ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ผู้หญิงที่พร้อมลุกขึ้นสู้กับความไม่ถูกต้อง

รู้จักตัวตนและแรงบันดาลใจของซินดี้ที่ผลักดันให้เกิดแคมเปญ ‘Don’t Tell Me How to Dress’
จากนางแบบสาวและผู้หญิงหลากหลายบทบาทในวงการบันเทิง วันนี้ซินดี้ สิรินยา บิชอพ ผันตัวมาเป็นนักรณรงค์สิทธิสตรีอย่างแท้จริง ภายนอกที่ดูแข็งแกร่งของซินดี้ จริงๆ แล้วเต็มไปด้วยความอ่อนไหวที่ซ่อนอยู่ภายใน และความอ่อนไหวนี้เองที่นำไปสู่การตระหนักในเรื่องความสำคัญของสิทธิส่วนบุคคล จนทำให้เธอกล้าลุกขึ้นสู้เพื่อสิทธิ์ในร่างกายที่ไม่ว่าใครก็ห้ามละเมิด
Harper’s Bazaar: คิดว่าสิ่งที่ทำให้ผู้หญิงรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่าคืออะไรบ้าง?
Sirinya Bishop: มันเริ่มจากเราต้อง appreciate สิ่งที่เรามี ตราบใดที่เราอยากได้แต่สิ่งที่คนอื่นมีและไม่รู้สึกขอบคุณในสิ่งที่เรามี เราจะไม่มีความสุข ไม่รู้สึกว่าตัวเองเติมเต็มและมีคุณค่า จนกว่าเราจะหันกลับมามองสิ่งดีๆ ที่เรามีในชีวิตและรู้สึกดีกับมัน และค่อยๆ พัฒนาตัวเองในสิ่งที่เรายังขาดอยู่
HB: แล้วคิดว่าควรมีการนิยามความเป็นหญิงไหม? หรือว่าบทบาททางเพศควรเป็นอิสระจากคำนิยาม เพราะอะไรบ้าง?
SB: เวลาเราพูดถึงความเท่าเทียมกันระหว่างเพศ บางกลุ่มจะบอกว่ามันคือเท่ากันโดยที่ไม่มีความแตกต่างเลย ซึ่งมันไม่ใช่ซินดี้ว่าผู้หญิงกับผู้ชายแตกต่างกัน และบนความแตกต่างนี่แหละที่น่าสนใจ ผู้หญิงมีความ feminine จุดแข็ง วิธีการทำงาน และวิธีคิดที่ยังไงก็ไม่เหมือนผู้ชาย แต่ไม่ใช่ว่าจะด้อยกว่า เพราะบนความแตกต่างมันก็ยังมีความเท่าเทียม เพราะฉะนั้นซินดี้ว่าจะจำกัดความเป็นผู้หญิงในหนึ่งนิยามเนี่ยยาก เพราะผู้หญิงทุกคนก็มีความแตกต่าง มีเอกลักษณ์ ดังนั้น Celebrate who you are ดีกว่า
HB: คิดว่าบทบาททางสังคมของผู้หญิงในสังคมไทยตอนนี้เป็นอย่างไรบ้าง? และมีปัญหาอะไรที่ยังต้องแก้ไขอีกบ้าง?
SB: คิดว่าผู้หญิงไทยโชคดีที่ในประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน เรามีฐานะที่อาจจะดีกว่าบางประเทศ แต่ก็ยังไม่ถึงจุดที่เราควรจะเป็น เพราะว่าถึงจะมีผู้หญิงที่อยู่ในธุรกิจเป็น CEO เยอะซึ่งถือว่าเป็นสัญญาณที่ดี แต่ในด้านอื่น เช่นเรื่องการศึกษา เรื่องความเท่าเทียมกันในอาชีพการงาน หรือว่าตัวแทนทางการเมืองก็ยังน้อยมาก แม้แต่ที่บ้านผู้หญิงยังถูกสังคมมองว่าเป็นรองกว่าผู้ชาย เพราะฉะนั้นมันก็ยังมีบางแง่มุมที่เราต้องแก้ แต่ตรงนี้แก้ยากเพราะมันอยู่ในวัฒนธรรมของความคิดชายเป็นใหญ่ในเอเชีย ซึ่งบางอย่างเป็นวัฒนธรรมอันดีงามเราก็ควรเก็บไว้ แต่บางอย่างถ้ามันไม่ได้สนับสนุนประชาชนครึ่งหนึ่งของประเทศเราก็ควรจะเปลี่ยนปัญหาที่ซินดี้มองว่าสำคัญที่สุดตอนนี้คือความรุนแรงต่อผู้หญิง มีสถิติออกมาว่าใน 1 ปี 1 ใน 2 ของผู้หญิงพบกับความรุนแรง ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายและทางเพศจากคนที่เขารู้จักใกล้ชิด สถิตินี้น่ากลัวมาก สังคมไทยเรายอมรับสิ่งเหล่านี้เหรอ? หรือว่าเรากำลังปิดหูปิดตา ไม่ออกมาช่วยเหลือผู้หญิงที่กำลังโดนกระทำ ผู้หญิงเองที่โดนกระทำก็ไม่กล้าออกมา เพราะส่วนใหญ่ก็โดนสังคมประณาม โดนย้อนถามว่าคุณแต่งตัวแบบไหน หรืออาจจะบอกว่า โอ้ยไม่เป็นไรหรอก ทนๆ ไปเหอะเพื่อครอบครัว
HB:
อยากให้พี่ซินดี้เล่าถึงแรงบันดาลใจของแคมเปญ “Don’t Tell Me How to Dress” เกิดจากอะไร? มีแนวคิดหลักอย่างไร?
SB: เกิดจากที่ซินดี้เห็นบทความในหนังสือพิมพ์ที่มีการแนะนำให้ผู้หญิงอย่าแต่งตัวโป๊เพื่อป้องกันความรุนแรงหรือการถูกลวนลาม ซึ่งไม่ได้มีการพูดถึงประเด็นอื่นเลย ไม่มีการตักเตือนฝ่ายที่คิดจะกระทำ เลยรู้สึกว่าไม่แฟร์ มันสะท้อนให้เห็นมุมมองในสังคมไทยว่าเป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่ต้องปกป้องตัวเองฝ่ายเดียว เป็นหน้าที่ของผู้หญิงที่จะต้องทำตัวดีงาม ห้ามไปไหนคนเดียว ถ้าคุณแต่งตัวโป๊ หรือกินเหล้ามากเกิน แสดงว่าคุณผิด ฝ่ายผู้ชายไม่ผิด เลยเป็นสาเหตุที่ซินดี้ออกมารณรงค์เรื่องนี้ โดยเริ่มจากเอานิทรรศการเสื้อผ้าของผู้หญิงที่ถูกกระทำมาจัดแสดงให้เห็นเลยว่ามันเกี่ยวรึเปล่า มีตั้งแต่ชุดเด็กทารก ชุดนักศึกษา ชุดทำงาน เสื้อคอเต่า กางเกงยีนส์ เสื้อแขนยาว มันโป๊ตรงไหน แล้วถ้าไม่เกี่ยว ปัญหามันมากจากอะไร ตอนนี้ซินดี้มาโฟกัสในเรื่องของการศึกษา เพราะสิ่งที่ซินดี้รู้สึกว่าควรทำมากคือการปลูกฝังให้เยาวชนและคนรุ่นใหม่เข้าใจว่าความเท่าเทียมกันคืออะไร ความเคารพไม่ว่าจะเพศอะไร สีผิวอะไรก็แล้วแต่ ความเคารพในสิทธิมนุษยชน สิทธิในเนื้อตัวร่างกายมันต้องปลูกฝังตั้งแต่เด็กทั้งผู้หญิงผู้ชาย ตอนนี้ซินดี้กำลังเขียนหนังสือเด็กออกมาให้ผู้ปกครองใช้เป็นเครื่องมือ ซึ่งเราอธิบายให้ชัดเจนในทางที่น่ารัก เป็นเรื่องธรรมชาติไม่น่าอับอาย นี่คือสิ่งที่ควรพูดกับเด็กตั้งแต่ 5 ขวบ อย่ารอให้เป็นหน้าที่ของผู้เชี่ยวชาญหรือโรงเรียน ขั้นตอนต่อไปของซินดี้ก็จะรณรงค์ให้มันเข้าไปในหลักสูตรของโรงเรียนให้ได้ อย่างน้อยๆ ให้พูดแบบเบสิกก็ได้ว่าเพศคืออะไร ทำไมเราถึงต้องเคารพ การยินยอมคืออะไร
HB:
ตั้งแต่มีแคมเปญมามีพัฒนาการหรือการเปลี่ยนแปลงอะไรที่ชัดเจนขึ้นบ้างไหม?
SB: แฮชแท็ก #DontTellMeHowtoDress ก็เป็นที่รู้จักมากขึ้น มีกลุ่มนักศึกษา มีมหาวิทยาลัยติดต่อเข้ามาให้ซินดี้ไปเป็นวิทยากร ให้เอานิทรรศการไปจัดแสดง ให้ซินดี้ไปเป็นที่ปรึกษาในงานของเขา ซึ่งก็ถือว่าเป็นสัญญาณที่ดีว่ามันไม่ใช่แค่เราพูดไปกับสังคมโดยกว้าง แต่เขามาหาเรา เขาต้องการเอาเรื่องนี้ไปต่อยอดในแบบฉบับของเขา รู้สึกดีเพราะถ้ามีการหยิบไปกระจายก็จะยิ่งส่งผลดี 
HB:
สุดท้ายแคมเปญนี้ก็จะนำไปสู่การยกระดับบทบาทและสิทธิของผู้หญิงในสังคมไทยให้ดีขึ้นใช่ไหม?
SB: หวังว่าอย่างนั้น หวังว่าตัวผู้หญิงที่รู้สึกว่าอยากออกมาพูด อยากมีสิทธิ์มีเสียง หรืออยู่ในสถานะที่ตกเป็นเหยื่อให้รู้ว่าคุณมีสิทธิ์ คุณมีเสียง และมีคนพร้อมที่จะฟังอยู่
HB:
ในวันนี้ที่หลายคนมองว่าการที่ผู้หญิงยอมอ่อนข้อให้กับผู้ชาย หรือโดนกดขี่แล้วต้องการหย่ากับเขา หรือกลายเป็นม่ายว่าเป็นเรื่องอ่อนแอ พี่ซินดี้อยากบอกอะไรคนเหล่านั้น?
SB: เราต้องเริ่มจากคำพูดและความคิดของเรา อย่างที่ถามมาสังเกตว่าใช้คำพูดว่า ‘ผู้หญิงถึงยอมให้เขาทำ’ คือสังคมมันตั้งกรอบไว้แบบนี้แล้วว่าเมื่อเกิดเหตุอะไรก็แล้วแต่ เป็นเพราะผู้หญิงยอม เป็นเพราะผู้หญิงไม่ระวังตัว มันต้องย้อนกลับมาถามว่าทำไมเราถึงมีความคิดแบบนี้  ทำไมตัวผู้หญิงที่โดนกระทำก็จะคิดว่าฉันผิดเอง ต้องเริ่มจากการสร้าง mindset ใหม่ว่า เฮ้ย มันไม่ใช่ ถ้าผู้หญิงคนหนึ่งอยู่ในสถานการณ์แบบนั้น เขามีวิธีที่จะออกมาจากวงจรตรงนั้นอย่างไรบ้าง แต่มันจะอาศัยผู้หญิงคนเดียวลุกขึ้นมาสู้ก็ไม่ได้ มันต้องทั้งสังคม ทั้งฝ่ายที่ต้องมาเยียวยา เช่น พนักงานสอบสวน สมมุติว่าวันนี้เขารู้สึกว่าเขามีพลัง เขาจะสู้ เดินเข้าไปหาพนักงานสอบสวน สิ่งที่ได้กลับมาบางทีก็ไม่ได้สนับสนุนเขา เพราะฉะนั้นเราต้องบูรณาการใหม่ทั้งกระบวนการ
HB:
อยากให้พี่ซินดี้ฝากอะไรถึงผู้หญิงที่เคยเป็นเหยื่อ เคยมีประสบการณ์การถูกกดขี่ทางเพศ และกำลังรู้สึกแย่กับตัวเอง
SB: อันแรกเลยอยากจะบอกว่า มันไม่ใช่ความผิดของคุณ ถึงสังคม คนที่กระทำคุณ หรือคนในครอบครัวจะพูดแบบนั้น แต่มันไม่ใช่ความผิดของคุณถ้าหากว่าคุณถูกกระทำโดยที่ไม่ได้ยินยอม ถ้าใครมาบังคับให้คุณทำอะไรที่คุณไม่อยากทำ เขาผิด ไม่ใช่คุณ ให้ยึดมั่นในสิ่งที่คุณรู้สึก และขอเป็นกำลังใจให้ ที่ผ่านมาคุณอาจจะไม่มีพื้นที่ในการพูด แต่ให้รู้ว่าคนที่ฟังคุณเริ่มเยอะขึ้นแล้ว อยากให้ผู้หญิงมาเป็นกำลังใจให้กันและกัน และไม่ใช่แค่ผู้หญิง ต้องการผู้ชายมาสนับสนุนด้วย เพราะว่าเราทำมันเองไม่ได้ เหมือนตบมือข้างเดียว จึงขอชื่นชมผู้ชายทั้งหลายที่ออกมาแสดงความเป็นสุภาพบุรุษ ขอให้ทำงานร่วมกันไปแบบนี้
HB:
คนภายนอกจะมองพี่ซินดี้เป็นผู้หญิงเก่ง เป็น working woman ดูแลครอบครัวและทำงานไปด้วย โดยส่วนตัวแล้วคิดว่าตัวเองเป็นผู้หญิงที่ strong แบบที่คนภายนอกมองไหม?
SB: บางทีก็ไม่ใช่ จริงๆ แล้วซินดี้เป็นคนที่ค่อนข้าง sensitive เพื่อนๆ จะเรียกซินดี้ตลอดเลยว่าเป็น Drama Queen และอาจจะเพราะตรงนี้ที่ทำให้เราออกมาทุ่มเทเรื่องนี้มาก เราเป็นคนที่รู้สึกเยอะ แน่นอนความรู้สึกตรงนี้มันนำมาซึ่งความเครียด แต่มันก็เป็นจุดที่ทำให้ซินดี้ลุกขึ้นมาสู้ในสิ่งที่เราเชื่อจริงๆ บางทีความอ่อนไหวมันก็เป็นความแข็งแกร่งของเรา สุดท้ายแล้วซินดี้มีหลากหลายบทบาท เป็น working woman และก็มาเป็นนักรณรงค์เต็มตัว ซึ่งภูมิใจมากกับบทบาทนี้ และเหนือสิ่งอื่นใดก็เป็นแม่ เพราะฉะนั้นทำไปเหอะ ทำทุกอย่าง บางวันก็รู้สึกเฟล แต่ก็จะมีวันที่รู้สึก yes! มากกว่าวันที่รู้สึกเฟล ก็จะสู้ต่อไป

Photographs by Waroon Kieattisin

Creative and Fashion Director Chamnan Pakdeesuk
แต่งหน้า: นิตยา กลิ่นบัว และ คริษฐ์ อยู่แก้ว โดยเครื่องสำอาง Nars 
ทำผม: สมเจตน์ กล่อมน้อย
เสื้อผ้า: Vvon Sugunnasil
เครื่องประดับ: 77TH
โปรดิวเซอร์: วิทวัส ศิริโภคากิจ
ผู้ช่วยช่างภาพ: รัชภูมิ แย้มเนตร และพร้อมพงศ์ เดชพล 
นักศึกษาฝึกงาน: สุชานันท์ เสมหิรัญ, อนันตญา พรวิเชียรวงส์, สิริการย์ นันทพัฒน์สิริ และ ธีรในย บุญณรรังษี

TAG

Related Stories

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว
ซีรี่ส์แอ็คชั่นผสมความโรแมนติกที่สตรีมรวดเดียวครบ 8 ตอนแล้ววันนี้

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว