รวมลุคจากแบรนด์ไทยที่บาซาร์เลิฟจากคอลเลกชั่น Fall/Winter 2019

สำหรับหนุ่มเก๋และสาวเปรี้ยวทั้งหลาย
เมื่อเข้าสู่ช่วงปลายปีแล้วก็ได้เวลาอัพเดตคอลเลกชั่น Fall/Winter 2019 ของเหล่าไทยดีไซเนอร์ ทีมบาซาร์จึงได้รวบรวมลุคจากแต่ละแบรนด์ไทยที่โดนใจแฟชั่นนิสต้ามาไว้ให้เลือกช็อปกันแล้วที่นี่

SRETSIS

คราวนี้ดีไซเนอร์ 3 พี่น้องรับแรงบันดาลใจมากจากศิลปะ วัฒนธรรม ความหรูหราของคนชนชั้นสูงชาวฝรั่งเศสในสมัยก่อน ผสมผสานกับกลิ่นอายของแฟชั่นสมัยใหม่ในสไตล์ของแบรนด์ได้อย่างลงตัว โดยซิลลูเอตได้อินสไปร์มาจากเสื้อผ้ายุควิคทอเรียน ผสมผสานกับความเปรี้ยวจากแฟชั่นยุค 80s ผ้าซาตินและแจ๊กการ์ดถูกใช้เป็นวัสดุหลักเพื่อสื่อถึงความหรูหรา สอดแทรกความขี้เล่นด้วยการตกแต่งแพตช์เวิร์กรูปทรงหัวใจเป็นตัวอักษร SRS ที่หน้าอกซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานคุณ Robert Adam อินทีเรียร์ดีไซเนอร์ชื่อดังจากยุคนีโอคลาสสิคของฝรั่งเศส

ASAVA

 คอลเลกชั่นนี้ยังคงโดดเด่นที่การผสมผสานความร่วมสมัยและความคลาสสิกอันเป็นเอกลักษณ์ของ Asava เข้าไว้ด้วยกันอย่างลงตัว ผ่านการหลอมรวมซิกเนเจอร์ของแบรนด์อย่างโครงเสื้อไหล่เดียว, เคปเบลาซ์ และเคปเดรสเข้ากับโครงเสื้อที่ทางแบรนด์ไม่เคยใช้มาก่อน มาดัดแปลงให้มี ความร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น อย่างเสื้อคลุมสั้น, เดรสแขนกุดทรงเข้ารูป, เชิ้ตเดรส รวมไปถึงในเรื่องของวอลุ่มที่มีการขยายให้มีความใหญ่และเด่นชัดมากยิ่งขึ้น ทั้งหมดทั้งมวลประกอบเข้าด้วยกันและสะท้อนถึงอัตลักษณ์ ความสง่างามที่แฝงไว้ซึ่งความเรียบง่ายตามแบบฉบับผู้หญิงของ Asava ได้อย่างลงตัว พร้อมนำเสนอความหลากหลายในแง่ของเนื้อผ้าและวัสดุที่มีคุณภาพสูงในการตัดเย็บอย่างการเลือกใช้เนื้อผ้าอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่าง ผ้าลายทาง, ผ้าลายพินสไตรป์และผ้าคอตตอนที่คงความคลาสสิกและสวมใส่ได้ง่ายในทุกฤดูกาลและการใช้ผ้าวูลในหลากหลายเท็กซ์เจอร์ทั้งเนื้อหนาและเนื้อบางที่ให้กลิ่นอายชุดแบบเสื้อผ้าผู้ชายมาดัดแปลง และนำเสนอผิวสัมผัสที่บอบบาง อ่อนหวานอย่าง ผ้าลูกไม้, ผ้าชีฟอง , ผ้าซิลค์ออแกนซ่า และผ้าดัสเชสซาติน รวมไปถึงการเลือกใช้เนื้อผ้าชนิดพิเศษอย่าง ผ้าไหมไทย, ผ้าทวีด ที่ให้สัมผัสที่สง่างามเรียบหรู เหมาะกับไลฟ์สไตล์ของผู้หญิงยุคใหม่ที่มีความมั่นใจและใช้ชีวิตในแบบฉบับของตนเอง คอลเลกชั่นนี้ประกอบไปด้วยโทนสีคลาสสิก เช่น สีขาว, สีดำ, สีเทา, สีเบจและสีน้ำเงิน ผสมผสานเข้ากับเฉดสีที่สะท้อนถึงกลิ่นอายของฤดูใบไม้ผลิอย่าง สีน้ำตาลและสีเขียวโอลีฟ รวมไปถึงการสอดแทรกโทนสีพิเศษที่เพิ่มความสดใสและความโดดเด่นให้กับฤดูกาลนี้ อย่าง สีชมพูฟูเชีย, สีเขียวมิ้นท์, สีน้ำเงินสด และสีเมทัลลิค 

LANDMEÉ

Landmee’ พาเราย้อนกลับไปถึงภาพความทรงจำของดนตรีในอดีตผสมกับความทันสมัยและแนวคิดใหม่ของดนตรีในโลกยุคปัจจุบันกับ “Landmee’ Forever” คอลเลกชั่นประจำฤดูกาลใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2019 อันได้รับแรงบันดาลใจมาจากความเกรี้ยวกราดของแนวดนตรียุคแกลมร็อค จนก่อเกิดเป็นคอลเลกชั่นเสื้อผ้าที่นำเสนอเสน่ห์ของหญิงสาว ความเซ็กซี่เผยตัวตน ที่ในครั้งนี้สามารถมองเห็นความสวยน่ารักแต่แฝงด้วยความเปรี้ยวเท่ ผ่านโครงสร้างชุด ในรูปแบบต่างๆ ถ่ายทอดเรื่องราวความสนุกและสุดโต่งของเหล่าศิลปินระดับตำนานในยุคแกลมร็อค เรื่อยมาตั้งแต่ Van Halen, David Bowie, Marc Bolan ไปจนถึงระดับปรมาจารย์อย่างท่าน Sir Elton John ที่ต่างเห็นพ้องต้องกันว่าดนตรีคือแรงขับเคลื่อนหนึ่งที่สำคัญของโลกแฟชั่น และเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบเสื้อผ้าคอลเลกชั่น แลนด์มี่ ฟอร์เอฟเวอร์ อย่างสีโทนเมทัลลิค, ซาตินสีสด, วัสดุหนังสีทอง, เดนิมสีเข้ม, ผ้ากำหยี่ หรือแม้กระทั้งลูกไม้ทอเองที่เป็นเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์แลนด์มี่ ถูกหยิบยกและนํามาใช้บนรายละเอียดที่ซับซ้อน พร้อมลูกเล่นเช่นการปักแบบแฮนด์เมด อีกทั้งเลื่อม โลหะ และเพชร ที่สร้างสรรค์งานปักในรูปทรงต่างๆ อาทิ สัญลักษณ์ของดาวและตัวโน๊ต ถูกดึงมาใช้ได้อย่างลงตัวในแบบฉบับสาวแลนด์มี่

GREYHOUND ORIGINAL

“BANGKOK POSE” คือคอลเลกชั่นที่เชื่อว่า Streets of Bangkok นั้นเต็มไปด้วยตัวละครสุดพิเศษที่แสนจะธรรมดา ที่น่าสนใจและ มีเอกลักษณ์ โดยเนื้อหาของ Collection แบ่งออกเป็น เรื่องของ Street Culture อย่าง Graffiti Bombing ที่เขียนทับกันไปมา นํามา แปลเป็นเทคนิคคือการซ้อนกันของผ้าโปร่งและ Double Layers บวกกับส่วนผสมของ แบ็กแพ็กเกอร์ที่เห็นได้จากสไตลิ่งของเหล่า Tourists จากต่างแหล่งท่องเที่ยวต่างๆในกรุงเทพ ต่อไปคือเรื่องของ THAIpography โดยนําเอาตัวหนังสือภาษาไทยมาใช้ผสมกับ การ Distortion ให้ความรูปร่างผิดแปลกไปจากปกติ ซึ่งเป็นหนึ่งในรูปแบบของการ Deconstruction ท่ีทางแบรนด์ใช้อยู่เป็นประจํา เพื่อเข้ามาผสมกับเสื้อผ้าเทเลอร์ที่มีคสามแปลกใหม่ซึ่งเป็นซิกเนเจอร์ของ Greyhound Original และส่วนที่เป็นสีสันที่สุดของคอลเลกชั่นคือลายผ้าพลาสติก Blue Sheet สารพัดประโยชน์ที่เห็นได้ตามตรอกซอยถนนทั่วไป ถูกดัดแปลงมาเป็นลายพิมพ์เพื่อ บอกเล่าเอกลัษณ์ของกรุงเทพผสมกับการหยิบ Legacy items ที่ใส่กันตั้งแต่อากงจนมาถึงรุ่นเหลนอย่างกางเกงเล หรือเสื้อคอจีน เอามาแมตชกับเสื้อเบสิคโครงโมเดิร์นตัวอื่นๆ ได้สบาย และสุดท้ายคือ Beautiful Chaos ที่ไม่พูดถึงคงไม่ใช่กรุงเทพที่สมบูรณ์ ทั้งสายไฟพันกันยุ่งเหยิงการปะผุตามใจ แปลงมาเป็นเส้นสายรุงรังอย่างมีศิลปะตามแบบฉบับของ Greyhound Original ที่เรียกว่า Artistic Rebel ซึ่งคอลเลกชั่นนี้เป็นช่วงเวลาที่ทางเเบรนด์ได้ทํางานร่วมกับ IKEA จึงทำให้ทีมดีไซเนอร์ได้สํารวจของใกล้ตัวต่างๆ มากกว่ามองอะไรท่ี ไกลจากชีวิต ประจําวันของพวกเขา

KLOSET

คอลเลกชั่นนี้มาพร้อมกับคอนเซ็ปต์หอมหวาน “เพราะความรักนั้นแสนงดงามและบรรยากาศในห้วงรักนั้นพิเศษเสมอ” ภายใต้ชื่อ “MIDNIGHT IN PARIS” ความรักและความโรแมนติก ณ มหานครปารีส เมืองต้องมนต์ที่อบอวลด้วยความรักหวานชื่น ท่ามกลางบรรยากาศที่พร้อมจะทำให้คุณตกหลุมรัก คือที่มาและแรงบันดาลใจของคอลเลกชั่น ความโดดเด่นทั้งลายผ้า อาทิ ลายช่อดอกไอริสที่บานสะพรั่งของขวัญจากคู่รักสื่อถึงความหวังและแรงศรัทธา, ลวดลายประทับรอยจูบ ใต้แสงไฟเป็นเงาสะท้อนลงบนพื้นในมหานครแสนโรแมนติ, โน้ตสั้นๆ เขียนด้วยลิปสติกว่า “Tu me rêve” บ่งบอกใจความ “ฉันจะฝันถึงเธอ” ด้วยโทนสีหลักอย่างสีม่วงเข้มเย้ายวน ผสานกับสีน้ำเงินยามค่ำคืน สีแดงเจือน้ำตาลของผืนฟ้ายามพระอาทิตย์กำลังตก และสีชมพูบานเย็นที่เปี่ยมด้วยเสน่หาให้กลิ่นอายความอบอุ่นสำหรับฤดูกาลอันหนาวเย็น

PITCHANA

คอลเลกชั่น “Alpha Female” นี้ได้รับแรงบันดาลใจจากคาแร็กเตอร์ของผู้หญิงยุคใหม่สายสตรอง เก่งและมีความสามารถสูง ฝันไกล ความมั่นใจเกินร้อยเต็มเปี่ยมไปด้วยรสนิยม ถ่ายทอดผ่านคอลเลกชั่นนี้โดยมีดีเทลดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ในแบบฉบับของ PITCHANA ผนวกกับการตัดเย็บด้วยความปราณีตจากช่างระดับกูตูริเยร์ เริ่มด้วยคีย์ลุคชุดเดย์เดรสสีสดใส เพิ่มความเปรี้ยวด้วยการเล่นสีสันเขียวมะนาวกับดีเทลดีไซน์สุดเก๋ด้วยเส้นสายสปาเก็ตตี้ไขว้โชว์แผ่นหลังสุดเซ็กซี่, ชุดเดรสสั้นโชว์เรียวขาสีเหลืองนีออนแขนยาวพอง จับเดรปเข้ารูปใต้อก อีกคีย์ลุคชุดเพ้นท์สูทแขนยาวสีขาวผ้าเครปจีนเล่นเทคนิคติดขนนกกระจอกเทศสีขาวพริ้วเรียงรายจากต้นแขนถึงปลายแขนเสื้อด้านเดียว ในส่วนของชุดราตรี ก็มีให้เลือกสรรกันตั้งแต่ชุดราตรียาวผ้ากำมะหยี่ฝรั่งเศส สีดาร์คช็อกโกเลตเข้ารูปเปิดไหล่ จับเดรปเข้ารูปที่เอว กระโปรงผ่าสูงขึ้นมาที่ต้นขาเผยให้เห็นเรียวขาอันเซ็กซี่ และหยุดทุกสายตาไว้ด้วยชุดราตรียาวสุดหรูผ้าอิตาเลียนซิลค์มันวาวจับเดรปเข้ารูปอย่างสวยงามด้านหลังยาวกรุยกรายลากพื้นในโทนสีพาสเทลหวานสีชมพูอ่อนและส้มอ่อน เพิ่มความหรูหราด้วยแอ็กเซสเซอรี่สายเพชรระยิบระยับคล้องใหล่และพาดไปถึงด้านหลัง กระโปรงด้านหน้าผ่าสูงถึงต้นขาทุกย่างก้าวจึงเซ็กซี่เต็มที่กับความมั่นใจ

LA BOUTIQUE

La Boutique เผยเสน่ห์อันเรียบโก้ต้อนรับลมหนาวด้วยชุดคอลเลกชั่นสุดพิเศษ โดย พัชรวัฒน์ ตระกาลสันติกูล ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์ฝีมือเฉียบประจำแบรนด์ได้สร้างปรากฏการณ์ทางแฟชั่นสุดพิเศษที่ได้ร่วมงานกับสาวงาม 5 คนสุดท้ายจากเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์สไทยแลนด์ประจำปี 2019 ได้แก่ ฟ้าใส- ปวีณสุดา ดรูอิ้น, มิเรียม ศรพรหมมาศ, เบลล่า- ธนัชพร บุญแสง, เฟิร์ส- ภัทราพร หวัง และคิม โดเชคาโลวา ที่จะพลิกโฉมลุคครั้งใหม่ในแบบฉบับหญิงสาว La Boutique ในแฟชั่นเซ็ตของคอลเลกชั่น Fall/Winter 2019 “The Jewel” แรงบันดาลใจหลักจากความโดดเด่นของยุค 80’s ที่พร้อมพาทุกคนย้อนกลับสู่ยุคดิสโก้อันรุ่งโรจน์อีกครั้ง โดยมีฉากหลังเป็นไนท์คลับชื่อดังใจกลางกรุงปารีสที่มีแขกดาวเด่นคนสำคัญอย่าง Edwige Belmore ที่มักจะปรากฏกายพร้อมกับลุคอันแสนโดดเด่น ด้วยสีสันของเสื้อผ้าและลูกเล่นของเทกเจอร์ต่างล้อไปกับแสงไฟ ถูกนำมาถ่ายทอดผ่านการผสมผสานเทคนิคการตัดเย็บสุดพิเศษ อย่างการจับจีบผ้าบนหุ่นเสื้อแบบมูลาจ การจับจีบรูดระบายบนตัวเสื้อ, เทคนิคการเสริมโครงคอร์เซ็ท เน้นบริเวณช่วงเอวเพื่อดึงเอาจุดเด่นของรูปร่างผู้หญิงให้ดูเย้ายวน รวมทั้งการออกแบบลายผ้าขึ้นใหม่ด้วยเทคนิคคอลลาจโดยชิ้นเด่นประจำคอลเลกชั่นนี้ ได้แก่ สูทเสริมไหล่แบบยุค 80’s สไตล์มาสคิวลีนที่จะนำกลับมาสร้างความโดดเด่นอีกครั้ง พร้อมกันนี้ยังได้คัดสรรเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย เช่น ผ้าซิลค์ซาติน, ผ้าคอตตอนสแปนเด็กซ์พิมพ์ลายสุดพิเศษ อีกทั้งผ้าที่มีผิวสัมผัสหลากหลาย อย่าง ผ้าชามัวร์, ผ้ากำมะหยี่ขนสั้น และผ้าทวีด ก็ถูกนำมาใช้เพื่อสร้างเท็กซ์เจอร์ที่น่าตื่นตาตื่นใจ พร้อมตกแต่งชุดด้วยระบายรัฟเฟิล, รวมถึงงานฝีมืออันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์อย่างการปักประดับด้วยกระดุมคริสตัลและแต่งขนนกกระจอกเทศลงบนส่วนต่างๆ เพิ่มความหรูหรา ในฤดูกาลนี้มาพร้อมกับโทนสีสดแบบแม่สีหลัก ตัวแทนแห่งยุค 80’s เช่น สีเหลืองแดนดิเลียน, สีน้ำเงินโคบอลต์, สีชมพูฟิวเซีย และสีส้มสด ตัดกับสีคลาสสิค อย่างสีออฟไวท์, สีครีม, สีชมพูพาสเทล, สีเทาดำ และสีดำ ช่วยเพิ่มความโดดเด่นอย่างน่าจับตามอง

LEISURE PROJECT

Leisure Projects โดยการนำเสนอถึงพลังบวกของ “ความสมบูรณ์แบบที่ไม่สมบูรณ์แบบ” ภายใต้คอลเลกชั่นชื่อ “PERFECT IMPERFECTION” การดึงความเป็นตัวของตัวเองมาเป็นแรงบันดาลใจหลักของคอลเลคชั่นนี้ นำเสนอด้วยเสื้อผ้าสไตล์ลำลอง ที่โดดเด่นด้วยการเลือกใช้ผ้าที่หลากหลาย การนำเทคนิคงานปักและโครงเสื้อที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งจุดเด่นของซีซั่นนี้ ประกอบด้วย โครงเสื้อแจ็คเกต เสื้อเชิ้ต และกางเกงโอเวอร์ไซส์ดัดแปลงรูปทรงด้วยการใช้เชือกรูดให้เข้ากับรูปทรงกับผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว, เสื้อแจ็คเกตที่ซ่อนดีเทลจีบผ้าไว้เพียงด้านเดียว, ดีเทลการทับซ้อนเลเยอร์ของเสื้อเชิ๊ต และเสื้อยืดที่อาจดูจะไม่เท่ากัน แต่สวมใส่มาได้อย่างพอดี รวมไปถึงเสื้อยืดพิมพ์ลาย “IMPERFECTIONIST” ที่ตอกย้ำจุดยืนแนวคิดหลักของคอลเลคชั่น สามารถให้หนุ่มๆสนุกกับการแต่งตัวเสื้อผ้าในสภาพอากาศหน้าหนาวที่ไม่ค่อยหนาวในบ้านเราได้อย่างลงตัว

SHAKA LONDON

Shaka นำเสนอคอลเลกชั่น “WONDER” โดยได้รับแรงบันดาลใจมากจากกลุ่มหญิงสาวที่มีหลักความเชื่อด้านเวทย์มนตร์แม่มด หรือที่เรียกว่าลัทธิ “Wicca” ในประเทศอังกฤษ ต่างมารวมตัวกันทำพิธีทางความเชื่อถึงความงามและพลังของธรรมชาติกับมนุษย์ที่สอดคล้องและผสมผสานกันอย่างลงตัว ถ่ายทอดผ่านการดีไซน์ลายผ้าและเทคนิคโดดเด่นในแบบ Shaka ทั้งลายพิมพ์ดอกไม้ สมุนไพร และดวงดาว ที่ถ่ายทอดบรรยากาศของธรรมชาติได้ออกมาอย่างน่าหลงใหล ผสมผสานงานฝีมืออันปราณีต รวมถึงเฉดสีที่นำมาใช้ในคอลเลกชั่นนี้จะเป็นโทนสีพลาสเทลที่คล้ายกับสีของธรรมชาติและโทนสีที่ให้ความรู้สึกลึกลับน่าค้นหา

Q DESIGN AND PLAY

Q DESIGN AND PLAY สร้างสรรค์คอลเลกชั่น “QDAP ORIGINAL” โดยได้รับแรงบันดาลใจจากงานออกแบบของแบรนด์ในยุคแรกๆ การดึงความเป็นตัวตนที่ชัดเจนและหยิบจับชิ้นงานคลาสสิคในแบบฉบับกลับมา โดยปรับให้มีความร่วมสมัย ทั้งความสนุกสนาน เสียดสีสังคม เพิ่มความน่าสนใจด้วยการใช้เทคนิคตัดต่อผ้า ผสมผสานผ้าวูลมาทำให้เสื้อผ้าดูแปลกใหม่ การล้อเลียนลายกราฟิก โดยนำสัญลักษณ์ต่างๆของเสื้อมาดัดแปลงใหม่ปรับสไตล์ให้เป็นสตรีทแวร์สามารถสวมใส่ได้ในหลายโอกาส

VICKTEERUT 

คอลเลกชั่นนี้ Vickteerut นำเสนอเสื้อผ้าที่มากกว่าความหรูหราแบบเดิมๆ ด้วยความโมเดิร์นถึงขีดสุดที่ถูกเติมแต่งเข้ามา รวมไปถึงการใช้เทคนิค และวัสดุที่ได้รับอิทธิพลจากวัฒนธรรมสตรีท ลายพิมพ์เสือดาวที่ถูกออกแบบมาเป็นพิเศษ ได้ถูกนำมาใช้อย่างลงตัวบนเนื้อผ้าที่ดูเหมือนจะขัดแย้งกับถาพลักษณ์ความหรูหราของลายเสือ อย่างผ้าที่ถูกผลิตขึ้นด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่เพื่อให้มีคุณสมบัติพิเศษ เช่น การนำผ้าเจอร์ซีย์ที่มีคุณสมบัติสะท้อนรังสียูวีมาใช้กับเสื้อผ้าเข้ารูปดูทะมัดทะแมง ทั้งเสื้อแขนยาวคอเต่าพิมพ์ลายที่มาพร้อมกับกางเกงเลกกิ้งเข้าชุด ชุดว่ายน้ำคล้องคอพิมพ์ลายเสือดาว และบอดี้สูทพิมพ์ลายเสือดาวไล่สี นอกจากนี้ยังมีผ้าที่มีคุณสมบัติสะท้องแสงเมื่อโดนแสงไฟมาใช้บนลุคเด่นอย่างแจ๊คเก็ตไบเกอร์พิมพ์ลายเสือดาว และกระโปรงมินิสเกิร์ตตกแต่งซิปเข้าชุด เสื้อผ้าสไตล์เทเลอร์ยังคงเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ โดยในคอลเลกชั่นนี้เสื้อผ้าอย่างเสื้อเบลเซอร์ลายทางพร้อมกางเกงเข้าชุด เสื้อเบลาซ์ที่มีลักษณะอย่างเสื้อกั๊ก และเสื้อเบลเซอร์จับเดรป ทั้งหมดมาในโครงสร้างที่อ่อนไม่แข็งทื่อ แต่ยังคงความเนี้ยบคมในแบบฉบับของแบรนด์ไว้ และยังมีรายละเอียดการตกแต่งด้วยลูกไม้ และฟรินจ์เพื่อให้เกิดการหยอกล้อกันของโครงสร้างเสื้อผ้าที่ดูมาสคิวลีน และการตกแต่งที่ดูเฟมินีนอีกด้วย

JANESUDA

ครั้งนี้ Janesuda รังสรรค์ผ้าทอท้องถิ่นจากฝีมือชาวบ้าน สู่ผลงานดีไซน์สุดชิค สะท้อนประสบการณ์และเรื่องเล่าจากการเดินทาง ผสานวัฒนธรรมอันล้ำค่าแห่งภูมิปัญญาไทยผ่านแฟชั่นโชว์สุดตระการตาภายใต้คอลเลคชั่น “Janesuda the northern heights” ถือเป็นครั้งแรกที่ดีไซเนอร์สาวเลือกใช้ผ้าไทยจาก อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มาเนรมิตให้เป็นเสื้อผ้ามีสไตล์จำนวน 30 ลุค โดยยังคงความเป็นเอกลักษณ์ของเทคนิคการทอด้วยฝีมือชาวบ้าน ด้วยการใช้เส้นใยจากผ้าฝ้ายมาผสมกับผ้าไหมรังสรรค์เป็นลวดลายอันทันสมัยบนผิวสัมผัสของผ้าที่มีความเฉพาะตัว รวมถึงการย้อมสีด้วยวัสดุจากธรรมชาติ อาทิ สีน้ำตาลอมทองจากฝักคูณสด , สีชมพูจากครั่ง และสีเหลืองทองจากแก่นเข เป็นต้น ซึ่งถือเป็นภูมิปัญญาไทยที่มีเสน่ห์และควรค่าแก่การอนุรักษ์ไว้ ส่วนเครื่องประดับนั้น ก็มีความพิเศษไม่แพ้กัน เนื่องจากเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างแบรนด์ Janesuda กับแบรนด์จิวเวลรี่ PACH.TACH ที่ใช้วัสดุจากธรรมชาติมาผสมผสานเป็นสร้อย ต่างหู กำไล ได้อย่างน่าสนใจ

ASV

บุคลิกของหญิงสาวเอเอสวีรวมไปถึงกลิ่นอายของความเป็นอินเดียได้ถูกตีความใหม่และนำเสนอผ่านคอลเลกชั่นนี้โดยโครงชุดที่เลือกใช้ในครั้งนี้ประกอบไปด้วยโครงชุดอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาโดยตลอดอย่าง โครงเสื้อไหล่เดียว , เคปเดรส, เคปเบลาส์ รวมไปถึงชุดนอนที่ได้มีการปรับนำมาทำใหม่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวันและในคอลเลกชั่นนี้ยังได้นำเอาอิทธิพลของวัฒนธรรมอินเดียมาถ่ายทอดในแบบฉบับและมุมมองของสาวเอเอสวี อย่างการนำโครงชุดส่าหรี ที่เป็นเครื่องแต่งกายประจำชาติมาดัดแปลงให้เกิดความร่วมสมัยเกิดเป็นโครงชุดจัมป์สูทและเดรสที่มีดีเทลการพันผ้า คล้ายผ้าคลุมซึ่งสามารถนำมาพันบริเวณรอบคอให้กลิ่นอายความเป็นอินเดียในสไตล์โมเดิร์นที่แตกต่างไปจากเดิม อีกทั้งยังมีการเลือกใช้โครงชุดคลาสสิกอย่าง แทรคสูท, กางเกงคาร์โก และเสื้อเปิดไหล่ ควบคู่ไปกับกระโปรงในสไตล์อสมมาตรและกระโปรงทรงมนที่โดดเด่นในเรื่องของวอลุ่มอย่างกระโปรงทรงพัฟบอล ตกแต่งด้วยดีเทลมีกลิ่นอายของความทะมัดทะแมงคล่องแคล่วในแบบสปอร์ต สำหรับเอเอสวีแล้วผ้าที่นับเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์และขาดไม่ได้เลยคือ ผ้าลายทาง โดยในครั้งนี้ได้มีการเลือกใช้ในหลากหลายชนิดของเนื้อผ้าไม่ว่าจะเป็น ผ้าคอตตอนลายทาง, ผ้าชีฟองลายทาง ไปจนถึงผ้าแจ็คการ์ดทอลายทางหลากสี นอกเหนือจากนี้ยังมีผ้านิต ที่ให้สัมผัสที่นุ่ม อีกทั้งยังให้ความยืดหยุ่นสวมใส่สบาย เหมาะเป็นอย่างยิ่งกับการเดินทางท่องเที่ยวเปิดโลกกว้างที่ควรมี โทนสีที่เลือกใช้ในคอลเลกชั่นนี้ ประกอบไปด้วยโทนสีคลาสสิกของแบรนด์ไม่ว่าจะเป็นสีขาว, สีดำ, สีเทา, สีน้ำเงิน, สีเบจ และสีเขียวโอลีฟ นอกจากนี้ยังเพิ่มความมีชีวิตชีวาด้วยการเลือกใช้โทนสีพาสเทลเข้ามาประกอบอย่างสีฟ้าอ่อน และสีเหลือง เกิดเป็นคอลเลกชั่นที่สวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน เหมาะสำหรับสาวทันสมัยที่มองหาเสื้อผ้ามาตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์และสะท้อนถึงค่านิยมและมุมมองในการใช้ชีวิตที่โดดเด่นในแบบฉบับของตนเอง

PAINKILLER

PAINKILLER ชวนค้นหาแรงบันดาลใจไปกับบ้านเกิดในฝันของหนุ่มเพนคิลเลอร์! “สมาร์ตฟาร์มเมอร์” คือนิยามของคอลเลกชั่น “Homeland” ทุ่งนาที่สร้างขึ้นจากเม็ดข้าวรูปวงรีซึ่งเรียงซ้อนกันจนกลายเป็นรวง ตัดกับลายโค้งขนาดใหญ่ของลำต้น จนดูราวกับลายท้องนานี้จะเกิดขึ้นจากการระเบิดของต้นข้าวที่พร้อมเก็บเกี่ยวในฤดูหนาว สร้างสรรค์ลายพิมพ์ด้วยเทคนิคสลับสีเพื่อให้เกิดเอฟเฟ็คที่แปลกตา กว่าเคย ขณะที่รูปทรงเรขาคณิตถูกนำมามิกซ์รวมกันจนได้เป็นลวดลายวิทยุทรานซิสเตอร์แบบต่างๆ วางซ้อนจนเต็มผืนผ้า ให้ความรู้สึกโมเดิร์นแบบเมืองกรุงผสมกับความวินเทจแบบลูกทุ่งได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ คอลเลกชั่น “Homeland” ยังเพิ่มความน่าสนใจขึ้นด้วยสีสันจัดจ้านอย่างที่ไม่เคยเห็นมาก่อน ทั้งสีน้ำเงินสด สีส้มศิลาแลง สีเขียวเข้ม สีฟ้าคอร์นบลู เพื่อสื่อถึงบรรยากาศที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวาของชนบทบ้านเกิด ผสมกับสีเบสิกอย่างสีขาว สีเทา และสีดำ

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว