Égérie เรือนเวลาแห่งแรงบันดาลใจจากโลกแฟชั่นชั้นสูงจาก Vacheron Constantin

นิยามความคลาสสิกของผู้หญิงรุ่นใหม่ที่เต็มไปด้วยเสน่ห์ในแบบเฟมินีน
ท่ามกลางความรุ่งโรจน์ของช่วงเวลากว่า 265 ปีที่ดำเนินไปในฐานะแบรนด์นาฬิกาที่เก่าแก่ที่สุดในโลกที่ผลิตนาฬิกาอย่างต่อเนื่องโดยมิเคยหยุดกิจการ วาเชอรอง กงสตองแตง (Vacheron Constantin) ได้สืบสานมรดกความเป็นเลิศอันน่าภาคภูมิใจในการสร้างสรรค์นาฬิกาชั้นสูงและอัตลักษณ์ความงามผ่านสุดยอดช่างฝีมือจากรุ่นสู่รุ่น หนึ่งในนั้นคือเรือนเวลาใหม่ล่าสุดที่สร้างสรรค์ขึ้นสำหรับสุภาพสตรีโดยเฉพาะ ภายใต้ชื่อคอลเลกชั่น เอเชรี (Égérie)
Égérie (เอเชรี) เป็นคอลเลกชั่นนาฬิกาที่ถือกำเนิดขึ้นจากการมาบรรจบกันระหว่างโลกแฟชั่นชั้นสูงและโลกนาฬิกาชั้นสูง โดยสื่อผ่านทักษะฝีมืออันประณีต ความแม่นยำที่มาพร้อมความใส่ใจในทุกรายละเอียด องค์ความรู้ที่เป็นเลิศ และสุนทรีย์ความงามในแบบของผู้หญิง ก่อเกิดเป็นผลลัพธ์ของสไตล์อันวิจิตรงดงามที่หลอมรวมเข้ากับงานดีไซน์อสมมาตรซึ่งเป็นความเชี่ยวชาญเฉพาะตัวของ Vacheron Constantin 

เบื้องหลังความงดงามของ เอเชรี (Égérie) จากแรงบันดาลใจในโลกแฟชั่นชั้นสูง

เมื่อมองอย่างลึกซึ้งถึงรายละเอียดที่ปรากฏอยู่บนคอลเลกชั่นนาฬิกา Égérie สิ่งที่โดดเด่นก็คือ ลูกเล่นระหว่างผิวสัมผัสและรูปทรงที่ผสมผสานทั้งพื้นราบและพื้นยกตัว ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากโลกแฟชั่นชั้นสูงหรือ โอต์กูตูร์ โดยเฉพาะเอฟเฟ็กต์ลวดลายจากเทคนิค tapestry ซึ่งเป็นเทคนิคการเซาะร่องเป็นเส้นยาวจนเกิดเป็นลวดลายที่ชวนให้นึกถึงผ้าจับเดรปหรือผ้าอัดพลีตบนหน้าปัดนาฬิกา โดยช่างฝีมือจะต้องค่อยๆ หมุนปรับเฟืองของเครื่องแพนโทกราฟ เพื่อสร้างสรรค์ลวดลายซึ่งจำลองลวดลายขนาดใหม่มาไว้ในพื้นที่ขนาดเล็กของหน้าปัดนาฬิกา
หรือจะเป็นขอบตัวเรือนที่ตกแต่งด้วยประกายเพชรระยิบระยับที่ชวนให้นึกถึงการขลิบขอบด้วยเปียผ้าขนาดเล็ก ช่วยขับเน้นรูปทรงตัวเรือนแบบเฟมินีน รวมถึงรายละเอียดประณีตของตัวเลขอาระบิกบนหน้าปัดที่ผลิตจากทอง 18k ซึ่งผ่านการฟินิชชิ่งอย่างพิถีพิถันราวกับผ้าลูกไม้ชั้นเยี่ยม

เอกลักษณ์ความงามของ เอเชรี (Égérie) ในแบบฉบับ Vacheron Constantin

ความพิเศษอีกประการหนึ่งของคอลเลกชั่นนาฬิกา เอเชรี (Égérie) ก็คือ การนำเอาเอกลักษณ์ความงามของ Vacheron Constantin มาตีความใหม่ อย่างการแสดงเวลาด้วยหน้าปัดเยื้องศูนย์ ซึ่งเป็นดีไซน์อสมมาตรที่ใช้มาตั้งแต่ศตวรรษที่ 19 โดยเล่นกับวงกลมซ้อนเหลื่อมกันสองวง รวมถึงการติดตั้งฟังก์ชั่นวันที่และมูนเฟสที่วางตัวในแนวเฉียงตรงกับโลโก้ และการดีไซน์ให้เม็ดมะยมตั้งอยู่ ณ ตำแหน่ง 1 และ 2 นาฬิกาที่ไม่เหมือนใครพร้อมการตกแต่งหินมูนสโตนเจียระไนทรงหลังเบี้ย
นอกจากนี้ นาฬิกา เอเชรี (Égérie) ยังมาพร้อมระบบเปลี่ยนสายรัดข้อมืออันชาญฉลาดที่ช่วยให้การปรับเปลี่ยนลุคกลายเป็นเรื่องง่ายดายที่ไม่จำเป็นต้องมีอปุกรณ์พิเศษ โดยรุ่นตัวเรือนสตีลมาพร้อมสายรัดข้อมือโลหะที่บางและเบาราวกับผิวหนังชั้นที่สอง ซึ่งให้ความรู้สึกทันสมัยและคล่องแคล่ว ส่วนรุ่นตัวเรือนทองมาพร้อมสายรัดข้อมือหนังหลากสีให้เลือกตามความต้องการ

คอลเลกชั่นนาฬิกา เอเชรี (Égérie) กับ 2 รุ่นที่ถูกดีไซน์มาเพื่อสวมใส่ในทุกโอกาส

คอลเลกชั่นนาฬิกา Égérie ประกอบด้วยรุ่น Égérie self-winding ที่มาพร้อมเอกลักษณ์ของตัวเรือนขนาด 35 มม. โอบล้อมด้วยขอบตัวเรือนขนาดบางประดับด้วยเพชร 58 เม็ด ขาตัวเรือนเป็นแบบ Intergrated ที่เป็นส่วนเดียวกับตัวเรือน
ส่วนในรุ่น Égérie moon phase ก็โดดเด่นจับตาด้วยตัวเรือนขนาด 37 มม. อีกทั้งดีไซน์คอมพลิเคชั่นบอกข้างขึ้นข้างแรมยังสร้างความรู้สึกประหลาดใจเพราะจัดวางในตำแหน่งที่น้อยคนจะคาดคิด โดยหน้าปัดย่อยวงกลมประดับเพชร 36 เม็ด วางอยู่ในตำแหน่งเยื้องศูนย์ นำเสนอช่วงเวลาที่งดงามราวกับความฝัน โดยดวงจันทร์ทอง 18k จะเคลื่อนคล้อยมาบนท้องฟ้าพร่างดาวซึ่งอยู่ด้านหลังหมู่เมฆประดับเปลือกหอยมุก
นาฬิกาทั้ง 2 รุ่นนี้มาพร้อมกลไกคาลิเบอร์ 1088 และ 1088L ซึ่งเป็นกลไกอัตโนมัติพร้อมกำลังลานสำรอง 40 ชั่วโมง ส่วนฝาหลังตัวเรือนแบบแซฟไฟร์คริสตัลเผยให้เห็นการตกแต่งอย่างประณีตทั้งการขัดลาย Côtes de Genève รวมถึงโรเตอร์ทอง 22k สลักลายโอเพินเวิร์ก ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากรูปทรงกางเขนมอลทีส สัญลักษณ์ของเมซง
สำหรับสาวๆ ที่อยากเติมเสน่ห์ให้กับการแต่งตัวของตัวเองอย่างไม่เหมือนใคร ลองเปิดใจและแวะไปสัมผัสกับนาฬิกาคอลเลกชั่น Égérie จาก Vacheron Constantin ได้ที่ Pendulum สาขาสยามพารากอน หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม LINE OA หรือโทร. 092-465-2516

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว