ครั้งแรกในเมืองไทย! ดิจิทัลอาร์ตบนฝาผนังอุโบสถวัดสุทธิฯ โดยกลุ่ม Bodhi Theater

ปลุกธรรมเก่าในเปลือกใหม่ในใจผู้ชม
ศิลปะในปัจจุบันไม่ได้ถูกจำกัดพื้นที่การจัดวางอยู่แค่บนผนังสีขาวในแกลเลอรี่อีกต่อไป อาร์ตเทรนด์กลายมาเป็นค่านิยมในคนรุ่นใหม่ ซึ่งไม่เพียงแต่ความสนใจในศิลปะที่มีมากขึ้น แต่พวกเขายังผุดไอเดียเพื่อนำเอาศิลปะเข้ามาใกล้ตัวและเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตผู้คนมากขึ้นด้วย อย่างการเข้าวัดที่หลายคนมองว่าเป็นเรื่องของคนสูงอายุ หรือหากพูดถึงศิลปะในวัด เราก็มักจะนึกถึงแต่จิตรกรรมฝาผนังที่เล่าเรื่องของวันวานเท่านั้น แต่คนรุ่นใหม่กลุ่มหนึ่งกลับเลือกที่จะสร้างสรรค์งานศิลปะด้วยสื่อใหม่อย่างดิจิทัลอาร์ตความยาว 20 นาที ขึ้นในพระอุโบสถของวัดสุทธิวราราม ย่านเจริญกรุง เพื่อขยับความห่างไกลของผู้คนและธรรมะให้เข้ามาใกล้กัน โดยมีศิลปะร่วมสมัยเป็นตัวกลาง ผลงานของ Bodhi Theater
ภาพฉายบนผนังโบสถ์ผ่าน Projection Mapping เป็นหนึ่งในศิลปะใหม่บนจิตรกรรมฝาผนังดั้งเดิมที่งดงามและวิจิตรที่สุดบนความสามารถของโพธิเธียเตอร์ ความตระการตาของแสง สี และเสียงปลุกเร้าความตื่นเต้น เข้าถึงโสตอารมณ์ และนำพาผู้ชมเดินทางเข้าสู่เรื่องราวในพุทธกาลผ่านบทสวด ‘พุทธชัยมงคลคาถา’ ได้อย่างสะกดใจ
โพธิเธียเตอร์เกิดขึ้นจากความตั้งใจของกลุ่มคนศิลปิน ได้แก่ อู๋-ธวัชชัย แสงธรรมชัย แห่ง WHY NOT Social Enterprise, ฮ่องเต้-กนต์ธร เตโชฬาร เจ้าของเพจ Art of Hongtae ผู้เป็นหัวเรือใหญ่นิทรรศการชื่อดังอย่าง ‘กลับตาลปัตร’, ป้อง-ปานปอง วงศ์สริสวัสดิ์ ผู้กำกับการออกแบบนิทรรศการ, แก่น-สารัตถะ จึงเสถียรทรัพย์ ผู้สร้างสรรค์ศิลปะวิชวลแห่ง Another Day Another Render, จั้ม-ก่อเกียรติ ชาติประเสริฐ และ Korky นักแต่งเพลงโฆษณาแห่ง Mellotunes พวกเขามีโจทย์ให้ผู้คนหันหน้าเข้าวัดมากขึ้น โดยหยิบเอาแก่นธรรมะดั้งเดิมมาฉายและกระจายเสียงในเปลือกใหม่ ให้เข้าถึงคนรุ่นใหม่และเปิดหัวใจของคนทุกรุ่นให้กว้างขึ้น
นิทรรศการเล่าเรื่องชัยชนะของพระพุทธเจ้าเหนือมารผจญทั้ง 8 ครั้ง ผ่านบทสวดพุทธชัยมงคลคาถาหรือบทสวด ‘พาหุงฯ’ โดยรวบรวมเรื่องราวทั้ง 8 ตอน และออกแบบแต่ละตอนเพื่อถ่ายทอดออกมาให้ได้ทั้ง 8 สไตล์ไม่ซ้ำกัน พาหุงฯสะท้อนกิเลสอกุศลที่กัดกินใจมนุษย์และสว่างวาบด้วยทางออกแห่งคุณธรรมบนแนวทางของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า โดยถ่ายทอดผ่านสายตาผู้ชมให้เกิดความตื่นรู้และตื่นใจ รวมถึงเปิดโอกาสในการตีความอีกด้วย โพธิเธียเตอร์คือความใหม่ในกรอบธรรมที่ไม่ย่ำอยู่กับที่ โดยที่ผู้คนจะไม่เห็นองคุลีมาลในคราบโจรโพกผ้าอีกต่อไป ดิจิทัลอาร์ตชิ้นนี้ได้ก้าวข้ามพรมแดนแห่งภาษาและวัฒนธรรม เข้าถึงผู้รับชมและส่งต่อศิลปะผ่าน Inner Peace ได้อย่างน่าอัศจรรย์ ความเป็นสากลของศิลปะชิ้นทำให้ไม่เพียงแต่ได้รับความนิยมจากคนไทย แต่ยังเป็นที่น่าจับตามองของชาวต่างชาติอีกด้วย เพราะต่อให้ผู้ชมไม่ได้พูดภาษาไทยหรือมีประสบการณ์ที่เกี่ยวข้องกับตัวบทพระธรรมคำสอนมาก่อนก็สามารถที่จะเข้าใจและเข้าถึงความหมายในผลงานได้อย่างไร้ขอบเขต
ตัวนิทรรศการจัดขึ้นในพระอุโบสถด้านบนในวัดสุทธิวรารามย่านเจริญกรุง สถานประกอบพุทธศาสนกิจที่เปิดโอกาสให้ศิลปะในเปลือกใหม่ได้ก่อกำเนิด “เราไม่ได้เลือกวัด แต่วัดเลือกเรา” ฮ่องเต้ กนต์ธร คาแร็กเตอร์ดีไซเนอร์เล่าว่านิทรรศการเกิดได้จากการมีผู้ริเริ่มไอเดียอย่างท่านเจ้าคุณสุทิตย์ เจ้าอาวาสวัดสุทธิฯ ผู้มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและเปิดโอกาสให้ไฟเขียวคนรุ่นใหม่ได้เป็นกระบอกเสียงกระจายธรรม แรงบันดาลใจเรื่องธรรมโฆษณ์ที่จุดประกายให้เกิดนิทรรศการเป็นเสมือนเสียงที่เปล่งคำสอนให้กังวานไปทุกยุคทุกสมัย เป็นการทำให้ศาสนากลับมามีเสียงขึ้นอีกครั้งในยุคนี้ “เราอยากทำให้มันง่ายขึ้น ไฮแฟชั่น มีความโอตกูตูร์ และในขณะเดียวกันก็มินิไมซ์ให้คนเข้าถึงได้ง่ายขึ้น” เขาใช้เวลากว่าหนึ่งปีเต็มกับการวางแผนและก่อร่างสร้างนิทรรศการ โดยการรวมตัวของคนศิลปะที่มีศีลเทียบเทียมกัน ..และในวันนี้โพธิเธียเตอร์ได้เริ่มขึ้นแล้ว
การแสดงเริ่มขึ้นด้วยแสงระยิบระยับพร่างพราวราวกับดาวในตอนกลางคืนที่ไม่อาจมองหาได้ในเมืองหลวง จังหวะของดนตรีที่ส่งผ่านเสียงตัดสลับกับภาพและแสงที่บรรจงถ่ายทอด ความร้อนรุ่มที่เป็นดังกระจกสะท้อนตัวตนในตอนเริ่มแพร่กระจายสู่วังวนความผิดชอบชั่วดี มารคืออุปสรรคตรงหน้าที่พระพุทธองค์ทรงต้องเอาชนะเพื่อผ่านพ้นไปให้ได้ ความดื้อรั้นของโลภะ โทสะ และโมหะอันแรงกล้าเร่งเร้าไปพร้อมจังหวะบีทดนตรี สีแดงสาดส่องให้เห็นความเดือดดาลของนาฬาคิรีที่ยากจะดับสูญ หากแต่พระพุทธองค์ทรงใช้เวลาและความอดกลั้นเพื่อกำราบมาร พระประธานที่อยู่เบื้องหน้าเป็นสิ่งที่ตั้งตระหง่านอยู่ตั้งแต่ต้น จนบัดนี้เป็นภาพของหลักแห่งเมตตาธรรมและความอดทนที่ไม่แม้แต่จะหลงกลเมามายให้กับอารมณ์กิเลส จังหวะของดนตรีถอยช้าลงพร้อมกับแสงไฟที่สลัวทั้งในดวงตาและดวงจิตที่สงบลงตามกันอย่างแผ่วเบาผ่านบทสวดพาหุงฯ

“ พาหุงสะหัส สะมะภินิมมิตะสาวุธันตัง ครีเมขะลัง อุทิตะโฆ ระสะเสนะมารัง ..”
ชัยชนะทั้ง 8 ตอนไม่เพียงเล่าเรื่องในแก่นธรรม แต่ยังแสดงรายละเอียดและความคิดที่แสนจะสร้างสรรค์ในทุกบทอัปราชัย แต่ละตอนต่างมีความใหม่และน่าตื่นเต้นเสมอเมื่อเริ่มขึ้น กระทั่งน่าซึมซับในทุกคุณธรรมเมื่อจบลง เมื่อก้าวเท้าออกมาจากบานพับประตูหน้าโบสถ์ เราจะพบว่าใจของเราได้ตื่นขึ้นแล้ว และสงบลงไปพร้อมๆ กันจากความสามารถศิลปะที่มีชื่อว่า ‘โพธิเธียเตอร์’ 

“เรามีหน้าที่ถือหางเชือกทั้งสองข้างของอดีตและปัจจุบันที่ทั้งสองฝ่ายเสพได้” – ฮ่องเต้ กนต์ธร เตโชฬาร
นิทรรศการเปิดให้เข้าชมฟรีทุกวันเสาร์-อาทิตย์ ตั้งแต่วันที่ 18 พฤษภาคม 2562 แต่ด้วยความนิยมและเสียงตอบรับที่เกินคาดทำให้รอบการแสดงเต็มทุกรอบจากการสำรองที่นั่งล่วงหน้า อย่างไรก็ตามทางนิทรรศการได้เปิดเพิ่มรอบพิเศษในวันที่ 23 มิถุนายน โดยผู้ที่สนใจสามารถ Walk-in เข้าไปที่หน้างานเพื่อรับบัตรคิวได้ตั้งแต่เวลา 13:00 น. เป็นต้นไป รายละเอียดเพิ่มเติม: www.BohdiTheater.com

TAG

Related Stories

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว
ซีรี่ส์แอ็คชั่นผสมความโรแมนติกที่สตรีมรวดเดียวครบ 8 ตอนแล้ววันนี้
ลิ้มลองอาหารเลิศรสไปกับฝูงปลาใต้มหาสมุทร หรือจะดินเนอร์ใต้แสงเทียนที่รายล้อมไปด้วยงานศิลปะกราฟฟิตี้สุดคูลของ Cyril Kongo

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว