พูดคุยกับกรณ์ ณรงค์เดช กับสองบทบาทในฐานะนักธุรกิจไฟแรงและคุณพ่อสุดเพอร์เฟ็กต์

ทั้งเรื่องราวของการดูแลธุรกิจที่กำลังรุ่งโรจน์และครอบครัวที่น่ารัก

เมื่อไม่นานมานี้บาซาร์มีโอกาสได้พบกับนักธุรกิจหนุ่มไฟแรง กรณ์ ณรงค์เดช ผู้กุมบังเหียนของบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับประเทศอย่าง Raimon Land และยังเป็นคุณพ่อที่แสนเพอร์เฟ็กต์ของน้องกวิณท์และคุณแม่ ศรีริต้า เจนเซ่น อีกด้วย เราจึงอดไม่ได้ที่จะอัพเดทเรื่องราวของเขากับการบาลานซ์สองบทบาทที่สำคัญในชีวิตได้อย่างสมบูรณ์แบบ

Harper’s BAZAAR : ไลฟ์สไตล์เปลี่ยนไปอย่างไรบ้างคะสำหรับการรับบทบาทเป็นทั้งผู้บริหารและคุณพ่อ
Korn Narongdej : เปลี่ยนไปเยอะครับ เพราะว่าสมัยก่อนจะเป็นคนนอนดึกตื่นไม่ได้เช้ามาก พอตอนนี้ลูกไปโรงเรียนแล้วก็ต้องไปส่งลูกทุกเช้า ตอนนี้ลูกก็ยังไม่ได้เรียนเต็มวันแล้วเวลาที่เขาเลิกก็เป็นเวลาที่เราติดงานอยู่ ก็เลยอยากจะไปส่งเขาทุกวัน ตั้งแต่เขาเปิดเทอมมาก็ไปส่งทุกวันยังไม่เคยพลาดเลย ตอนนี้ไลฟ์สไตล์ก็เลยเปลี่ยนไปเยอะ พยายามนอนเร็วขึ้นและตื่นเช้าขึ้นครับ เรื่องที่เปลี่ยนเยอะเลยคือเดี๋ยวนี้เวลาออกไปไหน อย่างมีดินเนอร์เราก็อยากกลับบ้านเร็ว เขาจะนอนเร็ว เราก็อยากกลับมาเจอหน้าเขา

HBZ : เรียกได้ว่าเป็นคุณพ่อที่ติดลูกรึเปล่าคะ
Korn : ก็น่าจะติดครับ ติดแล้วก็เห่อลูกตัวเองด้วยครับ แต่เขาค่อนข้าง Independent เขาจะติดคุณแม่มากกว่า แต่เวลาคุณแม่ไปทำงานหรืออะไรเขาก็จะติดพ่อมาก แต่เวลาแม่กลับมาพ่อก็จะเป็นอากาศธาตุนิดหนึ่ง แล้วเขาก็ติดคุณปู่ด้วยครับ

HBZ : กลับมาที่เรื่องธุรกิจบ้างเห็นว่ากำลังดูแลโครงการใหญ่ๆ หลายโครงการเลยค่ะ อย่างที่ OCC (One City Centre) ที่เรากำลังอยู่ในตอนนี้ค่ะ
Korn : เป็นโครงการที่เราภาคภูมิใจมาก ไม่ใช่แค่เฉพาะผมเอง แต่ทีมพนักงาน Raimon Land ทุกคนด้วย ถือว่าเป็น Iconic Project มาก อันดับแรกก็คือ ที่นี่เป็นออฟฟิศเกรด A+ ซึ่งเป็น Recurring Income Project แรกของ Raimon Land ที่เราทำนะครับ ตัวตึกเป็นอาคาร 61 ชั้น ตั้งอยู่บนพื้นที่ 6 ไร่ ซึ่งเราคิดทุกรายละเอียดในการออกแบบเลย อย่างตัวพื้นที่ 6 ไร่ ซี่ง 3 ไร่ข้างหน้าเราทำเป็นสวน เพราะเราจะคิดเสมอว่าทุกโครงการของเราไม่ได้มองว่าเป็นการแค่การสร้างตึกแล้วก็จบ แต่เราอยากเปลี่ยน Landscape ใหม่ให้กับกรุงเทพฯ ให้กับประเทศไทย เพราะว่าหลายๆ ครั้งที่เราไปต่างประเทศเราก็จะรู้สึกว่าตึกประเทศนี้สวยจังเลย เราก็อยากได้ฟีลลิ่งแบบนั้นสำหรับคนต่างชาติที่มาเมืองไทยบ้างครับ แล้วตัวนี้เราก็ตั้งใจทำไม่ใช่แค่เรื่องของการค้าอย่างเดียว แต่ในเรื่องของการคืนกำไรให้สังคมด้วย อย่างที่บอกคือ 3 ไร่เราทำเป็นสวน เราอยากให้เป็นปอดแห่งใหม่ของถนนเพลินจิต แล้วก็ไม่ใช่เฉพาะผู้เช่าเท่านั้น แต่ประชาชนทั่วไปก็สามารถมาใช้บริการได้ และอีกอย่างหนึ่งที่ภาคภูมิใจสำหรับโครงการนี้ก็คือ ตัวตึกที่เราได้มีโอกาสทำงานร่วมกับบริษัทชื่อ Skidmore, Owings & Merrill Thailand หรือ SOM Thailand ซึ่งเป็นบริษัทออกแบบที่ทำตึก Burj Khalifa ที่ดูไบ แล้วก็ One World Trade Center ที่นิวยอร์กครับ
นอกจากนั้นตึกเราไม่ได้เน้นเรื่องความสวยอย่างเดียว แต่เรามาเน้นเรื่องของ Sustainability ซึ่งเป็น Concept ที่มาแรง แล้วตอนนี้เราก็ให้ความสำคัญมากเหมือนกัน อย่างตึกที่นี้ถ้าสังเกตดีๆ ทางด้านตะวันตกจะไม่มีหน้าต่างเลย เพราะว่าตอนบ่ายประเทศไทยจะแดดแรงสุด เพราะฉะนั้นการที่ไม่มีหน้าต่างมันจะช่วยเรื่องของประหยัดพลังงาน ลดโลกร้อน ประหยัดแอร์ เพราะฉะนั้นคือไม่ได้สวยอย่างเดียว แต่ฟังก์ชั่นต้องได้ ตอบโจทย์กับสิ่งแวดล้อมด้วยครับ ที่สำคัญเราเป็นตึกเป็นออฟฟิศที่สูงที่สุดในประเทศไทย ณ ตอนนี้ด้วยครับ

HBZ : อีกโครงการคือ The Estelle Phrom Phong ใช่มั้ยคะ
Korn : The Estelle Phrom Phong เป็นคอนโดมิเนียม High-rise ระดับอัลตร้าลักชัวรี่ที่เป็น Joint Venture กับบริษัท Tokyo Tatemono ซึ่งเป็นหนึ่งในบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่เก่าแก่ที่สุดของญี่ปุ่น บริษัทเขาอายุประมาณ 130 ปีแล้วครับ คอนเซ็ปต์โครงการนี้ก็จะมีการเพิ่ม Japanese Element เข้าไป มีกลิ่นอายแบบ Zenn มี ห้อง Onsen มีการใช้ต้นไทร บอนไซญี่ปุ่น โครงการนี้อยู่ที่สุขุมวิท 26 เราเริ่มโอนตั้งแต่ Q3 ปีที่แล้ว ปัจจุบันขายไปแล้ว 99% จริงๆ แล้วอีกแค่ 3 ห้อง คาดว่าจะปิดโครงการได้ภายในสิ้นปีนี้ครับ ได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี แล้วก็อีกอย่างนึงก็คือ อย่างที่บอกทุกตึกนี่ เราไม่ได้เน้นความสวยงามอย่างเดียว เราอยากให้ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่น แล้วก็คุ้มค่าเรื่องของ Investment ด้วย Feedback ที่ได้จากลูกค้า ซึ่งเราในฐานะคนทำงาน เราก็รู้สึกดีใจว่าล่าสุด ลูกค้าที่ซื้อไปเพื่อการลงทุนเขา Happy มาก เพราะว่าในเรื่องการปล่อยเช่า ตอนนี้ Take up rate / Take Update คือเร็วมาก คนที่ปล่อยเช่าสามารถปล่อยเช่าได้ภายใน 2 – 3 อาทิตย์
อีกอันที่เป็นคอนเซ็ปต์ใหม่สำหรับตึกที่อยากจะขอพูดถึง 3 ประเด็น อันดับแรกเลยคือ ตึกแรกที่เราทำเป็น Pet Friendly สามารถเลี้ยงสัตว์ได้ ตอบโจทย์ชีวิตลูกบ้านปัจจุบันด้วย อันที่สองเป็นหนึ่งใน Facility ที่เราใส่เข้าไปแล้วได้รับการตอบรับจากลูกค้าดีมากๆ ก็คือว่าเราจะมีห้องคล้ายๆ แบบห้องสวีทในตึก หมายความว่าคล้ายๆ ห้องสวีทโรงแรม คือจะมี 2 ห้อง คือถ้าคุณซื้อตึกนี้แล้วมีเพื่อนมาหาหรือบางทีมีคุณพ่อคุณแม่มาเราสามารถใช้โควต้านี้เหมือนเป็นห้องโรงแรมได้ แล้วนี่ก็ได้รับ Feedback ดีมาก ลูกค้าชอบครับ อีกเรื่องหนึ่งของโครงการนี้ก็คือในเรื่องของตัว Private Lift ซึ่งอันนี้เราก็เป็นการปรับเพื่อตอบโจทย์ มันเป็นโครงการแรกที่ทำการโอนหลัง Covid-19 อันนี้ก็เป็นอีกอันที่ลูกค้ารู้สึกว่ามันตอบโจทย์กับยุคหลัง Pandemic เพราะว่าเราก็ไม่เคยคิดว่าการขึ้นลิฟท์กับคนอื่นจะเป็นสิ่งที่เราไม่เคยอยากทำมาก่อน แล้ว Private Lift นี่จะจอดเฉพาะชั้นเราเท่านั้น มันจะไม่ไปแวะรับคนอื่นระหว่างทางครับ

HBZ : โครงการต่อไป Tait Sathorn 12 ค่ะ
Korn : จริงๆ เราเพิ่งมีงาน Housewarming ไปครับ เพราะว่า Tait Sathorn 12 นี่ เราเพิ่งเริ่มโอนเมื่อเดือนสิงหาคมนี้ ปัจจุบันมีลูกค้าเข้าอยู่แล้ว โอนไปประมาณ 50% ก็เป็นอีกหนึ่งโครงการที่เราภาคภูมิใจด้วย อันนี้เราใช้ Architect ไทยชื่อดัง บริษัท A49 ที่ออกแบบ Palm 360 ที่ดูไบ
การออกแบบตึกทีนี่เราเรียกว่า Iconic Slope ใช้กระจกทั้งตึก โครงการนี้ก็ได้รับการตอบรับดีเหมือนกัน ปัจจุบันขายไปแล้ว 97% ส่วนคอนเซ็ปต์ของโครงการนี้จะแตกต่างกับ Estelle ค่อนข้างสิ้นเชิงเลยครับ เพราะว่า Target จะเป็น First Jobber เป็นลูกค้าที่วัยรุ่นกว่า เพราะงั้นในเรื่อง Facility อย่าง Gym ก็จะเป็น Functional Gym ครับ

HBZ : อีกที่ที่น่าสนใจมากคือ Rosewood Residences Kamala ที่นี่อยู่ที่อ่าวกมลา ในจังหวัดภูเก็ตเลยใช่มั้ยคะ
Korn : ครับ ตั้งแต่เราเข้ามาบริหาร Raimon Land สิ่งแรกที่เราทำก็คือ เรื่องของการปรับภาพลักษณ์ เราก็ไปทำ Research มากพอสมควรครับ คือต้องยอมรับว่าบริษัทนี้เป็นบริษัทอสังหาที่อยู่มายาวนาน ปีนี้เข้าปีที่ 36 แล้ว ตอนเข้ามาตอนแรกก็มีการทำ Market Survey เยอะ ถ้าพูดถึง Raimon Land ลูกค้าจะนึกถึงความลักชัวรี่เป็นอันดับแรก แล้วแบรนด์นี้ค่อนข้างแข็งแรง มีลูกค้าที่เป็นฐานแฟนคลับค่อนข้างเยอะ แต่ในขณะเดียวกันลูกค้าก็รู้สึกว่าแบรนด์มันค่อนข้าง Aging ดังนั้น สิ่งที่เราทำในช่วง 2 ปีแรก ก็คือตั้งแต่การปรับเปลี่ยนโลโก้ใหม่ เราอยากให้แบรนด์มันดู Hip ขึ้น Young ขึ้น เพราะว่าปัจจุบันนี้ฐานลูกค้ามันก็กว้างขึ้นในขณะเดียวกันลูกค้าที่อยู่กับเรามาดั้งเดิมเราก็รักและหวงแหน แต่เราก็อยากได้ฐานลูกค้าใหม่ด้วย ที่เล่าย้อนไปก็เพราะว่าจากนี้ไป Project ที่ Launch อยู่นี่มันจะเป็น DNA ใหม่ของเราจริงๆ คือเรา Develop ตั้งแต่ต้นจนจบนะครับ ซึ่งปัจจุบันในพอร์ตนี่เราจะโฟกัสที่ 2 เมืองก็คือ กรุงเทพฯ กับภูเก็ต
เหตุผลที่เราชอบกรุงเทพฯ แน่นอนกรุงเทพฯ เป็นมหานครหลัก เป็นจุดค้าขายของเรา แต่ถ้าถามว่าภูเก็ตทำไมถึงชอบ ตอนช่วงโควิดผมเองก็ได้ไปติดอยู่ที่นั่น 3 เดือน ต้องยอมรับว่าภูเก็ตเหมือนเป็นเมืองของเขาเอง แล้วทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นเรื่องของ Infrastructure ในเรื่องของระบบโรงพยาบาล ระบบ International ทุกอย่างมันไปได้ไกล เป็นเมืองที่มีทุกอย่าง ถ้าตัวบ้านลักชัวรี่นี่ขายเป็น US Dollar หมดแล้ว เพราะฉะนั้นคือตลาดต่างชาตินี่ตอบรับดีมากๆ แม้กระทั่งช่วงโควิดเอง ภูเก็ตเรียกได้ว่าเป็นเมืองที่กระทบน้อยที่สุด เพราะฉะนั้นเรามองว่าภูเก็ตเป็นจุดยุทธศาสตร์แข็งแรงสำคัญในตลาดนี้มากๆ แล้วในเรื่องของตัว Product ที่เราเข้าไปดูคือ อันดับแรกเราก็จะทำเป็น Branded Residence คือตัววิลล่าที่มี Branded ทำไมเราถึงมองตรงนี้ คือที่ผ่านมา Branded Residence มันเติบโตเร็วมาก เรามองย้อนตลาดภูเก็ตไปแล้ว Branded Residence อันสุดท้ายที่ไปเปิดในภูเก็ตนี่ มัน 10 กว่าปีแล้ว มันมี Demand ตรงนี้ ไม่ใช่เฉพาะชาวต่างชาติเอง คนไทยตอนโควิดก็ไปซื้อวิลล่ากันเยอะมาก เราก็เลยมองว่าภูเก็ตนี่เป็น Destination ที่น่าสนใจมากๆ แล้วเมืองทะเลอย่างไรก็ขายได้ครับ

HBZ : คุณกรณ์มองว่าศักยภาพการลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ที่เมืองไทยหลังจากโควิดนี่เป็นยังไงบ้างคะ
Korn : จริงๆ คือ ขออนุญาตตอบเป็น 2 ประเด็นนะครับ ตอนแรกเราจะได้ยินมาตลอดว่าตลาดอสังหาบ้านเรามัน Oversupply แล้ว ซึ่งจริงๆ ประเด็นนี้ขอเถียงหัวชนฝาเลย Oversupply ไหม Oversupply จริง แต่ตลาด Upper Segment นี่ จริงๆ แล้วที่ผ่านมา 5 ปีทุก Developer รวมทั้งตัวเราเอง เราก็จะทำห้องพักยูนิตค่อนข้างเล็กเพราะเรากลัวมันขายยาก แต่ถ้าเรามองไปตั้งแต่เทรนด์ที่มาในช่วง 6 เดือนปีนี้คือตอนนี้ลูกค้าหายูนิตที่เกิน 200 ตารางหมดเลย มันกลายเป็นเทรนด์ใหม่ไปแล้ว ลูกค้าต้องการห้องใหญ่ไซส์ใหญ่ ซึ่งในตลาดนี้ถือว่ามีน้อยมาก ซัพพลายมันก็เลยน้อยมาก ปัจจุบันก็คือโครงการเราที่บอกว่าเหลือ 3 ห้อง เพราะที่เหลือเป็นห้องเล็กหมด ห้องใหญ่ขายหมดแล้ว เรื่องของตัว Supply ผมว่า Demand ยังมีเยอะอยู่มาก
อันที่ 2 ก็คือนี่เป็นอีกเหตุผลที่ตั้งแต่ตอนเราทำ Re-Branding ให้ Raimon Land ตั้งแต่สมัยก่อนแล้วประสบการณ์ทำให้เรารู้ว่าสุดท้ายไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ไม่ว่าจะเกิดสงครามหรือจะเกิดโรคระบาดเนี่ย Segment บนเป็นอะไรที่กระทบน้อยที่สุด แล้วเราค่อนข้างภูมิใจว่าเราทำ Segment บนได้ดี โครงการของเราก็สามารถปิดการขายได้หมดครับ

HBZ : คุณกรณ์ได้เห็นตึกหรืออาคารหรือโครงการในทั่วโลกมีที่ไหนที่ประทับใจเป็นพิเศษไหมคะ
Korn : จริง ๆ ชอบหลายที่มาก เวลาไปเที่ยวจะไม่ชอบอยู่โรงแรมเดิม ชอบเปลี่ยนที่ไปตลอด เพราะอันดับแรกคือเวลาเราไปเที่ยวอารมณ์เราจะไม่เหมือนทำงาน คือเราจะสบายใจ เวลาเรามองอะไร เราจะเห็นอะไรในอีกมุมหนึ่งที่ไม่เหมือนเวลาที่เราคิดงาน แล้วเวลาเราไปเที่ยวเราเห็น เราก็จะได้แรงบันดาลใจ ถ้าพูดถึงมหานครตึกที่สวยและชอบมากที่สุดก็คือนิวยอร์กกับโตเกียว เพราะตึกเจ๋ง ๆ จะไปอยู่ที่นั่นหมด รวมถึงลอนดอนด้วย เหตุผลที่ไม่อยากอยู่โรงแรมเดิม เพราะว่าเวลาเราไปอยู่โรงแรมใหม่ เราก็จะได้ไอเดียใหม่ ได้แรงบันดาลใจใหม่ๆ แล้วบางอย่างมันเอามาปรับใช้ได้กับงานจริงๆ ฟังก์ชั่นบางอย่างมันเอามาปรับใช้กับคอนโดได้

HBZ : เทศกาลปีนี้มีเพลนอะไรบ้างคะ
Korn : ปกติเทศกาลจะชอบอยู่เมืองไทย เพราะว่าไม่ต้องไปแย่งกันกินแย่งกันอยู่ แล้วหลานๆ ที่เรียนเมืองนอก พอหน้าเทศกาลก็จะกลับมากัน เราก็จะมีเวลาอยู่กับเขาประมาณสองอาทิตย์ช่วงคริสต์มาสเบรก แล้วก็จะไปเที่ยวหลังเทศกาลแล้วครับ

HBZ : คริสต์มาสปีใหม่ในความทรงจำเป็นยังไงคะ
Korn : สมัยเด็กคือมีความสุขมาก ตั้งใจที่จะอยู่ถึงเที่ยงคืนเพื่อจะได้ Celebrate เข้าปีใหม่ รอดูพลุอะไรแบบนี้ครับ แต่ปัจจุบันนี่สี่ทุ่มก็แทบจะเข้านอนแลครับ (หัวเราะ)

HBZ : เป้าหมายในปีหน้า 2024 คืออะไรคะ
Korn : ถ้าในเรื่องงานก็คือ มันมีหลาย ๆ โครงการที่ตอนนี้เรา Develop อยู่ จริงๆ แล้วเราทุกคนก็ตื่นเต้น อย่างที่บอกไว้มันจะเป็น DNA ใหม่ของ Raimon Land อยากให้คุณลูกค้าติดตามว่ามันจะเป็นมิติใหม่ของอสังหาริมทรัพย์จริงๆ เพราะว่า Product ทุกอย่างที่เราพัฒนาเราคิดรายละเอียดทุก Detail จริงๆ หลายๆ Product มันยังไม่เคยเห็นในประเทศไทยมาก่อนเลยครับ แล้วก็หลายๆ โครงการตอนนี้คืบหน้าไปเยอะมาก จริงๆ สิ้นปีเราจะเปิดขาย Private Sales ให้ลูกค้าก่อน แต่การ Launch อย่างจริงจังคงเป็นต้นปีครับ
ส่วนเรื่องอื่น ๆ ถ้าเป็นไปได้ก็อยากมีลูกอีกคนครับ ปีหน้า ปีมังกรเป็นปีดีครับ

TAG

Related Stories

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว
ซีรี่ส์แอ็คชั่นผสมความโรแมนติกที่สตรีมรวดเดียวครบ 8 ตอนแล้ววันนี้
ลิ้มลองอาหารเลิศรสไปกับฝูงปลาใต้มหาสมุทร หรือจะดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่รายล้อมไปด้วยงานศิลปะกราฟฟิตี้สุดคูลของ Cyril Kongo

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว