ร่วมค้นพบเสน่ห์แห่งเรือนเวลาจาก Cartier พร้อมถอดรหัสการรังสรรค์กลไกนาฬิการุ่นไอคอนิคของเมซง

เมื่อนาฬิกาเป็นมากกว่าแอคเซสเซอรีส์ แต่เป็นดั่งตัวตนและ Investment Pieces ที่มอบคุณค่าทางจิตใจ รวมถึงสะท้อนไลฟ์สไตล์และมุมมองของผู้สวมใส่

หากจะบอกว่าทุกวันนี้นาฬิกา ได้กลายเป็นมากกว่าการใช้งานเพื่อดูเวลาแต่เพียงเท่านั้น แต่ยังนับเป็นหนึ่งในแอคเซสซอรี่ชิ้นสำคัญที่สะท้อนตัวตนและไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ได้เป็นอย่างดีและมากกว่านั้นหลายๆ เรือนเวลาก็ได้กลายมาเป็น Investment Piece ที่มากกว่าการลงทุนด้วยทรัพย์สินเพียงอย่างเดียว แต่ยังมอบคุณค่าทางจิตใจ รวมถึงกลายเป็นมรดกตกทอดจากรุ่นสู่รุ่นที่สามารถส่งต่อความทรงจำไปตลอดกาล

และหากนี่คือครั้งแรกที่รู้สึกอยากจะมีเรือนเวลาไว้ครอบครองสักเรือน แต่ไม่รู้จะเร่ิมจากการศึกษาข้อมูลจากไหนดี วันนี้บาซาร์ขอนำทริคเล็กๆ จาก Cartier มาฝากไว้เป็นทางเลือกในการเลือกนาฬิกาเรือนแรกกันดู

นาฬิกาข้อมือนั้นถูกรังสรรค์ขึ้นมาเพื่อใช้ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และกิจกรรมที่แตกต่างกันออกไป โดยมีกลไกลการทำงานหลักๆ 2 แบบ ได้แก่ กลไกจักรกล หรือ Mechanical Movement และกลไกลควอตซ์ หรือ Quartz Movement ซึ่งแต่ละกลไกมีหลักการทำงานอย่างไร ไปดูรายละเอียดกันแต่ละข้อเด่นๆ กันอีกชัดๆ

Mechanical Movement

หรือระบบนาฬิกาแบบจักรกล อาศัยการไขลานสปริงเป็นแรงขับเคลื่อนเพื่อบอกเวลากับผู้ใช้งาน นอกจากนั้นยังมีนาฬิกาสเกเลตันที่ดีไซน์เหนือชั้นด้วยการออกแบบที่มีความซับซ้อนและโชว์ความสวยงามจากความโปร่งใสของกลไก เพื่อโชว์ศาสตร์และศิลปะชั้นสูงของการจัดวางชิ้นส่วนต่างๆของช่างนาฬิกา ทำให้นาฬิกาข้อมือระบบกลไลจักรกลนั้นเหมาะทั้งสำหรับสวมใส่ในทุกวันและเหมาะกับการสะสมและเพื่อการลงทุนเช่นกัน โดยนาฬิกากลไกจักรกลยังถูกแบ่งออกเป็นอีก 2 ประเภท ได้แก่ระบบ Automatic ที่ขับเคลื่อนผ่านจานเหวี่ยงในขณะที่สวมใส่และระบบ Manual ที่ขับเคลื่อนผ่านการหมุนเม็ดมะยมข้างตัวเรือน

ระบบ Quartz movement 

เป็นนาฬิกาที่ได้รับความนิยมอย่างสูงในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นนาฬิกาอิเล็กทรอนิกส์ที่ต้องใช้แบตเตอรี่ในการทำงานเพื่อให้นาฬิกาเดินเวลาได้ โดยระบบนาฬิกา Quartz มีข้อดี คือดูแลรักษาง่าย และมีค่าใช้จ่ายในการดูแลที่ต่ำกว่า นอกจากนั้น ในส่วนของนาฬิกาข้อมือยังแบ่งการแสดงเวลาออกได้เป็น 2 แบบ คือ แบบที่ใช้ตัวหมุนเข็มนาฬิกาเพื่อให้เดินบอกเวลา และแบบแสดงเวลาผ่านระบบตัวเลขดิจิทัลบนหน้าปัดแบบ LCD หรือ LED อีกหนึ่งกลไกของนาฬิการะบบ ควอตซ์ จากคาร์เทียร์ที่โดดเด่น ได้แก่ระบบ SolarBeat™ หรือนาฬิกาที่มีหน้าปัดที่ขับเคลื่อนด้วยเซลล์แสงอาทิตย์ (Photovoltaic Dial) สนับสนุนเรื่อง sustainability ลดการใช้แบตเตอรี่แบบใช้แล้วทิ้ง โดยอาศัยช่องว่างระหว่างเลขบอกเวลาโรมันบนหน้าปัด เปิดเป็นช่องให้พลังงานแสงอาทิตย์ลอดผ่านเข้าสู่เซลล์แสงอาทิตย์ที่ซ่อนอยู่ใต้หน้าปัดเพื่อเก็บเป็นพลังงาน ระบบ ‘Photovoltaic Charging’ จะเป็นแหล่งพลังงานที่ควบคุมเวลาด้วยระบบควอตซ์ ขับเคลื่อนเข็มชั่วโมงกับนาทีให้บอกเวลาอย่างแม่นยำ

ซึ่งสามารถเลือกรูปแบบและดีไซน์ให้เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของตัวเอง รวมไปถึงลุคในชีวิตประจำวัน ที่อาจจะต้องการความเป็นทางการสำหรับนักธุรกิจ หรือดูทะมัดทะแมงและเข้าถึงง่ายอาจจะเลือกเป็นสายหนัง โดยหากเปรียบเทียบจากรุ่นเด่นของ Cartier ก็จะมีหลากหลายฟังก์ชั่นการใช้งานและดีไซน์ให้เลือก ซึ่งแต่ละรุ่นก็มีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป

Tank

เริ่มกันที่รุ่นดังในตำนานอย่าง Tank ที่ Louis Cartier สร้างสรรค์เรือนเวลานี้โดยรับแรงบันดาลใจมาจากสี่เหลี่ยมผืนผ้าในปี ค.ศ. 1917 โดยเลือกหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่ทำให้แทงก์โดดเด่นจากนาฬิกาข้อมือทั่วไปในยุคนั้นซึ่งมีหน้าปัดเป็นทรงกลม ทำให้แทงก์มีกลิ่นอายที่ล้ำสมัย และด้วยเส้นตรงสองเส้นที่ขนาบข้างหน้าปัดนับเป็นเอกลักษณ์ของเรือนเวลารุ่นนี้ ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากภาพมุมสูงของรถถัง โดยมีเอกลักษณ์เป็นคานสองชิ้นประกบเข้ากับตัวเรือนทรงเหลี่ยมดุจล้อรถและหอบังคับการ และนอกจากกลไกอัตโนมัติและระบบควอทซ์แล้ว Tank Must ยังมาพร้อมกับกลไก SolarBeat™ ที่มีอายุการใช้งานนานกว่า 16 ปี โดยเป็นเรือนเวลาแรกของคาร์เทียร์ที่ใช้เทคโนโลยีนี้ โดย Tank ยังได้แตกไลน์ออกเป็น Tank Must, Tank Américaine และ Tank Française

Santos de Cartier

Santos de Cartier คือนาฬิกาข้อมือที่ Louis Cartier สร้างสรรค์ขึ้นในปีค.ศ. 1904 เป็นพิเศษเพื่อAlberto Santos-Dumont  สหายนักบินของหลุยส์ เพื่อให้ง่ายต่อการดูเวลาขณะที่ขับเครื่องบิน ซึ่งเป็นครั้งแรกที่คาร์เทียร์ออกแบบนาฬิกาข้อมือที่มีหน้าปัดสี่เหลี่ยมในขณะที่ในยุคนั้นนาฬิกาพกมักมีทรงกลม และเป็นนาฬิการุ่นแรกสำหรับสุภาพบุรุษที่โดดเด่นด้วยหน้าปัดทรงสี่เหลี่ยมพร้อมน็อตบนขอบตัวเรือนที่สะดุดตาตั้งแต่แรกเห็น Santos ได้รับการออกแบบโดยยึดหลักแนวคิดเรื่องรูปทรง รสนิยมแบบเรียบง่าย ความถูกต้องของสัดส่วนและรายละเอียดที่ปราณีต สกรูที่มักถูกซ่อนไว้อยู่เสมอในเทคนิคการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงก็กลับปรากฏให้เห็นอย่างเด่นชัดและกลายมาเป็นสัญลักษณ์แห่งความสวยงามของคอลเลคชั่นในที่สุด

และในปี 2023 นี้ คาร์เทียร์ได้รังสรรค์เรือนเวลา Santos Dumont ไปอีกขั้นด้วยการนำกลไกจักรกลอัตโนมัติ 9629 MC แบบสเกเลตันที่พัฒนาขึ้นเป็นพิเศษออกมาเปิดตัว ซึ่งไม่ได้เป็นเพียงคอลเลคชั่นที่ตอบโจทย์ผู้คลั่งไคล้รูปลักษณ์ที่เรียบบางและงามสง่า แต่เป็นคอลเลคชั่นที่ถูกพัฒนาออกมาให้มีองค์ประกอบที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น

Panthère de Cartier

 จิวเวลรีวอทช์ของคาร์เทียร์ ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปีค.ศ.1983 เป็นผลงานชิ้นเด่นของเมซงที่เป็นมากกว่างานศิลปะ ด้วยตัวเรือนทรงเหลี่ยมมุมมน เส้นสายที่กลมกลืนอย่างไร้รอยต่อของตัวเรือนและสายนาฬิกา รวมถึงหมุดตอกที่เห็นบนกรอบตัวเรือน คาร์เทียร์ปรารถนาที่จะให้ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ รักษาความความโดดเด่นของเส้นสายแต่ยังความอ่อนช้อย จึงทำให้เรือนเวลารุ่นนี้เป็นเสมือนทั้งเรือนเวลาและเครื่องประดับ โดยปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ มีชื่อเดียวกับกำไลข้อมือที่สะท้อนท่วงท่าของเสือแพนเตอร์ สัตว์ที่เป็นดั่งสัญลักษณ์ประจำแบรนด์คาร์เทียร์ โดยดีไซน์นั้นสืบทอดโดยตรงจากเครื่องประดับที่เปิดตัวในปี 2005

เรือนเวลารุ่นนี้ได้ถูกนำมาออกแบบตีความใหม่อีกครั้งในปี 2017 ใช้การเจาะเป็นรูปทรงเรขาคณิตร่วมกับมุมแหลม ดีไซน์ที่แม่นยำพรั่งพร้อม สอดคล้องกับสายนาฬิกาที่พัฒนาโดยสตูดิโอสร้างสรรค์และ Manufacture ของคาร์เทียร์ เชื่อมด้วยบานพับที่ซ่อนไว้อย่างแนบเนียน ให้ความยืดหยุ่นสูงสุดตลอดเส้น ยามสวมใส่จึงแนบสนิทไปกับข้อมือ เปี่ยมเสน่ห์อย่างแนบสนิทไร้รอยต่อ แสดงให้เห็นถึงความเป็นอิสตรีที่เปี่ยมสุข เด็ดเดี่ยว และเป็นอิสระเหนือชายชาตรี 

Ballon Bleu de Cartier

ด้รับการสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 2007 โดยดีไซเนอร์ของคาร์เทียร์ได้นำความกลมมนมาตีความใหม่ด้วยการเพิ่มมิติในตัวเรือนมากยิ่งขึ้น โดยที่ยังคงความโค้งมนอันเป็นเอกลักษณ์เด่นของนาฬิการุ่นนี้ เกิดเป็นนาฬิกาหน้าปัดกลมที่มีมิติชั้นเชิง กลมกลืนกับตัวเรือนที่มีความสมดุลระหว่างเส้นสายได้อย่างสมบูรณ์แบบ เม็ดมะยมคริสตัลแซฟไฟร์ สีน้ำเงินอันเป็นเอกลักษณ์ถูกซ่อนอยู่ในวงแหวนกลมเล็กไว้กับตัวเรือนอย่างแนบเนียนไม่มีสะดุด

Pasha de Cartier

เรือนเวลาที่ขึ้นสถานะ Cult นับตั้งแต่การเกิดของคอลเลคชั่นครั้งแรกในปี 1985 เมื่อปี 2020 คาร์เทียร์นำมาตีความแบบใหม่ เกิดเป็นเรือนเวลาสำหรับบุคคลที่กล้าคิดกล้าทำ เปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์ ใจกว้างและเชื่อในความต่าง พาช่า เดอ คาร์เทียร์ เหมาะสำหรับผู้ที่คิดใหญ่ มองการณ์ไกล มีวิสัยทัศน์เฉียบคม สะท้อนคำนิยามความสำเร็จในรูปแบบใหม่อันมีเอกลักษณ์ สร้างความสำเร็จที่ต่างออกไปจากคนรุ่นก่อนอย่างแท้จริง พาช่า เดอ คาร์เทียร์ อวดรูปลักษณ์กราฟฟิกอันเด่นชัด ลายเส้นตารางในหน้าปัดวงกลม ตกแต่งลายกิโยเช่และเลขบอกเวลาอารบิกแบบโอเวอร์ไซส์ ข้อต่อสายประดับด้วยหมุดสตั๊ด Clous de Paris เสริมสายนาฬิกาให้มีลูกเล่นยิ่งกว่าเคย เม็ดมะยมที่ร้อยเข้ากับตัวเรือนด้วยโซ่ ให้ผู้สวมใส่มองเห็นเม็ดมะยมได้ชัดยิ่งขึ้น Pasha de Cartier จึงนับเป็นเรือนเวลาที่คาร์เทียร์ที่ก้าวออกนอกกรอบการสร้างสรรค์นาฬิกาในแบบเดิมๆ

TAG

Related Stories

สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่ชาญฉลาดแต่ยังแฝงความขบถอยู่ในตัว
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
เหนือสิ่งอื่นใด งานเทเลอร์ของ Thom Browne ก็ยังคงเป็นอะไรที่เราสะดุดตาอยู่เสมออยู่ดี

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว