บทบาทของผู้หญิงแกร่งอย่าง ซินดี้ บิชอพ, เชอร์รี่ เข็มอัปสร, กบ Soda และ รัก Kingpower

มุมมองก้าวไกลและคาเร็กเตอร์เด่นชัด
ซินดี้-สิรินยา บิชอพ : นางแบบและนักแสดง

Harper’s BAZAAR : นิยามคำว่า Incredible Women ของคุณคืออะไร?
Sirinya Bichop: Incredible Women สำหรับซินดี้จะต้องเป็นผู้หญิงที่ไม่กลัวที่จะเป็นตัวเองและกล้าที่จะลุกขึ้นมาทำในสิ่งที่ตัวเองเชื่อค่ะ

BZ: คุณคิดว่าบทบาทในสังคมของผู้หญิงในอดีตกับปัจจุบันแตกต่างกันมากน้อยเพียงใด?
SB: บทบาทของผู้หญิงเราในตอนนี้ไม่ใช่เพียงแค่มีโอกาสที่มากขึ้น แต่เรายังมีสิทธิ์และเสียงที่จะสามารถลุกขึ้นมาเป็นแบบอย่างให้กับผู้หญิงในทุกๆ อาชีพได้ ยกตัวอย่างเรื่องของการเป็นผู้นำ ซินดี้อยากเห็นผู้หญิงด้วยกันอยู่ในสถานะของการเป็นผู้นำมากยิ่งขึ้นค่ะ แต่เราอาจจะต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ใช้ความพยายาม ความอดทน และใช้ข้อดีของการเป็นผู้หญิงเพื่อทำในสิ่งที่เราเชื่อ มันอาจจะล้มบ้าง พลาดบ้าง แต่สิ่งเหล่านั้นมันคือการเรียนรู้ เราจะเก่งขึ้น เราจะแกร่งขึ้น สักวันสิ่งเหล่านี้จะประสบผลสำเร็จและมันต้องส่งผลดีต่อสังคมอย่างแน่นอน

BZ: เป้าหมายในการใช้ชีวิตของคุณคืออะไร?
SB: เป็นคำถามที่ช่วงนี้ซินดี้ถามตัวเองตลอดเวลาเลยค่ะ ไม่ใช่ว่าเราไม่รู้ว่าอยากทำอะไรนะคะ แต่เราอยากทำหลายอย่างมาก…แต่เราต้องโฟกัสและจัดระเบียบมันให้ดี สิ่งแรกเลยคือเรื่องของครอบครัว เรื่องของการเป็นคุณแม่ที่ดีที่จะใช้เวลานี้อยู่กับเขาอย่างมีคุณค่าเพื่อที่เขาจะได้เติบโตเป็นเด็กที่ดีและมีความสุขค่ะ อีกเรื่องหนึ่งคือเป้าหมายส่วนตัว ซินดี้อยากใช้ช่วงเวลานี้เพื่อเติมเต็มในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ซินดี้อยากมีส่วนรวมในการสร้างอิมแพคบางอย่างให้กับสังคม

BZ: หลายคนยึดถือคุณซินดี้เป็นบุคคลตัวอย่างในการใช้ชีวิตโดยเฉพาะในด้านการทำงาน คุณซินดี้คิดว่าเพราะเหตุผลอะไร?
SB: ตลอดระยะเวลา 27 ปี บนเส้นทางของวงการบันเทิงมันสอนให้ซินดี้ตระหนักอยู่เสมอว่าถ้าคุณเป็นคนที่ไม่มีวินัยในตัวเอง คุณเป็นคนที่ไม่ขยัน ต่อให้คุณจะสวยแค่ไหน คุณจะมีความสามารถเพียงใด มันไม่พอหรอกค่ะ ซินดี้เองมีโอกาสเข้ามาให้ลองทำอะไรหลายๆ ด้าน บวกกับการชอบที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา มันจึงทำให้เรามีบทบาทที่หลากหลายในวงการบันเทิงนี้ได้ดี

BZ: นอกจากการทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดแล้ว คุณซินดี้คิดว่าเรามีส่วนช่วยเหลือคนรอบข้างหรือสังคมอย่างไรบ้าง?
SB: มีนะคะ แต่จะบอกว่าทุกคนต้องทำในเวลานี้ ต้องทำแบบนี้ ซินดี้ว่าทุกคนต้องตอบคำถามตัวเองให้ได้ เราจะไม่ไปตัดสินว่าคนนี้ต้องทำแบบนู้นหรือแบบนี้ เพียงเราทำในสิ่งที่ตัวเองรู้สึก ทำในสิ่งที่เชื่อว่านี่มันคือเส้นทางของเรา ทางที่เราเลือกแล้วมันมีความหมายมากที่สุด เหมือนอย่างตัวซินดี้เอง ซินดี้ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะลุกขึ้นมาเป็นกระบอกเสียงหนึ่งในการเรียกร้องสิทธิสตรีในสังคมไทย เราเพียงแค่พูดออกไปในสิ่งที่เราเชื่อและซินดี้รู้สึกว่ามันใช่เลย สิ่งเหล่านี้มันคือสิ่งที่สามารถช่วยเหลือสังคมได้นะคะ การช่วยเหลือไม่จำเป็นต้องเป็นสิ่งที่ใหญ่โตหรือจำนวนเงินที่มหาศาล เพียงแค่คุณเป็นคนดีของสังคมในทุกบทบาทที่ตัวเองได้รับ เริ่มจากตัวเรา เริ่มจากการคิดดี พูดดี ทำดี ส่งพลังบวกให้กับคนรอบข้าง คุณรู้ไหมว่าสิ่งเหล่านี้มันอาจมีความหมายสำหรับคนอื่นโดยไม่รู้ตัว แค่ทำวันนี้ให้ดีที่สุดและใช้เสียงของคุณให้จริงที่สุด ซินดี้เชื่อว่ามีคนสัมผัสได้ค่ะ
เชอร์รี่-เข็มอัปสร สิริสุขะ : นักแสดงและนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม

BZ: นิยามคำว่า Incredible Women ของคุณคืออะไร?
Khemupsorn Sirisukha: สำหรับเชอร์รี่นะคะ ผู้หญิงที่เรามองว่าเขาเป็น Incredible Women คือผู้หญิงที่สามารถทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างดี และยังมีเวลาไปทำสิ่งต่างๆ นอกเหนือจากหน้าที่ของเขาได้อีก อย่างผู้หญิงที่มีครอบครัวต้องดูแลลูกๆ ดูแลสามี ดูแลคุณพ่อคุณแม่ แต่ก็ทำงานนอกบ้านแล้วยังมีเวลาดูแลตัวเองทั้งด้านสุขภาพร่างกาย ความสวยความงาม นอกจากนั้นก็ยังทำงานเพื่อช่วยเหลือสังคมอีก เราเลยรู้สึกว่าในเมื่อคนทุกคนมี 24 ชั่วโมงต่อวันเท่ากันหมด แต่ทำไมคนหนึ่งคนถึงสามารถจัดการสิ่งต่างๆ มากมายได้เยอะขนาดนี้

BZ: คุณคิดว่าบทบาทในสังคมของผู้หญิงในปัจจุบันแตกต่างกันมากน้อยแค่ไหน?
KS: สมัยนี้เชอร์รี่คิดว่าบทบาททางสังคมของผู้หญิงในปัจจุบันค่อนข้างแตกต่างจากในอดีตอยู่เหมือนกัน ทั้งในแง่ของการยอมรับในสังคมไม่ว่าจะเป็นเรื่องหน้าที่การงานผู้หญิงก็เริ่มก้าวหน้า ขึ้นมาอยู่ในระดับผู้นำในแต่ละองค์กรมากขึ้น และยังได้รับการยอมในด้านการแสดงออกทางความคิด และผู้หญิงสมัยนี้มีความสามารถที่จะพึ่งพาตัวเองได้ และมีอิสระมากขึ้นในหลายๆ ด้าน

BZ: หลายคนยึดถือคุณเป็นบุคคลตัวอย่างในด้านการใช้ชีวิต คุณคิดว่าเพราะเหตุผลใด?
KS: เชอร์รี่คิดว่าการที่เชอร์รี่ขึ้นมาอยู่ในจุดนี้ได้ น่าจะเป็นเรื่องของการที่ไม่ได้นึกถึงแต่ตัวเองอย่างเดียว ไม่ได้นึกถึงว่าจะต้องประสบความสำเร็จ หรือการหาเงินเลี้ยงชีพอย่างเดียว แต่เรายังมีการได้ทำเพื่อคนอื่นได้มีมุมมองที่กว้างขึ้นไกลขึ้นกว่าเรื่องของตัวเอง อย่างตอนนี้มีโครงการ Little Forest ที่เป็นโปรเจ็กต์ที่ทำมา 3 ปี ซึ่งเชอร์รี่มองว่ามันเป็นสิ่งที่เล็กน้อยมากถ้าเทียบกับหลายๆ คนที่เขาทุ่มเทให้กับด้านการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม แต่สิ่งที่เชอร์รี่อยากให้โฟกัสคือ การที่เราได้เริ่มทำก้าวแรกเพราะหลายคนรวมถึงตัวเชอร์รี่เองในอดีตจะมองว่าเรื่องการดูแลสิ่งแวดล้อมเป็นสิ่งที่ยาก และไกลตัว คิดว่าตัวเองจะทำไม่ได้แต่เพียงแค่เราได้เริ่มต้นก้าวแรกแค่นั้น แล้วเดี๋ยวมันจะมีหนทางไปต่อของมันเอง

BZ: ในเมื่อคุณทำงานหนัก และมีบทบาทหน้าที่มากมายขนาดนี้ คุณมีวิธีสร้างสมดุลให้กับชีวิตตัวเองอย่างไร?
KS: บางทีเชอร์รี่ก็ยังงงกับตัวเองอยู่เลยว่าทำไมตัวเองถึงสามารถทำอะไรหลายๆ อย่างได้พร้อมกัน แต่เชอร์รี่คิดว่าเพราะเชอร์รี่จัดลำดับความสำคัญตามความรู้สึกของตัวเอง อย่างเชอร์รี่จะรู้สึกว่าครอบครัวต้องมาก่อนถัดมาก็จะเป็นตัวเราเอง แล้วจึงเป็นสังคมรอบข้าง คือเราต้องบาลานซ์สิ่งเหล่านี้ให้ดี และเมื่อช่วงไหนที่รู้สึกเสียสมดุล เราก็ต้องรู้สึกตัวให้เร็วว่าตอนนี้เราขาดในแง่มุมไหนไป เราควรมีสติ และกลับมารู้ตัวเองบ่อยๆ ถ้าเราไม่รู้ใจตัวเองว่าตอนนี้รู้สึกอย่างไร นั้นจะยิ่งทำให้ความทุกข์เกิดขึ้นได้ง่าย

BZ: ผู้หญิงคนไหนที่เป็น Incredible Woman สำหรับคุณ?
KS: ผู้หญิงที่เชอร์รี่มองว่าเขาเป็น Incredible Woman สำหรับเชอร์รี่เลยก็คือคุณแม่ เพราะเป็นผู้หญิงที่มหัศจรรย์จริงๆ ตั้งแต่จำความได้ คุณแม่ทำงานนอกบ้านมาโดยตลอด และดูแลลูกๆ ใส่ใจเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ที่หลายคนอาจมองข้าม บางทีเขาสอนเราโดยที่เขาไม่ได้บอก จนบางทีเราก็งงว่าเรามีความคิดแบบนี้อยู่ในหัวได้อย่างไร แต่คุณแม่มีวิธีสอนที่แยบยลมากโดยเป็นตัวอย่างให้เราเห็น เขาเป็นคนที่อบอุ่นอ่อนโยนแต่เข้มแข็ง คือเขาเป็นส่วนผสมที่ลงตัว และมหัศจรรย์มาก มีความมุ่งมั่นมีอุดมการณ์ ในขณะเดียวกันก็มีความเป็นศิลปิน

BZ: ความสำเร็จกับความสุข ถ้าต้องให้เลือกเพียงอย่างเดียว คุณจะเลือกสิ่งไหน?
KS: ถ้าให้เลือกระหว่างความสำเร็จกับความสุขเชอร์รี่เลือกความสุขแน่นอนค่ะ เพราะความสุขมันเป็นความสำเร็จที่แท้จริง ถ้าให้เราวัดความสำเร็จจริงๆ ความสำเร็จมันคืออะไร? มาตรวัดมันอยู่ที่ไหน? มันไม่สามารถบอกได้เลยว่าความสำเร็จของแต่ละคนมันคืออะไร แต่ความสุขเราสามารถรู้สึกได้ทันทีว่าตอนนี้เรามีความสุขอยู่ มันไม่ต้องอาศัยเกณฑ์อะไรในการวัดเลย และความสุขเมื่อเรายิ่งได้แบ่งปันยิ่งให้กับคนอื่น ตัวเราเองกลับได้รับความสุขนั้นคืนยิ่งขึ้นไปอีกมันมหัศจรรย์มาก  
กบ-เมนาท นันทขว้าง : ผู้ก่อตั้งและครีเอทีฟไดเร็กเตอร์แบรนด์ Soda

BZ: หลักการใช้ชีวิตให้มีความสุขและประสบความสำเร็จของคุณกบคืออะไร?
Maynart Nantakwang: ดิฉันทำอะไรตามอย่างที่ตัวเองมุ่งมั่นไว้และพุ่งไปหาเป้าหมายที่ตั้งไว้แล้วทำให้สำเร็จ เราไม่ได้ฝันอะไรที่เกินจริงแต่ค่อยๆ ก้าวไปตามทางที่คิดไว้และทำแต่ละช่วงเวลาให้ดีที่สุดแล้วมันก็จะดีเอง สิ่งที่มันเกิดขึ้นโดยไม่ได้วางแผนหรือคาดคิดเอาไว้ถ้าเราเข้มแข็งพอเราก็จะผ่านมันไปได้ อะไรที่มันแย่ๆ เราก็จะไม่ทำจะได้ไม่ต้องเสียเวลากับเรื่องไม่ดีซึ่งเกิดขึ้นด้วยตัวของเราเอง มันจะผ่อนหนักให้เป็นเบาได้ ในชีวิตคนเราบางทีเรื่องไม่ดีก็เกิดขึ้น เช่น บางทีก็ป่วยดวงไม่ดีถูกโกง มีหลายอย่างที่เกิดขึ้นโดยที่เราไม่ได้เป็นคนสร้างมันจะต้องสูญเสียเวลาที่เราจะต้องไปแก้ไขอยู่แล้ว ถ้ายิ่งมีปัญหาที่เราสร้างขึ้นมาเองอีกมันก็คงไม่ดี ผู้หญิงที่เก่งจะต้องจัดการชีวิตของตัวเองได้และไม่พาตัวเองไปเจอกับเรื่องเลวร้ายที่ไม่ควรต้องเจอ

ชีวิตของดิฉันจะโฟกัสที่งานเราเลี้ยงลูกตามความคิดของเราเองเราคิดว่ารีบส่งลูกไปเรียนต่างประเทศจะได้มีเวลาทำงานมันก็เป็นการตัดสินใจที่ผิดไปเพราะเราไม่มีเวลาให้เขาเขาก็ไม่ได้รับความอบอุ่นจากเราอย่างที่ควรได้รับเราเลิกกับสามีเพราะเราเป็นผู้หญิงเก่งเขาก็ทนเราไม่ได้พูดอะไรมาก็เถียงได้หมดแล้วผู้ชายที่ไหนจะชอบไม่มีความอ่อนโยนเลยนี่เป็นชีวิตของผู้หญิงทำงานผู้หญิงสมัยนี้เก่งเท่าๆกันกับผู้ชายมันไม่มีเรื่องเพศมาเป็นเส้นแบ่งความสามารถกันอีกแล้วการจัดการของผู้หญิงอาจจะมีวิธีที่อ่อนโยนกว่าและไปถึงเป้าหมายด้วยวิธีที่อะลุ้มอล่วยกว่าเพราะผู้ชายอาจจะมุทะลุกว่า

BZ: คุณกบคิดว่าอะไรที่ทำให้แบรนด์ SODA ยังคงประสบความสำเร็จมาจนถึงทุกวันนี้?
MN: แบรนด์ SODA มันมาจากความแรงความดิบจากจิตวิญญาณของเราเองโซดายังมีตัวตนมาจนถึงทุกวันนี้เพราะเราทำอาชีพเดียวมาตลอดดิฉันยังคงใส่ใจงานที่ตัวเองทำอยู่ในทุกขั้นตอนอยู่เหมือนเดิมยังไปจัดวินโดว์ดิสเพลย์ด้วยตัวเองแต่ผู้ช่วยดีไซเนอร์ยังไม่มีงานที่เราสร้างสรรค์มันต้องออกมาจากตัวของเราเองเราใช้ชีวิตอยู่กับมันจริงๆความเข้มข้นของมันยังอยู่เรายังกวนยาหม้อนี้ด้วยตัวเองเป็นสูตรของเราเองเอาเทรนด์ในโลกปัจจุบันมาปรับใช้ให้งานเรามีความทันสมัยอยู่ตลอดดิฉันชอบกุชชี่ตอนอเลสซานโดรมิเคเล่มาทำใหม่ๆนี่กรี๊ดเลยชอบมากๆดิฉันเสพแฟชั่นแบบผู้บริโภคจริงๆไม่ได้เสพเพราะเป็นดีไซเนอร์เรายังคลั่งไคล้กับมันอยู่จริงๆ

BZ: เป้าหมายในชีวิตของคุณกบในทุกวันนี้คืออะไร?
MN: ตอนนี้เรียกได้ว่าอยู่ในเป้าหมายของตัวเองแล้วเข้าไปอยู่ในกลุ่มความฝันที่ตัวเองวางไว้แล้วเพื่อนๆก็ยังรักกันอยู่ลูกๆก็รักและคิดถึงเราทุกอย่างมันค่อนข้างจะกลมกล่อมดิฉันไม่ได้คิดมากไม่ได้คิดอะไรไกลทุกวันนี้ยังคิดจะกำจัดสิ่งของต่างๆให้มีน้อยลงไม่ได้หาอะไรมาเพิ่มตอนนั้นฉันเป็นเด็กทำไมฉันอยากได้โน่นได้นี่ตอนนี้ฉันแก่ทำไมจะต้องมานั่งกำจัดทรัพย์สินของฉัน

BZ: อยากให้คุณกบนิยาม Incredible ในแบบของตัวเอง
MN: Incredible Women สำหรับดิฉันต้องเป็นคนมีเสน่ห์ โกโก ชาเนล มิวเซีย ปราด้าก็ไม่ใช่คนสวย แต่มีเสน่ห์ อย่างน้อยที่สุดเธอเหล่านั้นก็ต้องมีตัวตนที่ชัดเจน
รัก-วรมาศ ศรีวัฒนประภา : รองประธานกรรมการ กลุ่มบริษัท คิง เพาเวอร์

BZ: ผู้หญิงเก่งหรือการเป็นผู้นำในมุมมองของคุณรักจะต้องเป็นอย่างไร?
Voramas Srivaddhanaphrabha: การเป็นผู้นำในแต่ละโปรเจ็กต์มันต้องตั้งเป้าหมายไว้ให้มันชัด แล้วเราก็จะมาหาวิธีการจัดการบริหารคนในแต่ละรูปแบบว่าจะต้องทำยังไง  รวมถึงการบริหารเวลาบริหารข้อจำกัดต่างๆ  มันมีหลายเรื่องประกอบกัน ต้องมานั่งดูว่าองค์ประกอบในแต่ละเรื่องที่เราทำนั้นทั้งทีมจะต้องเห็นภาพตรงกันแล้วว่า A to Z มันมีเรื่องอะไรบ้างแล้วเราต้องบริหารองค์ประกอบย่อยยังไง รวมถึงการบริหารอารมณ์คนด้วยเพราะว่าแต่ละคนมาก็จะไม่เหมือนกัน วิถีและวิธีการทำงานของแต่ละคนก็ไม่เหมือนกัน เราจะทำยังไงให้ทุกคนไปถึงเป้าหมายด้วยกันได้ มันเหมือนเป็น conductor ให้กับวงดนตรีต้องจับประเด็นให้เป็น เรียงลำดับความสำคัญและแก้ไขปัญหาที่พร้อมจะเกิดขึ้นอยู่ตลอดเวลาให้ได้ แล้วมันต้องราบรื่นที่สุด มันต้องทำให้คมถึงบางครั้งมันจะทำให้ได้ผลลัพธ์ที่ไม่ได้ดีที่สุดแต่ก็ยังดีกว่าอยู่ตรงทางแยกแล้วก็ไม่มีทางออกสักทีว่าจะซ้ายหรือขวา คนที่รอเราตัดสินใจอยู่ข้างหลังเรามีตั้งเยอะมันก็ไม่ได้

เราต้องมี sense of humor ในทุกสถานการณ์ของชีวิต ต้องมีอารมณ์ขันในการใช้ชีวิตเพราะมันจะทำให้เรามีวิสัยทัศน์ในการมองปัญหา จะยากหรือง่ายจะดีหรือไม่ดีมันอยู่ที่จิตของเราเอง ถ้าเรามองโลกในแง่ดีมันก็จะออกมาดีและสามารถรับมือได้กับทุกสถานการณ์จริงๆ มันคือการแก้ปัญหาด้วย  EQ วุฒิภาวะทางอารมณ์และทางปัญญา ถ้าเรามีทักษะในการทำงานสูงส่งแต่อีกด้านนึงเราไม่มีเลยก็จะไม่สามารถบริหารองค์รวมได้ การทำงานมันคือการแก้ปัญหา ถ้าก้าวข้ามปัญหาไม่ได้เราก็พังตั้งแต่เริ่มก้าว

BZ: คุณรักมีวีธีสร้างสมดุลในการใช้ชีวิตอย่างไรคะ?
VS: ถ้าถามว่าการใช้ชีวิตให้บาลานซ์ต้องทำยังไง จริงๆ มันไม่มีคำว่าสมดุลเป๊ะๆ เพราะทุกอย่างไม่สามารถแบ่งเฉลี่ยแบบเท่ากันได้ต้องชั่งน้ำหนักความสำคัญ ถ้าด้านนี้มากไปก็ต้องดึงกลับมา แต่ละคนนั้นก็จะมีหน้าที่หลากหลายต้องสวมหมวกหลายๆ ใบ หมวกแต่ละอันที่เราสวมนั้นก็มีบทบาทที่ต้องทำภายใต้หมวกใบนั้นทั้งหน้าที่การงานทั้งในความเป็นลูกที่ดี พี่ที่ดี ตอนนี้ดิฉันก็มีบทบาทที่มากขึ้น แต่งงานมีครอบครัวแล้วก็ต้องเป็นภรรยาและเป็นแม่ของลูกที่ดี คือมันเยอะมากจนต้องแยกแยะแล้วลำดับความสำคัญว่าจะต้องทำอะไรยังไง

BZ: นิยามคำว่า Incredible Women ในแบบของคุณรัก?
VS: สำหรับดิฉันมันไม่มีคำจำกัดความแล้วว่าผู้หญิงเก่งควรจะเป็นยังไง มันมีคนเก่งที่เราไม่รู้จักอีกตั้งหลายคน ในมุมของดิฉัน Incredible Women ไม่จำเป็นว่าจะต้องเป็นคนมีชื่อเสียงหรือเป็นที่รู้จัก มีคนหลายคนซึ่งเขาไม่เป็นที่รู้จักแต่เป็นฮีโร่ให้กับใครสักคน อาจจะเป็นแม่ที่ต้องเลี้ยงลูกเพียงคนเดียว ดิฉันคิดว่าผู้หญิงที่ยืนหยัดด้วยตัวเอง ผู้หญิงที่มีความคิดเป็นของตัวเองและมั่นใจในตัวเองในแบบที่เป็นมันก็สมบูรณ์แล้ว ถึงแม้เขาอาจจะไม่ได้ตรงตามแบบที่สังคมวางไว้ว่าอันนี้ถึงจะเป็น Incredible ก็ตาม

BZ: นอกจากการรักษาสมดุลในชีวิต การบริหารงานทุกอย่างให้สำเร็จแล้ว ในส่วนของการช่วยเหลือสังคมคุณรักมีบทบาทอย่างไรบ้างคะ?
VS: ในเรื่องของการช่วยเหลือสังคมองค์กรของเราได้ทำอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของ CSR และมูลนิธิคิง พาวเวอร์ที่เราทำมาเพื่อช่วยเหลือสังคมในหลากหลายรูปแบบ อย่างตอนนี้มันก็มีในเรื่องของกีฬาที่เราสนับสนุนผลักดันให้นักกีฬาคนไทยที่มีศักยภาพให้ไปสู่เวทีระดับอินเตอร์ พยายามหาน้องคนไทยที่เก่งๆ ให้ไปเรียนและได้ไปสัมผัสประสบการณ์การใช้ชีวิตที่ประเทศอังกฤษและให้เขาได้ออกไปลองเวทีในสนามจริง มีการสนับสนุนเรื่องของดนตรีเพราะเรารู้ว่าน้องๆ ในเมืองไทยมีศักยภาพหลายคนแต่เขายังขาดแรงผลักดันในการไปเจอเวทีที่มันท้าทาย มูลนิธิของเรายังช่วยเหลือด้านสุขภาพในเรื่องของการหาทุนซื้อตู้อบเด็กแรกเกิด โรงพยาบาลที่ห่างไกลเขาแทบจะไม่มีเลย แล้วมันสำคัญมากมันเหมือนเป็นการการช่วยชีวิตคน   ตอนนี้เรายังสนับสนุนชาวบ้านที่เขามีภูมิปัญญามีวิชาที่เป็นศิลปะที่สืบทอดมาแต่โบราณแต่ว่าสิ่งที่เขามีเขาอาจจะต้องนำมาเขย่าและปรุงให้ถูกใจผู้รับประทานในหลายแบบมากขึ้นซึ่งเราก็มีส่วนช่วยในการพัฒนาส่วนนั้นจริงๆตอนนี้ก็มีหลายโปรเจ็กต์ที่ชอบและตอนนี้เรากำลังศึกษาเรื่องของพระพุทธศาสนาอยากช่วยกระจายให้คนเข้าใจมากยิ่งขึ้น

BZ: คุณรักมีผู้หญิงที่เป็นต้นแบบบ้างมั้ยคะ?
VS: ถ้าถามว่ารักมีผู้หญิงที่เป็นต้นแบบมั้ย? คงตอบได้ว่าเราไม่มีเพราะดิฉันมีคุณพ่อที่เป็นต้นแบบในการใช้ชีวิต คุณพ่อมักจะพูดว่าจะเป็นทั้งแม่และพ่อให้ค่ะ

TAG

Related Stories

ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45
จับตาดาวรุ่งดวงใหม่แห่งวงการเพลงเกาหลีใต้
ตอกย้ำสมาร์ตโฟนถ่ายคนอย่างโปร พร้อมมอบความแตกต่างที่ลงตัว
การอบรมสุด Exclusive ที่จัดขึ้นในประเทศไทยเป็นปีที่ 20 แล้ว

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว