Rouges Hermès นิทรรศการที่แสดงความผูกพันระหว่างเฉดสีแดงและแอร์เมสจากอดีตจนปัจจุบัน

ชิ้นงานจากจุดเริ่มต้นในปี 1837 สู่ผลงานล้ำสมัย
นอกจากกระเป๋ารุ่น Birkin และ ​Kelly ที่ใครต่อใครก็เฝ้าฝันที่จะได้มาครอบครองแล้ว ยังมีเรื่องราวอีกมากมายของแอร์เมส (Hermès) ที่เมื่อเราได้รับรู้มันยิ่งเพิ่มคุณค่าของงานสร้างสรรค์ได้มากยิ่งขึ้นเพราะมันไม่ได้เป็นเพียงแค่แฟชั่นไอเท็ม แต่เป็นการส่งต่อแนวคิดรวมถึงงานฝีมือที่ถูกถ่ายทอดผ่านกาลเวลา นิทรรศการ ‘Rouges Hermès’ จึงเป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่น่าสนใจที่จะทำให้เรารับรู้เรื่องราวความผูกพันระหว่างสีแดงและเแอร์เมสตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบันได้มากยิ่งขึ้น
อาคารรูปทรงโมเดิร์นได้ถูกเซ็ตอัพขึ้นมาเพื่อเป็นพื้นที่จัดแสดงนิทรรศการโดยพื้นที่นั้นถูกแบ่งออกเป็นห้าส่วนนำเสนอเรื่องราวการใช้สีแดงของแบรนด์ตั้งแต่อดีตจวบจนปัจจุบัน สิ่งของที่ได้นำมาจัดแสดงครั้งนี้มีทั้งคอลเลกชั่นสะสมอันเลอค่าของ Émile Hermès ทายาทผู้สืบสานกิจการต่อจาก Thierry Hermès รวมถึงคลังสะสมผลงานของแอร์เมสที่รวบรวมเก็บไว้ในมิวเซียมชั้นบนของเมซงแอร์เมสบนถนน Faubourg Saint-Honoré ซึ่งผลงานชิ้นมรดกบางชิ้นนั้นก็ได้มาจากการซื้อคืนมาในงานประมูลต่างๆ จากทั่วโลก
The Original Crimson
เรื่องราวความผูกพันของสีแดงกับแอร์เมสนั้นเกิดขึ้นมาพร้อมๆ กับการก่อตั้งแบรนด์เลยก็ว่าได้เพราะเมซงแอร์เมสบนถนน Faubourg Saint-Honoré นั้นก็ถูกตกแต่งด้วยสีแดงเข้มหรือ “Crimson Red” ที่แสดงออกถึงความงามสง่าดังที่เราจะเห็นในภาพวาดสีน้ำมันในปี 1860 ที่จัดแสดงอยู่ในส่วนแรกของนิทรรศการ ถัดมาคืออานม้าสีแดงเข้มที่รังสรรค์ขึ้นจากหนังโมร็อกโก ผ้าไหมกำมะหยี่ปักลวดลายผลงานในศตวรรษที่ 19 ซึ่งเป็นอานม้าสำหรับนายทหารยศสูง โดยสีแดงนั้นยังมีความเชื่อว่าเป็นสีของชัยชนะในช่วงเวลานั้นอีกด้วย
The Invention of A Deep Red
ในส่วนถัดมานั้นเรียกได้ว่าเป็นห้องจัดแสดงที่ผมชอบที่สุดบริเวณผนังนั้นตกแต่งไปด้วยกรอบรูปที่เป็นภาพวาดแคตาล็อกในยุคก่อนที่การทำเครื่องหนังของแอร์เมสนั้นได้ถูกปรับให้มีความทันสมัยมากขึ้นไม่ได้ยึดติดกับการทำเครื่องหนังที่เกี่ยวกับม้าเท่านั้นแต่เป็นการสร้างงานออกแบบให้เข้ากับไลฟ์สไตล์ของผู้คนในสมัยนั้นเช่นกระเป๋าหนังสำหรับใส่เครื่องสำอาง น้ำหอมสำหรับเดินทาง กระเป๋าสำหรับใส่อุปกรณ์กีฬา ในห้องนี้มีกระเป๋าใส่ไม้กอล์ฟที่ถ้าให้เราลองทายว่ากระเป๋าใบนี้ถูกสร้างขึ้นเมื่อไหร่ก็คงจะเดากันไม่ถูก เพราะมันดูร่วมสมัยมากเป็นกระเป๋าหนังวัวในโทนสีแดงเข้มที่แอร์เมสได้ร่วมทำงานกับโรงงานฟอกหนัง  The Comb Tannery ให้สีของหนังนั้นเป็นสีแดงเข้มที่มีเอกลักษณ์ และกระเป๋าใบนี้สร้างขึ้นในช่วงปี 1920 ซึ่งเป็นยุคแรกเริ่มของการใช้ซิปและแอร์เมสก็นำเอาแมทีเรียลนี้มาใช้ในการทำเครื่องหนังของแบรนด์
Over the shoulder, the arm, or in the hand
อีกหนึ่งส่วนจัดแสดงที่เรียกร้องความสนใจได้เป็นอย่างมากนั่นคือตู้โชว์ที่จัดแสดงกระเป๋าหลากรุ่นหลายดีไซน์ที่ตัดเย็บโดยใช้หนังโทนสีแดงนั่นเอง  ซึ่งแต่ละรุ่นก็เป็นชิ้นซิกเนเจอร์ที่ทุกคนรู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็น Évelyne bag คอลเลกชั่น Autumn/winter ในปี1978 ซึ่งออกแบบโดย Évelyne Bertrand เมื่อแรกเริ่มกระเป๋าใบนี้ออกแบบมาเพื่อใส่อุปกรณ์สำหรับตกแต่งขนม้า เช่น ที่แปรงขนม้า และต่อมาได้พัฒนาให้เป็นอีกหนึ่งกระเป๋ารุ่นฮิตของแบรนด์  กระเป๋าอีกหนึ่งใบซึ่งมีที่มาที่ไปเกี่ยวกับม้าคือ Muselière กระเป๋ารูปทรงถังพร้อมสายสะพายซึ่งเป็นบีชแบ็กสุดชิคของยุคนี้ถือกำเนิดขึ้นในปี 1953 โดยรูปทรงของกระเป๋านั้นได้แรงบันดาลใจมาจากที่ครอบปากม้าที่ทำขึ้นด้วยการเย็บสายผ้าสานเป็นตะกร้อครอบปาก ส่วนงานดีไซน์ที่ผสมผสานสีแดงหลากเฉดและยังมีการแมตช์หนังหลายชนิดเข้าด้วยกันนั้นคือ Sumo ในปี 2001 โดย Marie-Pierre Bernard รูปทรงกระเป๋าทรงกลมตรงกลางเปรียบเหมือนพุงของซูโม่กระเป๋าจึงถูกตั้งชื่อตามซูโม่ของญี่ปุ่นนั่นเอง นอกจากเรื่องราวของความชำนาญในการทำเครื่องหนังที่สื่อออกมาผ่านงานดีไซน์แล้วยังเป็นการผสมผสานเรื่องราววัฒนธรรมของต่างชาติเข้ากับผลงานของแอร์เมสได้อย่างลงตัว Custom Takes Up 
ไม่เพียงบรรดากระเป๋าหนังหลากหลายดีไซน์ที่สะท้อนความผูกพันระหว่างแอร์เมสและสีแดงเท่านั้นแต่แอร์เมสยังมีบรรดาแอ็กเซสเซอรี่มากมายที่สร้างสรรค์โดยใช้สีแดงไม่ว่าจะเป็นเคสหนังต่างๆ หมวก และรองเท้าบู๊ตขี่ม้า นาฬิกาพกพา รวมไปถึงน้ำหอม Rouge Hermès Perfumeที่สร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี 2000 โดยการร่วมมือกับ Akiko Kamei
To Grace The Everyday
ในส่วนจัดแสดงสุดท้ายนั้นจะเห็นโต๊ะไม้มะฮอกกานีหนึ่งตัวที่เป็นเหมือนลูกผสมระหว่างโต๊ะเครื่องแป้งและตู้เสื้อผ้าซึ่งจริงๆ แล้วเป็นตู้เก็บเครื่องประดับจากคอลเลกชั่น Les Curiosités d’Hermès ที่เป็นโต๊ะเครื่องแป้งในตัวสร้างสรรค์ในปี 2016 ซึ่งกระเป๋าหนังที่อยู่บนฝาตู้ด้านข้างเป็นกระเป๋าเก็บเครื่องประดับและนาฬิกาที่สามารถถอดออกเพื่อพกพาเวลาเดินทางได้ เป็นงานดีไซน์ที่ทำขึ้นเมื่อมีการสั่งทำเป็นพิเศษเท่านั้น ที่บริเวณฝาผนังนั้นยังมีผ้าวอลเปเปอร์แอร์เมสที่ใช้สำหรับตกแต่งบ้านนั่นทำให้เราได้รับรู้ว่าแอร์เมสนั้นไม่ใช่แค่เพียงแฟชั่นไอเท็มแต่มันคือไลฟ์สไตล์ที่เปี่ยมด้วยรสนิยม
นิทรรศการจะเปิดให้ชมโดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายที่ลานพาร์ค พารากอน เวลา 11.00-20.00น. ในวันที่ 2-13 ตุลาคมนี้ ผมคิดว่านี่เป็นอีกหนึ่งนิทรรศการที่ทำให้เราได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์และวิวัฒนาการทางด้านสไตล์ของเมซงแฟชั่นระดับตำนานที่มีอายุเกือบจะสองร้อยปีนี้ให้ดียิ่งขึ้น 
ดูโพสต์นี้บน Instagram

สาวกตัวจริงของ @hermes ห้ามพลาด! เดินทางย้อนเวลากลับไปชมไอเท็มยุคก่อนของแฟชั่นเฮ้าส์สัญชาติฝรั่งเศสที่มีตั้งแต่อานม้าอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์นี้ไปจนถึงต้นแบบกระเป๋าหนัง #Birkin ที่สร้างสรรค์ขึ้นโดยช่างฝีมือชั้นครูที่บินส่งตรงจากกรุงปารีสมาให้ชมกับตาแล้วถึงที่ ชมนิทรรศการ Hermès Heritage Exhibition (Rouge-H episode) ได้แล้วที่ลาน Parc Paragon, Siam Paragon ตั้งแต่วันที่ 2-13 ตุลาคม 2019, 11:00 – 20:00 น. (เข้าชมฟรี) #bazaarthailand #Bazaarthreports #Hermes #hermesheritage #rougeshermes

โพสต์ที่แชร์โดย Harper's BAZAAR Thailand (@bazaarthailand) เมื่อ

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว