คุยกับ Marek Reichman ผู้อยู่เบื้องหลังงานออกแบบซูเปอร์คาร์ระดับโลก Aston Martin

กิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ Design Masterclass
เป็นเกียรติมากๆ สำหรับฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย ที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมเอ็กซ์คลูซีฟ ‘Design Masterclass by Marek Reichman’ ซึ่งเป็นการนำประสบการณ์ของ มร. มาเร็ค ไรค์แมน นักออกแบบรถยนต์ระดับโลกมาถ่ายทอดเพื่อเป็นวิสัยทัศน์ ให้ได้รับทราบถึงแรงบันดาลใจ, ดีเอ็นเอของ แอสตัน มาร์ติน รวมไปถึงองค์ประกอบต่างๆ ที่ทำให้เกิดเป็นผลงานชิ้นเอก จัดโดยแอสตัน มาร์ติน แบงคอก ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายรถยนต์แอสตัน มาร์ตินอย่างเป็นทางการ แต่เพียงผู้เดียวในประเทศไทย ภายใต้กลุ่มบริษัท มาสเตอร์ กรุ๊ป คอร์ปอเรชั่น (เอเชีย) จำกัด
กิืจกรรมนี้จัดขึ้นเมื่อปลายเดือนกันยายนที่ผ่านมา ณ แอสตัน มาร์ติน บูทิค โชว์รูม สยามพารากอน เราได้พบกับมร. มาเร็ค ไรค์แมน ผู้อยู่เบื้องหลังความงามของแอสตัน มาร์ติน หลายรุ่น อาทิ V12 Vantage S, Vanquish Volante, Rapide S,DB11, New Vantage,DBS superleggeraและ Aston Martin Vulcan ไฮเปอร์คาร์พลังแรงสำหรับสนามแข่งปัจจุบันเขาดำรงตำแหน่งเป็นรองประธานบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายครีเอทีฟ ของ แอสตัน มาร์ติน ลากอนดา โดยในการมาเยือนกรุงเทพฯครั้งนี้ เขาได้เล่าถึงเทรนด์การออกแบบรถยนต์ ไปจนถึงโปรเจ็กต์พิเศษต่างๆ ที่เขาได้มีส่วนร่วม พร้อมเผยข้อมูลเกี่ยวกับดีไซน์ต้นแบบของเอสยูวีรุ่น DBX ที่มีแผนเปิดตัวอย่างเป็นทางการเร็วๆ นี้
1. Q: ช่วยเล่าถึงบทบาทของคุณที่แอสตัน มาร์ติน

A:ผมเป็นคนออกแบบรถให้กับแอสตัน มาร์ติน มาประมาณ 15 ปีแล้ว ซึ่งผมว่ามันเป็นงานที่ดีที่สุดในโลกเลยก็ว่าได้แอสตัน มาร์ตินเป็นแบรนด์ที่มีประวัติศาสตร์มายาวนานกว่า 106 ปี ซึ่งตลอดระยะเวลา 106 ปีที่ผ่านมา เราได้สร้างสรรค์รถแอสตันมาร์ตินขึ้นเพียงแค่ 90,000 คัน เท่านั้น ซึ่งถ้าเทียบโตโยต้าใช้เวลาแค่ 2 วันเท่านั้นในการผลิตรถจำนวนเท่านี้ รถแอสตัน มาร์ตินจึงมีความเอ็กซ์คลูซีฟ และทรงคุณค่าในตัวของมันเอง รถแอสตัน มาร์ตินแต่ละคันนับเป็นผลงานแฮนด์เมด ทุกชิ้นส่วนต่างประกอบขึ้นด้วยมือโดยใช้เวลา ไม่ต่ำกว่า 200 ชั่วโมง แต่กว่าจะออกมาเป็นรถแต่ละคันได้นั้น ต้องอาศัยเวลานับล้านๆชั่วโมงเลยทีเดียวในการนำเอาความรู้ความเชี่ยวชาญต่างๆ มาก่อร่างขึ้นเป็นรถหนึ่งคัน
3. Q: นิยามความงดงามในแบบฉบับของแอสตัน มาร์ติน คืออะไร

A: สิ่งที่จะบ่งบอกถึงความงดงามของรถแต่ละคันได้ดีที่สุดนั้นไม่ใช่แค่ความสวยงามที่ตาเห็น แต่คือคาแร็กเตอร์เฉพาะตัวของรถรุ่นนั้นๆ รถทั้ง 7รุ่นของเราจะมีคาแรคเตอร์เฉพาะตัวที่โดดเด่น แตกต่างอย่างคาแร็กเตอร์ของ Vantage ก็จะเรียบหรู มีเส้นสายที่ออกแบบให้ดูราวกับพร้อมจะพุ่งทะยานไปข้างหน้าแม้จะจอดอยู่นิ่งๆ ส่วน DB11 ก็จะมีเส้นสายที่มากขึ้น มีความเนี้ยบ เหมือนกับคนใส่สูทแบบเทเลอร์ ส่วน DBS ก็เหมือนคนที่ถอดเสื้อสูทออก มีความวัยรุ่นขึ้น เป็นต้น ที่สำคัญรถแต่ละคันออกแบบด้วยหลักแนวคิด Golden Proportion เหมือนดั่งความงดงามของทุกสิ่ง ทุกอย่างที่ธรรมชาติเป็นผู้สรรสร้าง เมื่อเราเห็นอะไรสักอย่างเราจะเห็นสัดส่วน หรือ Proportion ของสิ่งนั้นก่อนเป็นอันดับแรก แล้วจึงแปรมาเป็นความสวยงาม ซึ่งสัดส่วนของทุกสิ่งโดยธรรมชาติแล้วมักเป็น 1:3 หรือ 2:3 ซึ่งเราใช้หลักนี้ในการออกแบบรถในทุกๆส่วน ไม่ว่าจะเป็นสัดส่วนตั้งแต่กระโปรงหน้าถึงหลังคา และจากกระจกหน้าถึงประตูรถ เป็นต้น สัดส่วนความงามจึงเป็นสิ่งที่ทำให้รถแต่ละคันนั้นมีความสวยงามในแบบเฉพาะตัว
4. Q: รถแอสตัน มาร์ติน ยังมีความพิเศษอะไรอีกบ้าง

A: แอสตัน มาร์ติน มีความเป็นศิลปะและงานหัตถ์ศิลป์อยู่ในทุกอณู ทั้งภายนอกไปจนถึงภายใน อย่างตัวโลโก้แอสตัน มาร์ติน ที่ประดับหน้ารถ ก็เป็นฝีมือของช่างทำจิวเวลรี่จากโรงงานเก่าแก่ในอังกฤษที่ก่อตั้งมานานกว่า 250 ปี ชิ้นส่วนต่างๆจะเลือกใช้วัสดุแท้ๆ เช่น กระจังหน้าก็จะทำจากอลูมิเนียมแท้ๆซึ่งถือเป็นเอกลักษณ์ของแอสตัน มาร์ติน, หน้าปัดควบคุมใช้โลหะแท้ ปุ่มต่างๆทำจากกระจก  เบาะหนังใช้หนังวัวแท้ๆ จากวัวขนยาวที่เลี้ยงในฟาร์มพิเศษที่สก๊อตแลนด์ หนังจะมีความนุ่มพิเศษ เรียบไร้รอยเพราะไม่มีการตีตราที่จะทำให้หนังเป็นรอยเสียหาย เราจึงใช้สามารถใช้หนังตามธรรมชาติได้เลยโดยไม่จำเป็นต้องพิมพ์ลายเพื่อปกปิดร่องรอยต่างๆ
5. Q:รถที่กำลังจะเปิดตัวเป็นรุ่นต่อไปคือรุ่นใด

A: DBX รถSUVคันแรกของแอสตัน มาร์ติน ซึ่งจะเปิดตัวในเดือนธันวาคม 2019 นี้ จะเป็นรถที่เน้นความสวยงามแต่ยังคงสมรรถนะของรถซูเปอร์คาร์ไว้อย่างเต็มเปี่ยม
6. Q: ในฐานะนักออกแบบรถที่สวยที่สุดในโลก คุณมีวิธีสร้างแรงบันดาลใจให้ตัวเองอย่างไร

A:ผมเชื่อว่า มนุษย์เราทุกคนเป็นสิ่งที่ชีวิตที่มหัศจรรย์ เราสามารถรับรู้ มองเห็น เกิดความรู้สึกกับสิ่งต่างๆที่พบเจอรอบตัวได้ แค่ได้กลิ่นหอมของดอกไม้ การได้เดินทางไปยังที่ต่างๆ พบปะผู้คนใหม่ๆ ซึ่งตากับสมองของเรานี่แหละเป็นเครื่องสร้างแรงบันดาลใจให้เราในทุกๆวัน ไม่จำเป็นว่าการหาแรงบันดาลใจจะต้องไปดูนิทรรศการ ไปดูหนัง ฟังเพลงเสมอไป ผมว่าการที่ใจเราพร้อมเปิดรับสิ่งใหม่ๆอยู่ตลอดเวลาและการใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆต่างๆในชีวิต ก็สามารถทำให้เราเกิดแรงบันดาลใจได้

TAG

Related Stories

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า
สถานที่พักที่คุ้นเคยสำหรับนักท่องเที่ยวจากประเทศไทย
ความงดงามอันเป็นตำนานแห่งอ่าววิคตอเรีย
ผสานเสน่ห์ของวัฒนธรรมดั้งเดิมเข้ากับความงามอันตราตรึงของ “หาดไม้ขาว” สู่การพักผ่อนที่ใกล้ชิเดกับธรรมชาติ
พร้อมเตรียมเผยโฉมที่งานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ ครั้งที่ 45

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

มาพร้อมการออกกำลังแบบระดับมืออาชีพและการใช้งานทนทานระดับแนวหน้า

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว