Cartier นำเสนอความสง่างามเฉิดฉายของเสือแพนเตอร์ในคอลเลกชั่น “ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์”

ด้วยคุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์และการฝีมือสร้างสรรค์ชั้นครู
ตลอดระยะเวลาอันยาวนานกว่า 173 ปีที่โลดแล่นอยู่บนหน้าประวัติศาสตร์ของแบรนด์เครื่องประดับและเรือนเวลาชั้นสูงอย่าง คาร์เทียร์ (Cartier) ซิกเนเจอร์หนึ่งซึ่งถือเป็นสัญลักษณ์ที่อยู่คู่กับแบรนด์มาโดยตลอดนั่นก็คือ เสือแพนเตอร์ (Panther) ด้วยนิยามที่สะท้อนความสง่างาม ปราดเปรียว และเต็มไปด้วยพลังดึงดูดที่เผยถึงบุคลิกอันโดดเด่นเฉพาะตัว โดยที่ผ่านมา คาร์เทียร์ได้สร้างสรรค์เสือแพนเตอร์ผ่านการตีความหลากทิศทางและโลดแล่นอยู่บนเครื่องประดับ นาฬิกา น้ำหอม และแอ็กเซสเซอรี่อื่นๆ อีกมากมาย ภายใต้คอลเลกชั่น ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ (Panthère de Cartier)

ดีไซน์แบบนามธรรม (Abstract) ของเสือแพนเตอร์

การตีความเสือแพนเตอร์ในดีไซน์แบบนามธรรม คือดีไซน์ดั้งเดิมของเสือแพนเตอร์ที่ปรากฏโฉม ณ เมซงคาร์เทียร์ เป็นครั้งแรกในปี ค.ศ. 1914 ในรูปแบบของลายจุดเสือแพนเตอร์ที่อยู่บนนาฬิกาประดับเพชรและโอนิกซ์ ซึ่งดีไซน์ลายจุดที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากลายของเสือแพนเตอร์ ได้กลายเป็นเอกลักษณ์ของคาร์เทียร์นับแต่นั้นเป็นต้นมา
ดีไซน์ดั้งเดิมของเสือแพนเตอร์บนนาฬิกาประดับเพชรและโอนิกซ์ที่เผยโฉมครั้งแรกในปี ค.ศ. 1914 ความน่าตื่นตาตื่นใจของงานดีไซน์แห่งตำนานบทนี้ อยู่ที่การถ่ายทอดลายอันเป็นเอกลักษณ์ของเสือแพนเตอร์ได้อย่างสมจริง ผ่านความลงตัวของการจัดเรียงเพชรและโอนิกซ์ ตลอดจนรูปทรง ความนูน และจำนวนของลายแต้ม ลายจุดที่ออกแบบอย่างประณีต ช่วยสร้างรูปทรงให้กับลวดลายเสือแพนเตอร์ได้อย่างงดงามมีชีวิตชีวา ในขณะที่สีที่ 3 ที่เลือกใช้ช่วยเติมเต็มสีสันให้กับเครื่องประดับชิ้นนั้นๆ ได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด

เสือแพนเตอร์กับดีไซน์แบบสมจริง (Naturalist)

เอกลักษณ์อันโดดเด่นของบุคลิกในทุกท่วงท่าที่สง่างามของเสือแพนเตอร์ ได้กลายเป็นสิ่งสำคัญที่นำไปสู่การตีความอย่างมีศิลปะชั้นเชิงของคาร์เทียร์ โดยดีไซเนอร์ผู้เชี่ยวชาญจะใช้มุมมองแบบสามมิติร่างภาพและเคลื่อนไหวตามความเป็นจริงเพื่อดูเสมือนมีชีวิต จากนั้นจึงแต่งแต้มลักษณะตามธรรมชาติของเสือแพนเตอร์ 
การออกแบบเช่นนี้ เพื่อเน้นคาแรกเตอร์ของเสือแพนเตอร์ด้วยเทคนิคต่างๆ ตั้งแต่การกำหนดโครงสร้าง การเน้นให้เสือแพนเตอร์โดดเด่นเมื่อประดับอยู่บนชิ้นงาน หรือการดีไซน์ร่วมกับการใช้อัญมณีขนาดใหญ่ และที่สำคัญจะต้องคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของเครื่องประดับแต่ละแบบอีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นกำไลข้อมือ สร้อยคอ แหวน หรือตุ้มหู
คาร์เทียร์ถ่ายทอดกายวิภาคของเสือแพนเตอร์ได้อย่างสมจริง ผ่านมัดกล้ามเนื้อ รูปพรรณสัณฐาน ขนาด และท่าทาง เพื่อสร้างสรรค์ดีไซน์อันหนักแน่นในแบบประติมากรรม พลังของเสือแพนเตอร์ถูกเน้นให้โดดเด่นขึ้นจากการศึกษากายวิภาคของเสือแพนเตอร์ คาร์เทียร์มุ่งค้นหาบุคลิกที่แท้จริงของเสือแพนเตอร์ อันได้แก่ ความดุดันและสัญชาตญาณดิบ ดีไซน์นี้ถ่ายทอดเอกลักษณ์ของเสือแพนเตอร์ได้อย่างดีเยี่ยม ผ่านจินตนาการอันงดงามกลายเป็นชิ้นงานที่สามารถสวมใส่ได้ทั้งชายและหญิง



ความล้ำสมัยของดีไซน์เรขาคณิต (Graphic) กับเสือแพนเตอร์ 

รูปทรงเรขาคณิตนับเป็นส่วนสำคัญอย่างหนึ่งในการออกแบบของคาร์เทียร์ เมื่อนำมารวมกับเสือแพนเตอร์ จึงเผยให้เห็นรูปร่างอันหนักแน่นในแบบกราฟิก โดยขั้นตอนการสร้างสรรค์จะเผยโครงสร้างของเสือแพนเตอร์ ผ่านมุมมองร่วมสมัยที่ลดทอนรายละเอียดเฉกเช่นเดียวกับสิ่งที่สถาปนิกทำ และคำนึงถึงฟังก์ชั่นการใช้งาน หลักสรีรศาสตร์และความสบายขณะสวมใส่

Savoir-Faire คุณค่าแห่งงานหัตถศิลป์ที่เปี่ยมด้วยจิตวิญญาณของเสือแพนเตอร์

จากการตีความของงานดีไซน์ทั้ง 3 รูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแบบนามธรรม แบบสมจริง และแบบเรขาคณิต ความท้าทายที่เกิดขึ้นอยู่เสมอ คือการทำให้เสือแพนเตอร์ดูเสมือนมีชีวิตและเคลื่อนไหวอย่างสมจริง ซึ่งต้องอาศัยการดีไซน์ที่สร้างสรรค์ประกอบกับหัตถศิลป์ฝีมือชั้นครู
ภูมิปัญญาของ ปองแตร์ เดอ คาร์เทียร์ หรือ Savior-Faire คือการรวมตัวกันของความคิดสร้างสรรค์และทักษะเฉพาะทางเข้ากับขั้นตอนการลงมือทำจริง เกิดเป็นชิ้นงานอันสมบูรณ์แบบ ทุกการตัดสินใจในการออกแบบ ไปจนถึงการฝังอัญมณีด้วยเทคนิคต่างๆ เกิดขึ้นจากจุดมุ่งหมายเพียงหนึ่งเดียวคือ การสื่อสารจิตวิญญาณแห่งเสือแพนเตอร์ผ่านเครื่องประดับและเรือนเวลา 
ความต้องการของคาร์เทียร์ ไม่ใช่การเลียนแบบธรรมชาติ แต่เป็นการยกย่องเชิดชูธรรมชาติ ทำให้เสือแพนเตอร์ นอกจากจะดูราวกับมีชีวิตจริงๆ แล้ว ยังมีคาแรกเตอร์เฉพาะตัวที่เต็มไปด้วยความงามอันโดดเด่นอีกด้วย 
ความมีชีวิตชีวาของเสือแพนเตอร์ในผลงานของคาร์เทียร์ เกิดขึ้นจากการทำงานร่วมกันตลอดกระบวนการทำงานของฝ่ายออกแบบและเหล่าช่างฝีมือ โดยทั้งสองฝ่ายจะแลกเปลี่ยนความคิดและทักษะการทำงานกันอยู่เสมอ เพื่อทำให้เสือแพนเตอร์บนชิ้นงานสง่างามสมจริง ทำให้ตัวงานดูดีในทุกมุมมอง  ปฏิสัมพันธ์ที่ดำรงอยู่เช่นนี้คือกุญแจสำคัญแห่งพลังสร้างสรรค์อันเป็นนิรันดร์ของเสือแพนเตอร์ที่จะคงอยู่ตลอดกาล
ข่าวดี! โอกาสครั้งสำคัญที่คุณจะได้ร่วมดื่มด่ำเรื่องราวอันเป็นตำนานของคาร์เทียร์และเสือแพนเตอร์ อีกทั้งยังได้สัมผัสกับทุกรายละเอียดของความประณีตแห่งงานหัตถศิลป์ในแบบฉบับ Savior-Faire พร้อมยลโฉมคอลเลกชั่น Panthère de Cartier ที่สร้างสรรค์จากไอคอนที่อยู่คู่กับคาร์เทียร์มาอย่างยาวนานด้วยตาคุณเอง ในนิทรรศการ Into The Wild ณ บูติกคาร์เทียร์ ชั้น M ศูนย์การค้าไอคอนสยาม สามารถเข้าชมฟรี! โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในระหว่างวันที่ 14 – 22 พฤศจิกายน 2563 ตั้งแต่เวลา 11.00 น. – 19.00 น. 

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว