เปิดประตูสู่ความงามแห่งกาลเวลา ธรรมชาติ และรัก ถักทอผ่านชิ้นงานอัญมณีในนิทรรศการของ Van Cleef & Arpels

Van Cleef & Arpels : Time, Nature, Love พาชมความงามของเครื่องประดับชั้นสูงผ่านนิทรรศการที่ถักทอไว้ด้วยเรื่องราวแห่งเวลา ธรรมชาติ และรัก

นิทรรศการ Van Cleef & Arpels: Time, Nature, Love ซึ่งจะจัดขึ้นที่พิพิธภัณฑ์สถาน D Museum ในกรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้ ระหว่างวันที่ 18 พฤจิกายน 2023 จนถึงวันที่ 14 เมษายน 2024 นี้ เป็นการแสดงความเกริกไกรในอาณาจักรแห่งเมชงผู้สร้างสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงผ่านการรวบรวมผลงานเครื่องประดับอัญมณี, นาฬิกาข้อมือ และศิลปวัตถุล้ำค่ากว่า 300 ขึ้น ซึ่งมีการสรรค์สร้างขึ้นนับแต่ก่อตั้งขึ้นเมื่อปีด.ศ. 1906 อีกทั้งยังรวมถึงงานต้นแบบกว่า 90 ชิ้นจากแผนกจัดเก็บเอกสาร และหลักฐานสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมซง

ในโอกาสสำคัญอันหาได้ยากยิ่งครั้งนี้ บรรดาเอกสารสำคัญตลอดจนภาพวาดลายเส้นร่างแบบ และภาพลงสีกูขาชระบุรายละเอียดทางการขึ้นแบบ อันล้วนถือเป็นขั้นตอนแรกในกระบวนการสร้งสรรค์ ต่างถูกรวบรวมมาจัดแสดงเคียงข้างกับเหล่าผลงานล้ำค่าจาก คอลเลกชั่นส่วนตัวของ Van Cleef & Arpels เช่นเดียวกับเหล่าขึ้นงานซึ่งหยิบยืมมาจากคอลเลกชั่นส่วนตัวของบุคคล หรือสถาบันต่างๆ

จากการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันของภัณฑารักษ์สำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ซึ่งก็คืออัลบา กัปปาเลียริ (Alba Cappellieri) นักวิชาการสัญชาติอิตาเลียน อีกทั้งยังเป็นนักเขียน และผู้อำนวยการฝ่ายประจำแผนกเครื่องประดับแฟชั่น และอัญมณี Jewelry & Fashion Accessories ของวิทยาลัยสารพัดช่างแห่งกรุงมิลาน (Politecnico di Milano) ผลงานทั้งหลายซึ่งถูกนำมาจัดแสดงครั้งนี้ได้ถูกแบ่งออกเป็นสามส่วน ประกอบไปด้วย “กาลเวล1” (Time), “ธรรมชาติ” (Nature) และ “ความรัก” (Love) เพราะศิลปะแห่งเครื่องประดับอัญมณีมีความกี่ยวพันซับซ้อนกับช่วงเวลาของแต่ละยุสมัย โดขอาศัยการจัดสัดส่วนอันได้สมดุลระหว่างบทบรรจบของกระแสยุคสมัย ซึ่งจะผันผ่านไปอย่างรวดร็วตามกาลวล กับการเป็นวัตถุให้จับต้อง ซึ่งจะคงอยู่เป็นการถาวร เช่นเดียวกับกระบวนการผลิต ที่ดำเนินขึ้นตามแบบแผน หรือขนบธรรมเนียมดั้งดิมกับคุณคำของการเป็นผลงานสะท้อนถึง “เฟชัน” หรืออีกนัยหนึ่งก็คือกระแสสมัยนิยม นิทรรศการครั้งนี้จึงเป็นบทสรุปความสามารถอันเป็นเลิศของ Van Cleef & Arpels ในการนำเศษเสี้ยวแห่งความเป็นศตวรรษที่ 20 แง่มุมต่างๆ จากแต่ละยุคมาร้อยเรียงอย่างต่อเนื่องพร้อมกันในคราวเดียวเพื่อถ่ายทอดค่านิยมแห่งความงามอันอยู่เหนือกระแสสมัยนิยม และยังแสดงถึงพลังทางการสร้างสรรค์ที่จะจุดประกายความรู้สึก ปลุกจินตนาการขึ้นในใจของผู้พบเห็นด้วยแรงบันดาลใจจาก “ประมวลหกหมายเหตุของสหัสวรรษต่อไป” หรือ Six Memos for the Next Millennium ผลงานของนักเขียนอิตาโล กัลวิโน (นักเขียน และนักข่าวหนังสือพิมพ์ชื่อดังผู้มีอาขุอยู่ระหว่างปีก.ศ. 1923-1985) อับบา กัปปาเลียริได้เลือกแนวคิดหลักทางบริบทงานเขียนขึ้นนี้มาใช้ดีความการสรรค์สร้างผลงานต่างๆ ของเมซง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ในประเด็นว่าด้วยความสอดคล้องหรือความเกี่ยวพันกับช่วงเวลาของแต่ละยุคสมัย ดังนั้นการจัดแสดงลำดับแรกอันได้แก่ Time หรือ “กาลเวลา” จะครองพื้นที่การจัดแสดงถึงสิบห้องเพื่อเป็นเล่าเรื่องราวแง่มุมต่างๆ อันถือเป็นสัญลักษณ์ หรือตัวแทนของช่วงเวลาตามยุคสมัย

โดยที่ปฐมบทของผลงานกลุ่มนี้ จะนำเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับมหานครปารีสภายใต้ชื่อหัวข้อ Paris และตามมาด้วย Elsewhere หรือ”อารยศิดป์ต่างถิ่น” ก่อนจะเป็นห้คำนิยมสำคัญตามแนวทางของกัลวิโน นั่นก็คือ Lightness อันหมายถึง “ความเบา”, Quickness คือ “ความเร็ว”, Visibility คือ “ความชัดเจน”, Exactitude หมายถึง “ความแม่นยำ” และ Multiplicity ซึ่งก็คือ “ความหลากหลาย” ส่วนห้องถัดๆ ไปคือการแสดงผลงานอันเป็นจุดบรรจบทงความคิด หรือแรงบันดาลใจที่เรียกว่า Intersections นั่นก็คือการสรรค์สร้างผลงานซึ่งเชื่อมโยงถึงศิลปะแขนงอื่นๆ อย่างแฟชัน หรือศิลปะทางการตัดเย็บ, ศิลปะนาฎกรรม และสถาปัตยกรรม จากนั้นผลงานส่วนที่สองของนิทรรศการก็คือการยกช่องธรรมชาติหรือ Nature อันประกอบไปด้วยผลงานกลุ่ม “สัตวชาติ” (Fauna), “รุกขชาติ” (Botany) และ “พฤกษชาติ” (Flora) ท้ขที่สุด ในห้องจัดแสดงผลงานซึ่งอาศัยแรงบันดาลใจกความรักหรือ Love ก็จะสะกดอารมณ์ผู้เข้าชมไปกับสัญถักษณ์ และของขวัญสื่อรัก อันล้วนเป็นบทสรุปอำนาจแห่งหลากอารมณ์ ในขณะเดียวกัน บางชิ้นก็เป็นตัวแทนตำนานรักสุดโรแมนติกแห่งศตวรรษที่ 20

ผลงานหายากที่ผ่านการคัดเลือกอย่างพิถีพิถันเหล่านี้ ถูกนำมาจัดวางท่ามกลางภาพมิตินิทรรศการอันชวนให้ดื่มด่ำประทับใจจากฝีมือของศิลปิน-นักออกแบบสากลโยฮานนา กราวุนเดอร์ (Johanna Grawunder) ผู้ใช้แสงสีจากหลอดไฟนีออนสร้างบรรยากาศลึกลับสุดวิจิตรบรรจงบนพื้นที่จัดงาน รวมถึง “ประติมากรรมโปร่งใสไร้ตัวตน” ในห้องจัดแสดงผลงานกลุ่ม “ความรัก” หรือ Love พร้อมกันนั้น ไมกาล บาตอรี นักออกแบบกราฟิกขังมาร่วมประดิษฐ์ตัวอักษรเฉพะกาล และวิดิทัศน์พิเศษสำหรับนิทรรศการครั้งนี้ ทั้งสองได้ร่วมกันยกย่องสไตล์อันอยู่เหนือกระแสความนิยมทงยุคสมัยของเมซงให้ปรากฏอย่างชัดเจน นิทรรศการ “กาลเวลา, ธรรมชาติและความรัก” หรือ Time, Nature, Love คือการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้คั่นพบ ทำความรู้จัก และเข้าใจต่อมุมมองสุนทรีย์ในผลงานต่างๆ ซึ่ง Van Cleef & Arpels อาศัยทักษะความชำนาญทางหัตถศิลป์งานฝีมือในการหลอมรวมองค์ประกอบต่างๆ ให้กลมกลืนเข้าด้วยกันอย่างลงตัว จนควรค่าต่อการเป็น “ศิลปะ” อย่างแท้จริง

TAG

Related Stories

"กำไล" ซึ่งพ้องกับคำว่า "กำไร" สื่อถึงความมั่งคัง เพิ่มพูน ที่เหมาะจะเป็นของขวัญพิเศษในตรุษจีนนี้เป็นที่สุด
ผลงานการรังสรรค์ของครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ฝั่งจิวเวลรีและนาฬิกา Victoire de Castellane
นาฬิกาพร้อมดีไซน์สุดเก๋ ในราคาสูงถึง 50,000 ดอลลาร์สหรัฐ
อัตลักษณ์สำคัญของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ที่ถูกเรียงร้อยบนชิ้นงานอันประณีตและความงดงามของอัญมณีสุดเลอค่า
พร้อมด้วยเหล่าเซเลบริตี้มากมาย ที่มาร่วมงานเปิดไฟต้นคริสต์มาส ณ ลาน พาร์ค พารากอน
สร้อยทองคำขาวประดับอัญมณีรวม 964 เม็ด รังสรรค์ผ่านระยะเวลากว่า 450 ชั่วโมง

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

"กำไล" ซึ่งพ้องกับคำว่า "กำไร" สื่อถึงความมั่งคัง เพิ่มพูน ที่เหมาะจะเป็นของขวัญพิเศษในตรุษจีนนี้เป็นที่สุด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว