน
 
HB: เพราะอะไรถึงหลงใหลในดนตรีเทคโนและอิเล็กทรอนิกส์
MD: ผมสามารถพูดได้ว่า มันคือชีวิตของผม ผมอยู่กับดนตรีเทคโนมาตั้งแต่ช่วง 1990sเมื่อคุณทำอะไรสักอย่างเป็นเวลาสองหรือสามทศวรรษ มันมีแนวโน้มที่จะเป็นมากกว่าแค่อาชีพ สำหรับผม ดนตรีเทคโนคือวัฒนธรรมย่อย รูปแบบของศิลปะ วิธีแสดงออกเชิงศิลป์ วิธีปลดปล่อย และการได้พบเจอผู้คน  การได้ทำสิ่งนี้นอกบ้านเกิดของผมที่เบอร์ลินและได้เดินทางไปรอบโลกเป็นเหมือนรางวัลสำหรับระยะเวลาหลายปีของความหลงใหล
HB: คุณเรียนรู้และพัฒนาดนตรีของคุณอย่างไร
MD: ผมเคยไปซื้อของที่ร้านขายแผ่นเสียงชื่อ Hard Wax และในที่สุดก็ได้ทำงานที่นั่น คลับ OstGut และ Berghainที่เปิดต่อมาถือเป็นจุดเปลี่ยน(anchor point) ของผม นอกนั้นก็เป็นเรื่องของความหลงใหลและความแน่วแน่
 
HB: สไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของคุณเป็นแบบไหน
MD: สำหรับผม ทุกๆ อย่างมันเป็นไปโดยธรรมชาติ เพราะฉะนั้นผมเลยไม่สามารถระบุสไตล์ที่เป็นเอกลักษณ์ของผมได้ ผมไม่ชอบเสียงดนตรีจากอุปกรณ์สไตล์บิ๊กรูม (Big Room) ผมรักท่วงทำนองของเพลง แต่ต้องมีความแปลก(twist)เพลงที่ผมชอบและเพลงที่ผมเล่นต้องมีความเป็นต้นตำรับ มีคาแร็กเตอร์ และมีส่วนประกอบที่เป็นเอกลักษณ์
 
HB:ดนตรีอิเล็กทรอนิกส์อาจจะยังค่อนข้างเฉพาะกลุ่มในประเทศไทย แต่สำหรับเบอร์ลินแล้วเป็นอย่างไรบ้าง
MD: อันนี้ที่จริงแล้วผมไม่มีคำตอบ ดนตรีเทคโนที่เบอร์ลินเริ่มเติบโตตั้งแต่ก่อนการร่มสลายของกำแพงเบอร์ลินในปี 1989 ซึ่งเป็นเวลา30 ปีมาแล้ว ถ้าดนตรีมีเวลานานขนาดนี้ในการเติบโต โครงสร้างพื้นฐานของมันก็สามารถพัฒนาได้เช่นกัน ที่เบอร์ลินทั้งนักดนตรี ดีเจ คลับ ร้านขายแผ่นเสียง ผู้สนับสนุน ล้วนเชื่อมโยงกันอย่างแน่นหนาและมีพื้นฐานที่มั่นคง ดนตรีเทคโนมีอยู่ทั่วไปในเบอร์ลินในขณะที่ยังคงอยู่ใต้ดินเช่นกัน
HB: ในขณะที่ดนตรีคลาสสิกต้องอาศัยการฝึกฝนเทคนิคและทักษะการเล่นดนตรีเป็นเวลาหลายชั่วโมงต่อวัน แล้ววิธีการฝึกฝนของนักดนตรีอิเล็กทรอนิกส์เป็นอย่างไร
MD: จริงๆ วิธีการฝึกฝนก็ไม่ค่อยแตกต่างกันมากครับ คุณต้องฟัง ฟัง และฟัง หลังจากนั้นก็ต้องหัดวิเคราะห์ศึกษาเกี่ยวกับเสียงดนตรี ไปซื้อแผ่นเสียง เรียนรู้การจับคู่บีท และฟังมากขึ้นอีก การฝึกฝนดนตรีเทคโนก็เหมือนการฝึกฝนศิลปะทั่วไปที่ต้องทำอย่างสม่ำเสมอ ซึ่งช่วงหลังๆ เราจะเห็นหลายๆ โปรเจ็กต์ดนตรีมีการผสมผสานกันระหว่างดนตรีคลาสสิกและเทคโน ยกตัวอย่างเช่นเจฟ มิลล์ (Jeff Mills) หนึ่งในไอดอลของผม เขาก็เป็นผู้ริเริ่มในเรื่องนี้
 
HB: เพราะอะไรดนตรีถึงถือเป็นวิธีถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกที่ดีที่สุดของคุณ นอกจากดนตรีเทคโนและอิเล็กทรอนิกส์แล้ว มีดนตรีแนวอื่นๆ อีกไหมที่คุณหลงใหล
MD: ดนตรีคลาสสิก เพลงประกอบภาพยนตร์ ซินธ์ป็อปยุค ’80s อิเล็กทรอนิกส์บอดี้(Electronic Body) และอินดัสเทรียล(Industrial)แต่เอาจริงๆ ผมไม่สามารถและไม่อยากขีดเส้นแบ่งประเภทดนตรี ไม่ว่าจะเป็นการเล่นแบบส่วนตัวหรือเล่นในคลับ
HB: ช่วยเล่าให้ฟังถึงไลฟ์สไตล์และชีวิตประจำวันของคุณในเบอร์ลินหน่อย
MD: ผมเป็นนักดนตรี ผมเปิดค่ายเพลง ผมผลิตเพลงและจำหน่ายเพลงของตัวเอง ผมเป็นพ่อของลูกๆ สองคน เป็นสามี และเป็นคนธรรมดา ผมต้องไปส่งลูกที่โรงเรียนอนุบาล เตรียมอาหารว่าง ไปประชุมสตูดิโอ ทานอาหารเย็นกับครอบครัว เล่นกับลูกๆ ทำงานในสตูดิโอ และเข้านอน ชีวิตประจำวันของผมไม่ต่างจากคนอื่นๆ แต่บางครั้งผมก็มีช่วงเวลาที่แตกต่างจากคนส่วนใหญ่
 
HB: หลังจากสองทศวรรษของการเป็นดีเจ คุณคิดว่าตัวเองประสบความสำเร็จแล้วหรือยังคงมีเป้าหมายต่อไป
MD: ผมพยายามหาวิธีใหม่ๆ และรูปแบบใหม่ๆ ในการแสดงความเป็นตัวเองเสมอ ผมท้าทายตัวเองด้วยการทำงาน การร่วมงานกับคนอื่น เช่น จิตรกร ผมยังไม่หยุดแค่นี้และพยายามที่จะไม่ทำอะไรซ้ำๆ
 
HB: อยากฝากอะไรถึงแฟนๆ ดนตรีที่เมืองไทยบ้างและพวกเขาจะติดตามผลงานของคุณได้ทางช่องทางใดบ้าง
MD: วงการเพลงในแต่ละที่จะเติบโตและก้าวหน้าได้ถ้าผู้คนหันมาสนใจ ไปดูการแสดงของดีเจ สนับสนุนโปรดิวเซอร์ ค่ายเพลง และสนับสนุนคลับในประเทศนั้นๆ แต่ถ้าคนไทยอยากให้ผมกลับมาแสดงอีกครั้ง ผมก็ยินดีมากๆ ครับ

TAG

Related Stories

พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว
ซีรี่ส์แอ็คชั่นผสมความโรแมนติกที่สตรีมรวดเดียวครบ 8 ตอนแล้ววันนี้
ลิ้มลองอาหารเลิศรสไปกับฝูงปลาใต้มหาสมุทร หรือจะดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่รายล้อมไปด้วยงานศิลปะกราฟฟิตี้สุดคูลของ Cyril Kongo
พร้อมร่วมมือกับสองบริษัทอสังหาชั้นนำในการพัฒนาโครงการที่ตอบโจทย์การใช้ชีวิตอย่างมีสไตล์

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว