#BAZAARCuisine บาซาร์พามาเยือนร้านอาหารสไตล์บิสโทรแห่งใหม่ในย่านท่าเตียนที่มีชือว่า ‘โรงรส’

เนรมิตจากโรงรถเก่าให้กลายเป็นร้านอาหารไทยสุดเก๋
ท่าเตียนกลายเป็นย่านฮิปย่านใหม่ของกรุงเทพฯ ที่เต็มไปด้วยร้านรวงสวยเก๋ที่สามารถผสมผสานความเก่าแก่โบราณกับความทันสมัยได้อย่างลงตัว สิ่งหนึ่งที่ทำให้ย่านท่าเตียนโดดเด่นกลับขึ้นมามีชื่อเสียงอีกครั้งก็คือ บรรดาร้านรวงที่เกิดใหม่ล้วนแต่มีเอกลักษณ์ในการตกแต่งร้านที่โดดเด่นและไม่เหมือนใคร แต่ในขณะเดียวกันก็ยังกลมกลืนไปกับย่านนั้นได้เป็นอย่างดี หนึ่งในร้านเก๋ใหม่ล่าสุดในย่านท่าเตียนก็คือ ร้าน “โรงรส” ที่แต่เดิมทีเคยเป็นโรงรถเก่าก่อนจะถูกแปลงโฉมให้เป็นร้านอาหารสไตล์บิสโทร โดยเจ้าของร้านเปลี่ยนตัวสะกดจาก “โรงรถ” เป็น “โรงรส” ด้วยความคิดสร้างสรรค์ที่ต้องการให้สถานที่นี้เป็นที่ๆ เต็มไปด้วยรสชาติ ตั้งแต่เมนูอาหารไปจนถึงดริ๊งค์อันหลากหลาย
เจ้าของร้านเล่าให้ฟังว่า “จริงๆ ผมเป็นคนชอบมาแถบย่านนี้อยู่แล้ว หลงเสน่ห์ เวลาแขกไปใครมาอยากจะโชว์พลังของกรุงเทพฯ ความสวยงาม อะไรก็ตามต้องมาแถวนี้เลย แถบหน้าวัดอรุณฯ โซนท่าเตียนนี่ล่ะ แล้วมีอยู่วันหนึ่งผมสังเกตุเห็นว่ามีโรงรถแถวนี้ ซึ่งเป็นโรงรถที่เก่าแก่ทรุดโทรม ปูนอิฐเปลือย จะพังไม่พังแหล่อยู่แล้ว ก็เลยมองเห็นศักยภาพของมันว่าผนังที่ทึบๆ เต็มไปด้วยอิฐ ถ้าทำร้านไปมันต้องเจอวิวที่สวยงามแน่ๆ นั่นคือที่มาของการสร้างร้านนี้ครับ” จากนั้นเขาเสาะสืบจนได้พบกับเจ้าของที่ ได้ความว่าแต่เดิมเป็นโรงรถซึ่งเจ้าของเอาไว้ใช้จอดรถของครอบครัวมาเป็นเวลาเกือบห้าสิบปีแล้ว จากนั้นจึงเปิดฉากเจรจาเพื่อใช้มาเป็นสถานที่ในการสร้างร้านอาหารแห่งนี้ และในที่สุดก็ประสบความสำเร็จ “จริงๆ เรื่องการตกแต่ง เรื่องออกแบบไม่ได้ใช้เวลานานเลยครับ เวลาที่ใช้ไปนานที่สุดคือไหว้เจ้าที่ศาลที่อยู่ข้างๆ ทั้งกราบ ทั้งบริจาค เพื่อให้ได้ที่ตรงนี้มาทำร้านมากกว่า นี่ก็หนึ่งปีเต็มตั้งแต่เจรจามากว่าจะได้มาถึงวันนี้ กว่าจะได้มาเปิดเป็นร้านอาหาร” 
สิ่งแรกที่สะดุดตาก็คือโลโก้ป้ายชื่อร้าน ซึ่งกว่าจะได้มาก็เต็มไปด้วยเรื่องราวมากมายเช่นเดียวกัน “จริงๆ แล้วอยากจะได้กราฟิกที่มันสอดคล้องกับลุคของร้านและอารมณ์ของร้าน ก่อนหน้านี้ก็มีไปจ้างบริษัทกราฟิกชื่อดังมาสองสามเจ้า ซึ่งก็ทำเสนอมา ทำไปทำมาก็ไม่สำเร็จเสียที จนกระทั่งวันหนึ่งผมนำเรื่องนี้ไปปรึกษาเพื่อน ซึ่งเพื่อนก็ให้คำแนะนำมาว่าไปเจอคนนี้ เขาก็เอาเบอร์มาให้ ก็โทรไปพูดคุย นัดกัน เราก็เดินทางตาม GPS ไปในซอยแถบลาดพร้าวซึ่งมืดและน่ากลัวมาก  พอไปถึงที่ปักหมุด ข้างในเป็นบ้านมืดๆโทรมๆ ร้างๆ เดินเข้าไปเห็นแสงสว่างแว่บๆ ปรากฏว่ามันเป็น Tattoo Parlor  ร้านช่างสัก ก็โทรกลับไปหาเพื่อน บอกว่านี่ไม่ใช่ Graphic Artist นี่ แต่สุดท้ายก็นั่งคุยกับเขา บอกว่าเราอยากได้อะไร แบบไหน คุยไปคุยมา ภายในสองวันเขาก็ส่งแบบมาพร้อมบอกว่าอันนี้ยังไม่เสร็จดีเดี๋ยวจะส่งมาให้อีก แต่ภายในหนึ่งวินาทีแรกที่ได้ดู ก็บอกเขากลับไปเลยว่า ไม่ต้องส่งมาให้เลือกแล้ว  อันนี้แหละ เป๊ะมาก มันคือลายสัก ซึ่งเราเอามาทำเป็นกราฟิก”
อีกหนึ่งสิ่งที่โดดเด่นและเป็นเอกลักษณ์ของร้านเองก็คือการตกแต่งร้าน ที่ถือเป็นการแสดงพลังแห่งความสร้างสรรค์ในการมิกซ์แอนด์แมตช์ได้อย่างลงตัว เริ่มต้นจากผนังของร้านที่ยังคงยึดผนังที่ผุพังเดิมของโรงรถไว้เพียงแต่ทาสีเทาทับ บานเฟี้ยมจีนเป็นงานเก่าศิลปะลายคราม ต้นๆ ยุค 1900  ประดับตกแต่งด้วยแชนเดอร์เลียร์จากหลากสมัย รูปปั้นตัวเงินตัวทองแสนเก๋ที่ได้มาจากร้านขายของเก่าจากจตุจักร หรือแม้กระทั่งปลัดขิกจากภูฏาน ที่มีความหมายถึงความโชคดีและปกป้องภยันตราย รวมไปถึงโชคลาภ รูปปั้นกรีกในห้องน้ำ และที่สร้างความเซอร์ไพรส์ที่สุดก็คือเก้าอี้ในสไตล์ปารีเซียน แต่กลับกลายเป็นว่าสั่งทำมาจากมหาสารคาม โดยช่างเก่าแก่ที่ทำงานหวายเก่าได้สวยงาม “เป็นการผสมกันหลายอย่างที่หวังว่าลงตัว มาจากการรักพี่เสียดายน้อง ชอบทุกสไตล์เลย นอกจากนี้ยังอยากให้มีความชุ่มชื่นด้วย ก็เลยเพิ่มพื้นที่เขียวนิดๆ หน่อยๆ กระถางเล็กๆ น้อยๆ ให้มีไม้เลื้อยให้รู้สึกสดชื่นขึ้นมาหน่อย”
ในส่วนของเมนูอาหารเน้นไปที่อาหารพื้นบ้าน และอาหารโฮมเมดที่ได้สูตรมาจากบรรพบุรุษ รสชาติจัดจ้าน ไม่ประนีประนอมแม้ร้านจะอยู่ในโซนนักท่องเที่ยวก็ตาม ซึ่งมีทั้งไก่ทอดคุณแม่ เป็นปีกไก่ทอดรสชาติเหมือนแม่ทำให้ตอนเป็นเด็ก ข้าวผัดโรงรถ เป็นข้าวผัดคลุกน้ำพริก ซึ่งเป็นน้ำพริกสูตรของทางร้าน สไตล์กึ่งๆ น้ำพริกลงเรือหน่อยๆ ซึ่งทางร้านนำเอากะปิมาเป็นตัวชูโรงในการสร้างสรรค์อาหารหลากหลายเมนูอย่างผัดผักบุ้งก็จะใส่กะปิและไข่เค็มลงไป เมนูโบราณที่เราเคยได้ยินกันอย่าง แตงโมปลาป่นก็มี โดยใช้ปลาช่อนแห้งจากสิงห์บุรี ซึ่งมีกรรมวิธีในการทำแสนซับซ้อน เริ่มจากเอาปลามาทอด จากนั้นเอาเข้าเตาอบให้แห้ง แล้วเอาไปตากแดดให้มันแห้งสนิท โขลกเอาก้างออกให้มันขึ้นฟู แล้วเอาไปทอดอีกที เสร็จแล้วจึงเอาไปคั่วกับหอมเจียว นอกจากนี้ในส่วนของเครื่องดื่มก็เต็มไปด้วยความน่าสนใจ เริ่มตั้งแต่การตั้งชื่อ ทั้ง “บ้องเพชรฆาต” ใช้บ้องไม้ไผ่ โชว์ความแรงของเหล้าไทย โดยใช้เหล้าแม่โขงและผลไม้อย่างมะม่วงกับเสาวรส “Wrong Island Ice Tea” เกิดจากการใส่เหล้าผิด แต่เป็นความผิดที่ลงตัวและอร่อยจึงกลายมาเป็นเครื่องดื่มตัวนี้ “ตบสองที” เป็นเครื่องดื่มสูตรที่ทางร้านคิดขึ้นมาเองโดยใช้แตงโม ซึ่งก็จะเป็นสีแดงเหมือนแก้มที่โดนตบ รวมไปถึงความแรงของเหล้าที่ดื่มไปแล้วหน้าแดงเหมือนกับโดนตบสองทีแน่นอน นอกจากนี้ยังมี “Ping Pong Show” เครื่องดื่มชื่อหวาดเสียว หรือ “Blow-hito” ที่มาจากโมฮิโต้  และที่น่าสนใจอีกหนึ่งเมนูก็คือ “Golden Flower” ค็อกเทลสีเหลืองทองอร่ามที่คุณต้องไปลองเอง “เราอยากได้อาหารดีๆ เหมือนที่เราเคยกิน รวมทั้งเมนูของพ่อแม่ ปู่ย่าตายาย ผมคิดว่าคนที่มาที่นี่สิ่งที่ได้กลับไปโดยพูดเป็นเสียงเดียวกันเลยคือบรรยากาศดี ซึ่งเป็นคำชมที่รู้สึกว่าถูกใจที่สุด เพราะว่าบางทีเราจะได้ยินคำชมแบบแยกส่วนอาหารดีนะ วิวสวย เครื่องดื่มเจ๋ง  แต่ถ้าพอมาถึงแล้วคนพูดเป็นสิ่งเดียวกันว่าที่นี่ บรรยากาศดี แสดงว่าประสบผลสำเร็จแล้ว นี่คือจุดประสงค์ของเราที่อยากทำได้สำเร็จครับ” 
โรงรส 392,16 ซอยบ้านท่าเตียน ถนนมหาราช เปิดทุกวันยกเว้นวันอังคาร มื้อกลางวันตั้งแต่ 11.00 น. – 15.00 น. มื้อค่ำตั้งแต่ 17.00 น. – 22.00 น. แนะนำให้สำรองที่นั่ง โทร. 0969461785

TAG

Related Stories

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า
สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว