จากเทคนิคงานฝีมือของ Atelier สู่การรังสรรค์สู่ ready to wear ในคอลเลคชั่น Fall/Winter 2023 จาก Versace

และการกลับมาอีกครั้งของไอคอนิคไอเท็มระดับตำนาน ทั้ง nastro Gianni และฮาร์ดแวร์เมดูซ่าจากยุคปี 95
และนี่คือคอลเลคชั่นที่สร้างสรรค์ด้วยความเข้าใจและความภาคภูมิใจในตัวเอกลักษณ์ของ Versace โดยได้นำประสบการณ์จาก ATELIER ไปจนถึงเสื้อผ้า ready to wear อาทิ การร่างโครงสร้าง การตัดเย็บเสื้อผ้า และการเลือกใช้วัสดุผ้า ถือเป็นการเฉลิมฉลองงานฝีมือและทำความเข้าใจลักชัวรี่อย่างถ่องแท้ เพื่อสร้างสรรค์เสื้อผ้าสำหรับคนรุ่นใหม่อย่างเต็มรูปแบบ
สำหรับฉันแล้ว เมืองลอสแองเจลิสถือเป็นบ้านอีกหลังสำหรับพวกเรา ที่แบ่งปันพลัง ความสร้างสรรค์ และจินตนาการเข้าไว้ด้วยกันโดยโชว์ในครั้งนี้จะเป็นการนำเสนอสิ่งที่มีคุณค่าเหล่านี้ต่อทุกคนทั่วโลก”
Donatella Versace


ความเย้ายวน และพลังของฮอลลีวูด คือแรงบันดาลใจของคอลเลคชั่นนี้ อย่างการนำเอกลักษณ์ของช่วงยุครุ่งเรืองที่มีความเย้ายวนมาผสมผสานกับศิลปะร่วมสมัย รวมถึงความเป็นไอคอนิกและพลังแห่งความมั่นใจของ Versace หรือแม้แต่การนำเสนอผ่าเค้าโครงอย่าง Atelier Versace อันเป็นงานฝีมือและการร่างซิลลูเอตของทางแบรนด์ อย่างเดรสที่มาพร้อมกับดีเทลที่เผยช่วงอกและไหล่อย่างสง่างาม ซึ่งอ้างอิงจาก Atelier Versace คอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิ – ฤดูร้อน 1995 โดยการเทคนิคการตัดเย็บ โดยการออกแบบปลายไหล่แบบตรงถือเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ VERSACE โดยกระโปรงพลีท กระโปรงทรงเอ และชุดเดรสตัดเย็บด้วยความเชี่ยวชาญและความเข้าใจเกี่ยวกับหุ่นของร่างกายอย่างลึกซึ้ง
โดยคอลเลคชั่นนี้ให้ความสำคัญกับเนื้อผ้า ผิวสัมผัส และความเบาสบายของเนื้อผ้าเป็นอย่างยิ่ง โดยวัสดุผ้าของ Versace ร่วมมือผลิตกับซัพพลายเออร์สำคัญ อย่างผ้าวูล Bouclé และผ้าดัชเชสสองชั้นที่ผสมผสานด้วยผ้าไหม ขนเทียมและเสื้อโค้ท หนัง cracklé อีกทั้งยังมีลายพิมพ์จระเข้บนผ้าไหม ลวดพิมพ์บาโรคบนผ้าแจ็คการ์ด และเสื้อเชิ้ตผ้าป๊อปปลิ้น ในส่วนของนาฬิกาและเข็มขัดจะประดับด้วย ‘nastro Gianni’ พร้อมกับฮาร์ดแวร์เมดูซ่าจากยุค 95 ซึ่งเป็นโลโก้เมดูซ่าของทางแบรนด์ที่เคยเปิดตัวเมื่อ ปี 1995 ผ่านแคมเปญ Atelier Versace โดยมี Madonna ร่วมแคมเปญด้วย
เฉดสีในครั้งนี้ล้วนเป็น สีดำ สีน้ำตาลคาราเมล และสีน้ำตาลช็อกโกแล็ต นับเป็นสีที่อยู่เหนือกาลเวลา และใช้งานได้อย่างหลากหลาย อีกทั้งยังสอดคล้องกับการถ่ายทอดคุณภาพ ความสร้างสรรค์ และงานฝีมือของ Atelier Versace ให้กลายเป็นเสื้อผ้า ready to wear ที่สามารถสวมใส่ได้ทุกวัน ในส่วนของสีเทาแอนทราไซต์ หรือ สีถ่านหิน สีส้มแอปริคอต สีเทอร์ควอยซ์ และสีชมพู อ้างอิงจากจานสีของ VERSACE ในช่วงต้นยุค 2000 มาที่ด้านของกระเป๋ากันบ้า ในครั้งนี้กระเป๋าและเครื่องประดับที่ตกแต่งด้วยฮาร์ดแวร์ Greca เป็นหลัก นำเสนอรุ่นใหม่ ด้วยหนังควิล์ท ลายจระเข้ และผ้าซาติน พร้อมกับด้ามจับแบบใหม่ สายสะพายไหล่ที่สามารถถอดได้ อีกทั้งยังนำเสนอกระเป๋าโท้ทใหม่ทั้งหมด 2 ขนาด La Medusa: กระเป๋าและเครื่องประดับที่มาพร้อมกับสัญลักษณ์ Medusa ของทางแบรนด์ โดยนำเสนอพื้นผิวใหม่อย่าง ลายพิมพ์จระเข้ วัสดุขนแกะ และด้ามจับโลหะพร้อมกับปรับรายละเอียดการตัดแต่งอีกด้วย รวมถึงกาารนำเสนอกระเป๋า Re-edition ของ Versace ทรง hobo ที่มาในไซส์เล็ก
รองเท้าสู้นสูงหัวแหลมและรองเท้าบู๊ทที่รังสรรค์ด้วยการเย็บตามตัวอักษร ‘nastro Gianni แนวเฉียง พร้อมประกอบไปด้วยรายละเอียดของกระดุม Medusa และสายรัดที่มีลักษณะเหมือนกรง ที่รังสรรค์ด้วยแรงบันดาลใจจากผลงานสำคัญ

TAG

Related Stories

สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่ชาญฉลาดแต่ยังแฝงความขบถอยู่ในตัว
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
เหนือสิ่งอื่นใด งานเทเลอร์ของ Thom Browne ก็ยังคงเป็นอะไรที่เราสะดุดตาอยู่เสมออยู่ดี

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว