15 ปีแห่งความสร้างสรรค์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ด้วยพระอัจฉริยภาพของสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

เปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมทางความคิดที่ไม่สิ้นสุด
เป็นระยะเวลากว่า 15 ปีที่ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา’ ทรงเป็นผู้ก่อตั้งและทรงดำรงตำแหน่งผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI ซึ่งทำให้เราได้เห็นถึงพระอัจฉริยภาพด้านการออกแบบเสื้อผ้าที่นำเสนอด้วยหัตถศิลป์อันประณีตผสมผสานการเย็บด้วยวัตถุดิบคุณภาพสูง ภายใต้ความหรูหราและทรงคุณค่าที่สามารถสวมใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน ทั้งหมดนี้จึงเป็นเหตุผลที่ปฏิเสธไม่ได้เลยว่า SIRIVANNAVARI คือแบรนด์แฟชั่นชั้นนำของเมืองไทยที่ประสบความสำเร็จและเป็นที่ยอมรับในระดับสากล ดังจะเห็นได้จากหลากหลายคอลเลกชั่นทรงออกแบบที่ถูกจัดแสดงทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งนอกจากเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายแล้ว ก็ยังมีผลิตภัณฑ์อื่นๆ อาทิ เครื่องประดับ รองเท้า และเครื่องหนัง ที่มีความวิจิตรงดงามไม่แพ้กันเลย
โดยจุดเริ่มต้นของแบรนด์ SIRIVANNAVARIถือกำเนิดมาจากความสนพระทัยในงานด้านศิลปะและการออกแบบแฟชั่นของพระองค์ตั้งแต่ยังทรงพระเยาว์ ซึ่งบุคคลที่มีส่วนสำคัญที่ทำให้พระองค์ชื่นชอบและรักในศิลปะแขนงนี้ก็คือ สมเด็จพระนางสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง พระอัยยิกาของพระองค์ ด้วยเหตุนี้จึงทำให้พระองค์ทรงศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาในภาควิชานฤมิตศิลป์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยขณะที่ทรงศึกษาในระดับมหาวิทยาลัย ผลงานทรงออกแบบคอลเลกชั่นแรกนั้นมีชื่อว่า ‘Red Hobby’ ซึ่งถือเป็นผลงานทรงออกแบบอย่างจริงจังชุดแรกของพระองค์
ต่อมาในปี 2005 แบรนด์SIRIVANNAVARIได้เผยคอลเลกชั่นแรกภายใต้ชื่อ‘Viva Victorian’ ที่นำความสวยงามของสไตล์วิกตอเรียนมาสร้างสรรค์ใหม่ให้งดงามและทันสมัย อีกทั้งยังได้แสดงเอกลักษณ์ในงานทรงออกแบบของพระองค์ ทั้งงานปัก งานเพนต์ ร่วมไปถึงการนำผ้าไทยมาประยุกต์ใช้
ตามมาด้วยคอลเลกชั่น ‘Fly to Nouveau’ ประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2006  ซึ่งเป็นการผสมผสานระหว่างความคลาสสิกและความทันสมัย ผ่านเสื้อผ้าที่หรูหราและคงไว้ซึ่งความอ่อนหวาน ด้วยชุดกระโปรงจับจีบปักประดับด้วยเลื่อม ดอกไม้ รวมถึงการเผยเอกลักษณ์ของแบรนด์ด้วยลายปักรูปนกยูง
จนมาถึงการจัดแสดงผลงานทรงออกแบบที่ปารีสแฟชั่นวีคเป็นครั้งแรกในคอลเลกชั่น‘Presence of The Past’ ประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2008 โดยทรงใช้แนวคิดโอเรียนทอล อาวองต์-การ์ด (Oriental Avante-garde) มาตีความกับวัฒนธรรมไทย ซึ่งเสื้อผ้าบางส่วนตัดเย็บด้วยผ้าไหมจากโครงการศิลปาชีพ โดยนิตยสารฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย มีโอกาสได้ถ่ายทอดความวิจิตรนี้ผ่านแฟชั่นเช็ตที่ถ่ายทำในบริเวณสถานที่สำคัญของกรุงปารีส
‘Ethnic Rock’ คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2009 เป็นคอลเลกชั่นที่นำเอาวัฒนธรรมร็อกและชนเผ่ามาผสมผสานกันได้อย่างลงตัว โดยนำอารมณ์ของเสื้อผ้าฤดูหนาวมาดัดแปลงให้ดูบางเบาแบบฤดูร้อน ซึ่งก็เป็นอีกครั้งที่นิตยสารฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย ได้มีโอกาสถ่ายทำแฟชั่นเช็ตคอลเลกชั่นทรงออกแบบในกรุงปารีส โดยนำเอาเรื่องราวของความเยาว์วัยและความสนุกสนานมาใช้เป็นคอนเซ็ปต์ในการถ่ายทำแฟชั่นเช็ตครั้งนี้
‘The World Is Not Enough’ คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2010ที่แฝงไว้ด้วยกลิ่นอายของการเดินทาง ด้วยความโดดเด่นของเสื้อผ้าสไตล์รีสอร์ตบนเนื้อผ้าบางเบาพลิ้วไหวจากลวดลายดอกไม้จนถึงลายทาง โดยแรงบันดาลพระทัยนั้นมาจากท้องทะเลสีฟ้าแซฟไฟร์แห่งทะเลเมดิเตอร์เรเนียนจากทางตอนใต้ของยุโรป
‘Human DNA’ คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2014ที่เสมือนเป็นการถ่ายทอดเรื่องราวของพระองค์หญิง ผสมผสานเข้ากับงานศิลปะในสไตล์ที่ทรงโปรด ได้แก่ Leonardo Da Vinci, Damien Hirst และ Frida Kahlo มาถ่ายทอดเป็นลายพิมพ์ลงบนผ้าและออกแบบมาในสไตล์สปอร์ตแวร์ล้ำสมัย
‘SIRIVANNAVARI COUTURE’ คอลเลกชั่นพิเศษที่เป็นงานผ้าไทย 7 ชุด ด้วยแรงบันดาลพระทัยมาจากฉลองพระองค์ของสมเด็จพระนางสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง โดยทรงนำโครงสร้างจากชุดไทยโบราณของตัวละครในวรรณคดีไทย มาผสมผสานโครงสร้างอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ นอกจากนี้ผ้าที่นำมาออกแบบในคอลเลกชั่นนี้ ยังเป็นผ้าที่ถูกคัดเลือกมาจากผ้าไหมพื้นเมืองที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวไม่เหมือนใคร
‘Napoleonic’คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2015 ด้วยแรงบันดาลพระทัยที่มาจากองค์ประกอบยุคนีโอคลาสสิกยุคจักวรรดิโรมันและเครื่องแบบทหารสไตล์นโปเลียนแห่งฝรั่งเศส ซึ่งลวดลายกราฟิกฝีพระหัตถ์ในคอลเลกชั่นนี้ทรงวาดออกมาในรูปแบบศิลปะแบบดาดา (Dadaism)คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2016 ‘Mystical Garden’เนื่องจากพระองค์ได้ทรงงานเขตพระราชวังแวร์ซายส์ คอลเลกชั่นนี้จึงสื่อออกมาในอารมณ์อ่อนหวาน แฝงความเซ็กซี่ ผนวกเข้ากับศิลปะแบบโรแมนติก (Romanticism)และศิลปะอิมเพรสชันนิสม์ (Impressionism)
‘Serenity’ คอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2017จากความพลิ้วไหวของคลื่นในมหาสมุทร ถูกนำมาใช้ในงานออกแบบเสื้อผ้าและเครื่องประดับ โดยมีการใช้สัญลักษณ์สื่อความหมาย เพื่อเติมเต็มความลึกซึ้งของเรื่องราวความรักดุจเทพนิยาย ต่อมาในคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2018‘Horse, Helen, Henri’พระองค์ได้หยิบยกเรื่องราวความรักช่วงปลายสงครามโลกครั้งที่ 2 ระหว่างทหารหนุ่มและสาวบ้านไร่ โดยเสื้อผ้านั้นมีความโดดเด่นด้วยงานปักสุดวิจิตรของ SIRIVANNAVARI Atelier and Academyประกอบกับลายพิมพ์ที่สื่อถึงจินตนาการเกี่ยวกับม้า
นอกจากนี้ พระองค์ยังทรงแสดงพระปรีชาสามารถให้เป็นที่ประจักษ์สู่สายตาชาวโลก ผ่านผลงานที่ทรงออกแบบให้กับเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส 2018 ที่ประเทศไทยได้เป็นเจ้าภาพ ถัดมาในคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี2019‘Abode of Metamorphosis’ พระองค์ทรงสร้างโลกใหม่ภายใต้ชื่อ NARAVANNA ซึ่งเป็นเสมือนห้วงจักรวาลที่เต็มไปด้วยจินตนาการความคิดสร้างสรรค์ สิงสาราสัตว์ และพืชพรรณต่างๆ ที่ได้กลายพันธุ์เป็นสิ่งมีชีวิตในโลกอนาคตที่อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขและสันติ  
และล่าสุด พระองค์ได้ทรงออกแบบคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวประจำปี2019-20 ที่นับว่าเป็นคอลเลกชั่นประจำฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวครั้งแรกของแบรนด์ โดยมีพระดำรัสว่า “ถึงเวลาแล้วที่แบรนด์ SIRIVANNAVARIต้องทำคอลเลกชั่นออทั่ม-วินเทอร์ ออกมา เพื่อให้คนไทยได้เห็นวิธีการสไตลิ่งเสื้อผ้าหน้าหนาวและได้ลองสวมใส่เสื้อผ้าหน้าหนาวที่ทำจากฝีมือของคนไทย”
เรื่องราวความรุ่งโรจน์ที่ยาวนานกว่า 15 ปี ของแบรนด์ ‘SIRIVANNAVARI’นับเป็นบทพิสูจน์ได้อย่างดีเยี่ยมถึงความสำเร็จและสะท้อนถึงพัฒนาการที่ไม่เคยหยุดนิ่งของแบรนด์ ซึ่งพร้อมที่จะก้าวข้ามทุกขีดจำกัดรวมถึงการได้ทดลองสิ่งใหม่ๆ ในโลกแห่งแฟชั่น ภายใต้พระปรีชาสามารถอันเลิศล้ำของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ที่ทรงเสาะแสวงหาแรงบันดาลพระทัยที่แตกต่างและมีความโดดเด่นอยู่เสมอ ด้วยทรงให้ความสำคัญกับการเข้าถึงตัวตนและความงดงามของผู้สวมใส่ผ่านผลงานทรงออกแบบ ทุกคอลเลกชั่นของแบรนด์ SIRIVANNAVARIจึงเปี่ยมไปด้วยนวัตกรรมทางความคิดที่ไม่สิ้นสุดและความร่วมสมัยอันทรงคุณค่าอย่างแท้จริง

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว