บาซาร์พาพูดคุยแบบพิเศษกับ Jackson Wang กับชีวิตหลากหลายมิติ

ความเหนื่อยล้าเเละความวิตกกังวล สิ่งเหล่านี้คือรสชาติของความสำเร็จ
แจ็คสัน หวัง ในวันนี้ไม่จำเป็นต้องอาศัยความสำเร็จในช่วงอายุ 17 ปี มานิยามตัวเอง เขาตอนอายุ 12 ปี ได้เข้าร่วมแข่งขันกีฬาแห่งชาติและได้รับเหรียญทองแรกในชีวิตกับการเป็นนักกีฬาฟันดาบ ตอนอายุ 17 ปี เขาชนะการแข่งขันกีฬาAsian Youth Men’s ในกีฬาประเภทฟันดาบอายุไม่เกิน 17 ปี เขาเคยได้รับรางวัลแชมป์เอเชียทั้งหมด 3 รางวัล แชมป์ระดับประเทศ 3 รางวัล และ 9 รางวัลชนะเลิศระดับนานาชาติและฮ่องกง เรื่องราวเหล่านั้นเป็นความทรงจำที่สวยงามสำหรับเขาแต่เขาก็ยังไม่หยุดที่จะพัฒนาเพื่อสร้างจิ๊กซอร์ที่สมบูรณ์ให้กับตัวเอง
การฝึกฝนเป็นนักกีฬาฟันดาบในช่วงหลายปีทำให้เรียนรู้อยู่สองเรื่อง เรื่องแรกคือไม่ว่าตัวคุณจะอยู่ที่ไหนทำอะไรคุณต้องเข้าไปด้วยตัวเอง “สำหรับผมมีเงื่อนไขหนึ่งคือจะรู้จักไพ่ ต้องรู้วิธีเล่น เข้าใจเหตุการณ์ ปรับตัวให้เข้ากับสภาพแวดล้อม” แบบนี้ไม่เพียงแต่เราจะไม่ตกใจกับสิ่งที่ไม่คาดคิด แต่ยังสามารถค้นหากฎเกณฑ์ของตัวเองได้อีกด้วย “ในตอนที่ผมเริ่มฝึกเรียนฟันดาบก็ได้สำรวจความคิดของคนรอบตัว อาจจะเป็นเพราะกฎเกณฑ์ของคนอื่นคิดแบบนี้ กฏเกณฑ์ของผมคิดแบบนั้น แต่ไม่มีใครพูดว่าทำไม่ได้หนิ อาจเป็นเพราะในตอนแรกไม่มีใครสนใจความคิดผมแต่หลังจากนั้นก็ไม่ค่อยมีใครขัดผมแล้ว”

อย่างที่สองจังหวะและโอกาสนั้นสำคัญกีฬาฟันดาบถูกเรียกว่าเป็นหมากที่เคลื่อนไหวได้เพราะต้องใช้ความสามารถในการตัดสินใจและการตอบสนองที่รวดเร็ว “คุณต้องเข้าใจตัวเอง คิดตำแหน่งและทิศทางของตัวเองให้ชัดเจน ต้องกำหนดเป้าหมาย ภายใต้เงื่อนไขเป้าหมายของตัวเอง ยังต้องรู้ว่าตัวเองมีพร้อมทั้งความสามารถ ทีมและโอกาสด้วย”

บนสนามแข่งคำวิจารณ์ต่างๆทั้งหมดนั้นจะรวมกันกลายเป็นการตัดสินเพียงชั่วพริบตาที่จริงแล้วกฏเกณฑ์ส่วนมากมักหมือนกันแค่แตกต่างกันเล็กน้อย “ก็คือต้องรู้วิธีการวางแผนเข้าใกล้เป้าหมายที่ละขั้นตอน เราไม่สามารถมองหาเหตุผลของความผิดพลาดได้ตลอดเวลา เหตุผลที่สำคัญที่สุดคือคุณชอบหรืออยากจะทำมันมากกว่า”
“ต้องรักษาท่าทีที่กระตือรือร้น แบบนี้ท่าทางและความมั่นใจของคุณทั้งหมดจะเปลี่ยนไป ถ้าหากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหวนั่นแสดงว่าตัวคุณไม่ไหวจริงๆ เพราะว่าไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้”

“แรงผลักดันไม่ควรเกิดขึ้นจากการให้คนอื่นมาบังคับคุณ”

การออกเดินทางไปยังต่างประเทศเพื่อเป็นเด็กฝึกถือเป็นจุดเปลี่ยนของเส้นทางเดินชีวิตของหวังก่อนหน้านี้เขาเป็นครอบครัวนักกีฬาเป็นแชมป์เยาวชนภายหลังได้เป็นศิลปินหน้าใหม่ที่ก้าวเข้าสู่ประตูวงการบันเทิงตอนที่เขาไปอยู่ต่างประเทศในตอนแรกเขาคิดว่าคนรอบๆตัวเขาถูกเลือกเพราะการเต้นที่โดดเด่นและหน้าตาที่โดดเด่นแต่เขาไม่แน่ใจว่าตัวเองมีจุดเด่นอะไรถึงจะยืนอยู่ในท่ามกลางผู้คนเหล่านั้นได้ “ตื่นเต้นมาก แต่ในเมื่อผมมาแล้วก็ไม่อยากให้ตัวเองเสียดายทีหลังและผมหวังว่าจะสามารถเอาความยากลำบากทั้งหมดเปลี่ยนเป็นประสบการณ์และเป็นการเดินทางที่มีค่า”
เขาได้เดินทางไปต่างประเทศเพื่อทำเพลง ภายใต้ความกล้าหาญนี้ยังมีอีกหลายทางเลือกสำหรับเขา ซึ่งคือจดหมายตอบรับจากมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและมหาวิทยาลัยฮ่องกง ระหว่างความเสี่ยงเล็กน้อยกับความมั่นคงเขาเลือกอย่างแรก “เข้ามหาลัยได้แล้ว เรียนจบ ได้วุฒิการศึกษาแล้ว ต่อจากนั้นล่ะ ผมจะมีความสุขจริงๆหรือ ก็ไม่เสมอไป? ทุกคนมักจะโดนโซเชียลมีเดีย ความคิดเห็นจากคนอื่นโดนสิ่งเหล่านั้นล็อคความคิดเอาไว้ ‘อันนี้คือความสุข อันนี้คือสำคัญ’ ผมยังคาดหวังจะได้รู้ว่าตัวเองต้องการอะไรและสิ่งที่ทำให้ผมมีความสุขคืออะไร”

สรุปง่ายๆคือกรอบความคิดของคนอื่นไม่มีประโยชน์เขาเอาความสุขของตัวเองมาเป็นอันดับแรก “ชอบอย่างจริงใจ ตอนตั้งใจทำไม่รู้สึกว่าเหนื่อย อย่างน้อยเป็นความเหนื่อยที่มีความสุข ถ้าหากคุณคาดหวังว่าอยากสมบูรณ์แบบในตรงนี้ แรงผลักดันไม่ใช่การให้คนอื่นมาบังคับ ผมเชื่อในพลังนี้มากๆ” เขาอาจจะคิดว่าเขาเป็นคนที่เด็ดเดี่ยวมาก เขาตัดสินใจควบคุมน้ำหนัก ในหลายปีมานี้เขาควบคุมอาหารอย่างเคร่งครัดจนเรียกว่าฝืนธรรมชาติ “ความสามารถในการควบคุมตัวเองต้องแข็งแกร่ง ตอนเริ่มต้นไม่ชินเลยสักนิดแต่ก็ต้องล้างสมองตัวเอง นี่คือของอย่างเดียวที่คุณจะกินได้ กฏง่ายๆ คือกินหรือตาย” ตอนที่เป็นเด็กฝึกเขาซ้อมเป็นเวลานานตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงตีสี่ตีห้าของอีกวัน ตัวคนเดียว ฝึกซ้อม กินข้าว บางทีแอบงีบบ้าง “ก็เป็นอย่างนี้แหละ”

หลังจากระยะเวลา 2 ปีครึ่ง เขาได้เดบิวท์อย่างราบรื่น ในตอนนั้นเขาไม่ได้กลัวและกังวลว่าความพยายามของตัวเองจะสูญเปล่า “ผมรู้สึกว่าผมสามารถทำได้” ตอนเริ่มต้นเขาถูกเรียกว่า “TV guy (คนที่ถูกเชิญไปรายการทีวีบ่อยๆ)” ที่มาของชื่อเรียกนี้คือการที่เขาปรากฏตัวเป็นคนสนุกสนานในรายการวาไรตี้บ่อยๆ และเขาไม่ได้ถือสาอะไร “สิ่งที่ผมแสดงออกไปก็ถือเป็นส่วนหนึ่งของผม” ในเวลานั้นเขาไม่สงสัยเลยสักนิดว่าในวันหนึ่งด้านดนตรีของเขาจะถูกพลิกเป็นด้านที่ถูกมองเห็น
“ต้องรักษาท่าทีที่กระตือรือร้น แบบนี้ท่าทางและความมั่นใจของคุณทั้งหมดจะเปลี่ยนไป ถ้าหากคุณรู้สึกว่าตัวเองไม่ไหว นั่นแสดงว่าตัวคุณไม่ไหวจริงๆ เพราะว่าไม่มีใครสามารถช่วยคุณได้”

ก่อนการสัมภาษณ์ฉันให้แจ็คสันหวังเลือกภาษาที่พูดคล่องที่สุดซึ่งคือภาษาจีนกลางที่มีสำเนียงกวางตุ้งผสมจะพูดภาษาอังกฤษบ้างเวลาที่ติดขัดอีกทั้งยังพูดภาษาถิ่นเซี่ยงไฮ้เวลาอยู่ในที่ที่แสนพิเศษแห่งนี้  นี่คือผลพวงจากการที่เขาอยู่ในวัฒนธรรมที่หลากหลาย

ในแง่ของภาษามีเพียงภาษาเกาหลีที่แจ็คสันหวังเรียกว่า ‘การเรียนรู้’ “จริงๆ มีเพียงแค่ปีแรกที่ผมรู้สึกว่ามันคือการเรียน เพราะหลังจากนั้นขนาดหลับ ยังฝันเป็นภาษาเกาหลี” หวังขายความต่อ “เวลาเรียนผมไม่กลัวที่จะผิด ผมค่อนข้างชอบเอาชนะแต่ก็ไม่เคยกลัวที่จะแพ้หรือล้มเหลว ในเมื่อผมไม่มีอะไรตั้งแต่เริ่มต้นก็ไม่ต้องกลัวที่จะเสียอะไรไป ผมยึดท่าทีที่เป็นไปตามธรรมชาติถึงเวลาสู้ก็ต้องสู้ไม่กลัวผิดพลาดและไม่เขินอาย”
เขาไม่อายเพราะเขาเชื่อว่ายื่งทำผิดมากในตอนแรกยื่งสามารถเข้าใจเรื่องราวได้มากขึ้นในภายหลัง “จู่ๆ ก็ประสบความสำเร็จ ไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าทำไมถึงประสบความสำเร็จ” เขาไม่เชื่อใน ‘ทางลัด’ และเขารู้สึกเกรงกลัวต่ออันตรายที่มาจากความสำเร็จเพียงชั่วข้ามคืนอยู่เสมอ “ยกตัวอย่างเช่น ถนนเส้นนี้ยาว 500 เมตร ต่อให้คุณใช้เล่ห์เหลี่ยมยังไงระยะทางก็เท่าเดิม ถ้าหากคุณเดินไปแล้ว 100 เมตรและคุณคิดว่าผ่านการเดินมาแล้ว 500 เมตร ซึ่งจริงๆ แล้วมันไม่ใช่ สู้คุณเดินให้ดีตั้งแต่แรกดีกว่า”

สำหรับซัมเมอร์นี้เขาได้รับหน้าที่เป็นหัวหน้าทีมในรายการ “Street Dance of China Season 3” เป็นการ battle ครั้งแรกของเขา เขาไม่มีประสบการณ์มาก่อน แต่เขาก็รู้สึกสนุกไปกับมันมาก “อันที่จริงไม่ว่าคุณจะเตรียมตัวไปอย่างไร มันก็จะมีขีดจำกัดในตัวมันเอง หากผมสามารถทำได้ถึง 80 คะแนน ผมก็ไม่มีทางให้สุดอยู่ ที่ 79 คะแนนแน่”

ท่ามกลางผู้มีประสบการณ์มากมายเขาแค่เพียงอยากสนุกไปกับมันไม่สนว่าจะชนะหรือแพ้ “จะคิดมากไปทำไม ยังไงก็ไม่รู้อยู่ดีว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวินาทีข้างหน้าหรือในวันพรุ่งนี้ สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนุกไปกับช่วงเวลาในตอนนั้น เหมือนกับที่ผมเคยพูดในรายการหนึ่งว่าตราบใดที่จิตวิญญาณของคุณและร่างกายของคุณรักการเต้นล่ะก็ พวกเราก็เป็นครอบครัวเดียวกัน” รายการเหล่านั้นจริงๆ ก็คือเกมส์การแข่งขัน ที่มีกฎการเล่นเป็นของตัวเอง แต่ไม่ควรทำให้กฎเกณฑ์เหล่านั้นกลายเป็นมาตรฐานควมคุมทุกอย่าง

 “เวลาที่คุณให้ความสำคัญกับการแข่งขันมาก อาจทำให้คุณมองข้ามความสวยงามของมันไป เวลา battle ก็ควร battle แต่การถอยออกมาดู นี่คือศิลปะมันไม่มีคำตอบที่สมบูรณ์แบบ” ทุกคนสามารถเสาะหามาตรฐานของตัวเอง ทุกคนมีความทะเยอทะยาน ไม่จำเป็นต้องกล้ำกลืนทำแบบเดียวกันหมด “ที่ผมจะบอกคือต้องรู้จักตัวเอง ไม่ได้ชี้ว่าฉันต้องเป็นเศรษฐีพันล้าน เป้าหมายที่เป็นรูปธรรมนี้ ทำให้ผมมีความสุขอย่างแท้จริงและดื่มด่ำกับสิ่งต่างๆ”
ก่อนหน้านี่แจ็คสัน หวังจะได้เป็นหัวหน้าทีม Team Wang ร่วมมือกับ Rockbund Art Museum ที่เซี่ยงไฮ้จัดนิทรรศการ “Impressions of Monet Sunrise” “ผมรู้สึกขอบคุณ” และเขายังได้พูดอีกประโยคหนึ่ง “ผมโชคดีมากที่ได้ร่วมงานกับ Monet ได้ออกแบบโครงการต่างๆ ที่ไม่ซ้ำกัน มีความเห็นที่ขัดแย้งกันมากมายก็จริงแต่สุดท้ายการออกแบบของผมก็เห็นพ้องต้องกันกับ Monet” จุดที่เข้าถึงผลงานสร้างสรรค์ของเขาคือ คุณมองเห็นอะไรและรู้สึกถึงอะไร “ช่วงเวลานี้” ในปี 2020 คำตอบของผมคือ ผมมองเห็นพระอาทิตย์ ภายในรูปภาพทั้งหมดได้รับแรงบรรดาลใจจากการส่องสว่างของพระอาทิตย์ ซึ่งมันให้ผมรู้สึกถึง ‘ความหวังที่ไม่สิ้นสุด’ ” 

นิทรรศการอยู่ที่เซี่ยงไฮ้ผลงานต้นฉบับมาจากปารีสทั้งสองเมืองเปรียบเสมือนความแตกต่างซึ่งทำให้เขานึกถึงแนวคิด “การสะท้อน” เนื่องจากการเกิดขึ้นของ reflection ที่ทำให้เกิดเงาสองเงาขึ้น แต่จริงๆ แล้วทั้งสองเงานั้นต่างก็สะท้อนมาจากของสิ่งเดียวกัน หรือแม้ว่าเมืองทั้งสองเมืองจะแตกต่างกัน แต่หากมองผ่านอีกมุมแล้วมันก็เหมือนกันอยู่ดี ดูเหมือนว่าพริบตาเดียว ผลงานของ Team Wang ในด้านต่างๆ ทั้งด้านแฟชั่น ความคิดสร้างสรรค์ การออกแบบ ดนตรีและการผลิต ต่างก็ท่วมท้นอยู่ตรงหน้า  ไหนจะ Pop-up Store ระยะเวลา 3 เดือนของแบรนด์เขา ที่ Shanghai Kerry Centre ก็ถือเป็นผลงานชิ้นเอกชิ้นหนึ่ง
“ตลอดเวลาที่ผ่านมา สิ่งที่ผู้ชมได้เห็นคือสิ่งที่ผมตั้งใจมอบให้ นั้นแหล่ะ ผมก็เหมือนรูปทรงกลม ก่อนหน้านี้พวกเขาเห็นเพียงแค่ด้านเดียวของผม แต่ตอนนี้ด้านอื่นๆ กำลังค่อยๆ หมุนมา แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าก่อนหน้านี้ด้านอื่นๆ มันไม่มีจริง” ผู้ชมสามารถเห็นเขาได้ในรายการวาไรตี้ รับฟังเสียงของเขาได้ผ่านทางดนตรี แต่ก็อาจไม่รู้ถึงเบื้องหลังการทำงานอย่างหนักของเขาที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะ “ไม่ใด้จะบอกว่าตอนนี้ผมกำลังเปลี่ยนแปลงนะ ผมทำมาตลอด แต่แค่ก่อนหน้านี้ไม่มีเวลาหรือโอกาสที่เหมาะสม”

ตอนนี้เขารู้สึกว่าเขาเตรียมตัวมาพร้อมแล้ว Team Wang คือการรวบรวมการแสดงออกทางความคิดหรือทัศนคติของเขาทั้งหมด โดยมีธีมหลักคือ ‘รู้จักตัวเอง สร้างประวัติศาสตร์ให้ตัวเอง’

ในช่วงเริ่มต้นของการสร้างแบรนด์แจ็คสันหวังและผู้ก่อตั้งอีกสองคนไปจนถึงพนักงานในทีมทุกคนต่างก็ใช้กลยุทธ์แบบสิบรุมหนึ่ง (pit one against ten) ภาระงานของเขาต้องเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าและเขาต้องดูแลทั้งสองอย่างด้วยตัวเอง “เหนื่อยเหมือนร่างกายจะแหลกสลายไปจริงๆ นี่ไม่ใช่การบ่นเฉยๆ นะ ถ้าให้พูดถึงในตอนนั้นล่ะก็ เหนื่อยจนกลัวว่าตัวเองจะตายไปแล้วจริงๆ”

ในฐานะศิลปินคนหนึ่งตารางงานของเขาก็เต็มจนแน่นอยู่แล้วแต่แบรนด์ของเขาก็มักจะมีหลายสิ่งหลายอย่างที่รอให้เขาเข้าไปติดต่อและจัดการอยู่เสมอจนแทบไม่สามรถบอกได้เลยว่าอันไหนสำคัญกว่าอันไหนเพราะทุกอย่างล้วนแต่จะต้องการให้เขาเข้าไปจัดการให้ได้ในทันที “ก่อนหน้านี้สิ่งที่ยากที่สุดคือการสื่อสาร เพราะต้องคอยตรวจสอบให้แน่ใจว่าทุกคนอยู่ในช่องทางเดียวกัน” สิ่งที่ “ลำบาก” ยิ่งไปกว่านั้นก็คือเขาชอบทำทุกอย่างด้วยตัวเขาเอง “ตอนเตรียมตัวสำหรับการเปิดตัวแฟชั่นชุดแรกของผม ผมต้องเลือกผ้าจากหลายร้อยผืนและหลังจากที่ตัวอย่างออกมาก็ต้องเอามาเปรียบเทียบและปรึกษาหารืออีกเป็นสิบยี่สิบรอบ จากนั้นจึงหาโรงงาน แล้วยังต้องเปรียบเทียบสินค้าและราคาของแต่ละเจ้า ไหนจะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ และปัญหายุ่งยากอีกนับพันที่ต้องจัดการในเวลาเดียวกัน…”
เขาอดไม่ได้ที่จะส่ายหัว ราวกับว่าได้ย้อนกลับไปในช่วงเวลาที่เหนื่อยล้าเหล่านั้น นอกจากในส่วนของ แฟชั่นแล้ว ยังมีส่วนของดนตรี ซึ่งเขาได้รับหน้าที่เป็นโปรดิวเซอร์เพลงของตัวเอง เขาต้องเลือกเพลง บันทึกเสียงและมิกซ์เพลง ไม่ต่ำกว่ายี่สิบหรือสามสิบรอบในแต่ละขั้นตอน “หลังจากเดโมเพลงออกมา ผมต้องไปฟัง ผ่านหูฟังรอบหนึ่ง ฟังผ่านเครื่องเสียงในรถรอบหนึ่ง ฟังผ่านโทรศัพท์รอบหนึ่งและฟังในห้องซ้อมเต้นอีกรอบหนึ่ง สุดท้ายถึงจะเป็น master (ขั้นตอนสุดท้ายในการทำเพลง)”

เอ็มวีและวิดีโอส่วนใหญ่ก็เป็นผลงานความคิดสร้างสรรค์ของเขาทั้งสิ้นเพลงใหม่ล่าสุดที่ชื่อ “Pretty Please” เขายังรับหน้าที่เป็นผู้กำกับมิวสิควิดีโออีกด้วย ตั้งแต่ผลงานความคิดสร้างสรรค์ ไปจนถึงการเขียนบท การออกแบบท่าทาง การกำหนดตำแหน่ง เขาทำมันทั้งหมดด้วยตัวเอง “การจะเลือกผู้กำกับมืออาชีพนั้นไม่สำคัญเท่ากับว่าพวกเขาจะสามารถนำเสนอภาพในหัวของผมออกมาได้หรือไม่ การทำด้วยตัวเองก็มีข้อดีตรงนี้ ผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่มีทางผิดเพี้ยนไปจากภาพในจินตนาการ แต่ก็ใช้เวลานานอย่างมาก ครั้งนี้ก็ทำให้ผมได้เรียนรู้และได้รับประสบการณ์มากมาย”

เมื่อถึงจุดที่เขายุ่งสุดๆแม้แต่การนอนก็กลายเป็นเรื่องไม่จำเป็น “บางครั้ง ไม่ใช่ว่าคุณอยากพักแล้วสามารถหยุดทำได้เลย ผมก็เป็นคนธรรมดา เป็นไปไม่ได้ที่จะกดปุ่มหยุดแล้วเข้าสู่โหมด Sleep ได้เลย” แม้ว่าเขาจะล้มตัวลงนอนได้ไม่นาน แต่ก็ยังมีหลายสิ่งหลายอย่างที่ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวเขา อันนี้มอบหมายไปหรือยังนะ เกิดอะไรขึ้นในแผนกนั้นนะ เหมือนเขาจะลืมอะไรบางอย่างไป อย่างนี้ไม่ได้การแล้ว แล้ว Plan B คืออะไรล่ะ ?
ความวิตกกังวลมีมาตลอด “ผมและทีมงานของผมเหนื่อยมากในทุกๆ วัน แต่ถึงอย่างนั้น อย่างไรก็ตามในวันหนึ่ง ร้านก็จะต้องอยู่ตัว ดังนั้นผมก็หวังว่ามันจะอยู่ตัวในเร็วๆ วัน” แบรนด์นี้เป็นความฝันของเขามาตลอด ในขณะที่เขารู้สึกเหนื่อยกับมันมากๆ นั้น เขาก็รู้สึกตื่นเต้นกับมันมากๆ เช่นเดียวกัน ไม่มีทางที่ความพยายามของเขาจะสูญเปล่า อีกอย่างเขาก็ไม่ใช่คนที่ต้องการความสมบูรณ์แบบในทุกๆ อย่าง “ฉันแค่รู้สึกว่าทำให้ดีที่สุดแล้วมีความสุขกับมัน ก็พอแล้ว”

ความขมขื่นและความหอมหวานทั้งหมดที่เขาพบเจอระหว่างการทำงานนั้นเขาเต็มใจที่จะทำมันมันเป็นเรื่องที่เลี่ยงไม่ได้ที่เขาจะต้องพบเจอทางแยกที่มากมายต้องลังเลที่จะตัดสินใจกับตัวเลือกที่หลากหลายเขารู้สึกขอบคุณที่เขาทำตามจังหวะและทิศทางของหัวใจมาโดยตลอดอย่างไม่มีผิดพลาด “ไม่ว่าจะจัดรายการวาไรตี้หรือเป็นพิธีกร จากนั้นหยุดไปปีสองปีเพื่อเตรียมงานดนตรี จนถึงตอนนี้ที่ผมกำลังจะมีแบรนด์แฟชั่นเป็นของตัวเอง ได้ถ่ายวิดีโอให้ลูกค้าหรือวางแผนงาน…จริงๆ แล้วมันเป็นเรื่องยากสำหรับผมหรือทีมงานของ Team Wang ทุกคนเหมือนกัน มันทำให้พวกเราได้รู้จักตัวเองมากขึ้น เข้าใจสภาพแวดล้อมและการเป็นผู้ใหญ่มากขึ้น นี่แหล่ะคือรสชาติของความสำเร็จ”

TAG

Related Stories

พร้อมยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโฉมใหม่สุดหรูริมทะเลอันดามัน
มาชิมและถ่ายรูปกับขนมหวานโดย KKI Sweets และเมนูอาหารรสเด็ดจากร้านบรันช์สุดชิค Babyccino
ทั้งเรื่องราวของการดูแลธุรกิจที่กำลังรุ่งโรจน์และครอบครัวที่น่ารัก
ด้วยแรงบันดาลใจแรงบันดาลใจสุดพิเศษจากสัญลักษณ์ของความหวังอย่างดวงดาวแห่งเบธเลเฮม ผสานเข้ากับวัฒนธรรมดิสโก้จากยุค 70s อย่างลงตัว
จิตวิญญาณของดินแดนอินโดจีนผ่านผู้คน ชุมชน อาหาร และโบราณสถานอันงดงาม ผ่านการเชื่อมโยงของสองรีสอร์ทหรู Amantaka หลวงพระบาง และ Amansara ในเสียมเรียบ

Most Viewed

สร้อยทองคำขาวประดับอัญมณีรวม 964 เม็ด รังสรรค์ผ่านระยะเวลากว่า 450 ชั่วโมง
จิตวิญญาณของดินแดนอินโดจีนผ่านผู้คน ชุมชน อาหาร และโบราณสถานอันงดงาม ผ่านการเชื่อมโยงของสองรีสอร์ทหรู Amantaka หลวงพระบาง และ Amansara ในเสียมเรียบ
สร้อยทองคำขาวประดับอัญมณีรวม 964 เม็ด รังสรรค์ผ่านระยะเวลากว่า 450 ชั่วโมง
จิตวิญญาณของดินแดนอินโดจีนผ่านผู้คน ชุมชน อาหาร และโบราณสถานอันงดงาม ผ่านการเชื่อมโยงของสองรีสอร์ทหรู Amantaka หลวงพระบาง และ Amansara ในเสียมเรียบ

MORE FROM

พร้อมยกระดับประสบการณ์การรับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโฉมใหม่สุดหรูริมทะเลอันดามัน
มาชิมและถ่ายรูปกับขนมหวานโดย KKI Sweets และเมนูอาหารรสเด็ดจากร้านบรันช์สุดชิค Babyccino

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว