พูดคุยถึงที่มาของนิทรรศการศิลปะสุดยิ่งใหญ่ GALLERIES’ NIGHTS กับ เอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย Jean-Claude Poimboeuf

งานที่อุทิศให้กับทัศนศิลป์และศิลปะร่วมสมัยที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลก

นับเป็นการเดินทางอันยาวนานจนมาถึงครั้งที่ 10 ในปี 2023 ของงาน Galleries’ Nights ซึ่งจัดขึ้นโดยสถานเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำประเทศไทย ในรูปแบบของการท่องแกลเลอรียามราตรีซึ่งจะมีธีมที่แตกต่างกันไปในแต่ละปี งาน Galleries’ Nights ได้รับแรงบันดาลใจมาจากงาน ‘ค่ำคืนที่ไม่หลับใหล หรือ ‘Nuit Blanche Paris’ (Sleepless Night) งานที่อุทิศให้กับทัศนศิลป์และศิลปะร่วมสมัยที่ประสบความสำเร็จไปทั่วโลกมีเป้าหมายหลักคือการสร้างแรงขับเคลื่อนทางศิลปะและวัฒนธรรมด้วยการสนับสนุนศิลปะท้องถิ่นควบคู่ไปกับการส่งเสริมศิลปะร่วมสมัยให้กับผู้ชมในวงกว้าง โดยเชื่อว่าศิลปะร่วมสมัยมีความสําคัญต่อกรุงเทพฯ หลายองค์ประกอบกําลังบ่งบอกว่าอีกไม่นานกรุงเทพฯ จะกลายเป็นศูนย์กลางศิลปะร่วมสมัยเช่นเดียวกับมหานครอื่นๆ

Jean-Claude Poimboeuf

ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ในฐานะนิตยสารที่เล็งเห็นถึงความสำคัญและให้การสนับสนุนวงการศิลปะไทยมาโดยตลอด ได้เข้าร่วมเป็นพาร์ทเนอร์ด้านสื่อให้กับ Galleries’ Nights 2023 อีกทั้งยังได้รับเกียรติจากเอกอัครราชทูตฝรั่งเศสประจำ ประเทศไทย นาย ฌ็อง-โกลด ปวงเบิฟ (Jean-Claude Poimboeuf) มาร่วมให้สัมภาษณ์เอ็กซ์คลูซีฟถึงงานในครั้งนี้ด้วย

Harper’s BAZAAR: คุณคิดว่ากรุงเทพมหานครมีความเชื่อมโยงกับปารีสในแง่ศิลปะอย่างไรบ้าง?
Jean-Claude Poimboeuf: ผมเพิ่งมาอยู่กรุงเทพฯ ได้แค่หกเดือนครับ ดังนั้นประสบการณ์ยังค่อนข้างสั้นมาก แต่สิ่งที่เห็นได้ชัดในแง่ของภูมิศาสตร์คือกรุงเทพฯ มีแม่น้ำเจ้าพระยาไหลผ่านกลางเมือง ซึ่งก็เหมือนกับปารีสที่มีแม่น้ำแซนและบริเวณโดยรอบของแม่น้ำก็มีสถานที่สำคัญๆอยู่มากมาย นี่เป็นเพียงความรู้สึกของผม แต่การที่เราจัดงาน Galleries’ Nights ที่กรุงเทพฯ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากงาน Sleepless Night ในฝรั่งเศส ผมคิดว่านี่แสดงให้เห็นถึงสายสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน และปีนี้เราจัดงานเป็นครั้งที่สิบ ผมเห็นว่ามันประสบความสำเร็จค่อนข้างมากเลย คืนนี้ผมไปเยี่ยมชมแกลเลอรีมาสามแห่งและมีคนไปเยอะมากๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนวัยหนุ่มสาว ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีที่พวกเขาสนใจในศิลปะและศิลปะร่วมสมัย

Harper’s BAZAAR: จากประสบการณ์ของคุณที่ทำงานตำแหน่งสูงในด้านการทูต คุณมองว่าศิลปะเป็นเครื่องมือทางวัฒนธรรมที่เชื่อมโยงโลกทั้งใบเข้าไว้ด้วยกันได้อย่างไร?
Jean-Claude Poimboeuf: เป็นคำถามที่กว้างแต่ว่าดีมากครับ ผมคิดว่าศิลปะอาจเป็นสายสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งที่สุดที่เกิดขึ้นได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด ไม่ต้องใช้ภาษาเพราะมันเป็นสิ่งสากลที่ทุกคนเข้าใจได้ ศิลปะสามารถสื่อสารกับใครก็ได้โดยที่คนคนนั้นอาจไม่ใช่ชนชาติเดียวกับเจ้าของผลงาน ดังนั้นมันจึงเป็นเครื่องมืออันทรงพลังที่มีอำนาจในการสื่อสารและสร้างความเข้าใจซึ่งกันและกันได้ ฝรั่งเศสเป็นประเทศที่มีนโยบายทางการทูตด้านวัฒนธรรมที่โดดเด่นชัดเจนและเราก็ได้ส่งเสริมงานศิลปะเพื่อเป็นการสื่อสารระหว่างผู้คนและวัฒนธรรมที่แตกต่างกัน นอกจากนี้ฝรั่งเศสยังเป็นประเทศที่ดึงดูดและสร้างชื่อให้กับศิลปินระดับโลกมากมายโดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงศตวรรษที่ 20 ศิลปินชื่อดังหลายๆ คนไม่ได้เกิดในฝรั่งเศส อย่างศิลปินที่ชื่อ Zao Wou-ki ซึ่งเกิดในประเทศจีนแต่มีชื่อเสียงโด่งดังจากผลงานที่ทำในฝรั่งเศส หรือ Nico-las de Staël ที่กำลังมีนิทรรศการในปารีสก็เกิดในรัสเซียแต่มารังสรรค์ผลงานในฝรั่งเศส นอกจากนี้เรายังสนับสนุนศิลปินฝรั่งเศสให้ออกไปค้นหาโลกใหม่ๆ ออกไปใช้ชีวิตในประเทศอื่นๆ และสร้างสรรค์ผลงานในสภาพแวดล้อมที่แตกต่าง ซึ่งถือว่าเป็นธรรมเนียมที่เราทำกันมานานแล้ว ในยุคเรอเนสซองส์ เราส่งศิลปินไปอิตาลีเพื่อเรียนรู้งานจิตรกรรมและประติมากรรม และตอนนี้เราก็ได้ส่งศิลปินไปสหรัฐอเมริกา ญี่ปุ่นและประเทศอื่นๆ เพื่อหาแรงบันดาลใจในวัฒนธรรมต่างชาติ ศิลปะเปรียบเสมือนสื่อกลางที่ทำ ให้คนเข้าใจกันได้โดยไม่ต้องใช้คำพูด

Harper’s BAZAAR: คุณคิดว่า Galleries’ Nights จะขยายขอบเขตไปสู่ศิลปะแขนงอื่นๆ และนำ มาเข้าร่วมในงานนี้ในอนาคตไหม?
Jean-Claude Poimboeuf: จากที่ผมเห็น ตอนนี้งานเราก็มีงานศิลปะหลายๆ แขนงรวมอยู่ครับไม่ว่าจะเป็นงานจิตรกรรม งานประติมากรรม งานอินสตอลเลชั่น วิดีโอ ภาพยนตร์ และอื่นๆ เป็นงานที่หลากหลายมากๆ ผมได้เห็นงานที่ได้แรงบันดาลใจจากสตรีทอาร์ท ซึ่งเป็นสื่อกลางที่ทรงพลังมากๆ เป็นงานที่หลายๆ คนเข้าถึงและรู้สึกมีส่วนร่วม แต่บางทีงานศิลปะที่จัดแสดงในแกลเลอรี บางคนยังรู้สึกกลัวหรือเข้าไม่ถึง หรือคิดว่ามันคือวัฒนธรรมชั้นสูง หากไม่มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะจะไม่สามารถชื่นชมมันได้ แต่ผมอยากให้เปลี่ยนความคิด เวลาคนคิดถึงสตรีทอาร์ทมักจะคิดถึงการพ่นสีตามกำแพงแต่ผมหวังว่าวันหนึ่งเราจะสามารถนำสตรีทอาร์ทมาจัดแสดงในแกลเลอรีและเข้าร่วมงานอีเวนต์แบบนี้

Harper’s BAZAAR: คุณช่วยเล่าให้ฟังถึงการขยายขอบเขตของ Galleries’ Nights 2024 ที่จะเกิดขึ้นนอกเหนือจากกรุงเทพฯ และบางแสนได้ไหม คุณจะไปจัดงานที่จังหวัดไหนหรือเปล่า?
Jean-Claude Poimboeuf: ตอนนี้เรากำลังคิดว่าอาจจะขยายไปที่เชียงใหม่ครับ เพราะเชียงใหม่เป็นเมืองที่สวยงามและมีประวัติศาสตร์ศิลปะอันยาวนานสำหรับผมเชียงใหม่เปรียบเสมือนเกียวโตของญี่ปุ่น เมืองที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์และวัดเก่าแก่คนในเชียงใหม่จำนวนมากมีความสนใจในศิลปะ เราจึงอยากจะลองคุยเรื่องนี้กับมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ดู ผมก็หวังว่าในปี 2024 เราจะได้ขยายไปเชียงใหม่ด้วย และเราก็ยินดีต้อนรับศิลปินและแกลเลอรีที่อยากร่วมงานกับเราเป็นอย่างยิ่งครับ

Galleries’ Nights 2023 จัดแสดงงานศิลปะหลากหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาพถ่าย ภาพวาด รวมถึงงานปั้น ผลงานสุดสร้างสรรค์จากศิลปินกว่า 220 คน ทั่วกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 10–11 พ.ย.และบางแสน จ.ชลบุรี ในวันที่ 5-10 ธ.ค.ที่ผ่านมา และสำหรับ Galleries’ Nights 2024 สามารถติดตามข่าวสารได้ที่ galleriesnights.com

TAG

Related Stories

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า
สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว