ย้อนกลับไปดูผลงาน Bias Cut ซิกเนเจอร์เด่นจาก John Galliano

ไม่มีใครสามารถลอกเลียนแบบได้
จากการที่ ปอย ตรีชฎา ได้หยิบชุด John Galliano จากคอลเลกชั่น Autumn-Winter 1995 ที่มีอายุกว่า 24 ปี มาสวมใส่ออกงาน Bulgari ที่พารากอนเมื่อวันที่ 28 พฤศจิกายน 2019 ยังดูคลาสสิกสวยสง่า และชุดไม่มีการเสียทรงเลยแม้ว่าจะเป็นการตัดเย็บแบบพิเศษ ที่ถ้าทำไม่ดีจะมีรอยย่นตรงตะเข็บเมื่อเเขวนไว้นาน บาซาร์จึงมาย้อนประวัติจุดเริ่มต้นของ John Galliano ดีไซเนอร์ฝีมือพระกาฬคนนี้กัน
ชุดของปอยนี้มาจากโชว์ Autumn-Winter 1995 เป็นคอลเลกชั่นที่อยู่ในช่วงพีคที่สุดของ John Galliano ที่จัดโชว์ที่ปารีส และคนที่สวมใส่คือ Amber Valletta ซึ่งเป็นคัตติ้งแบบ ‘Bias Cut’ หรือการตัด ‘ผ้าเฉลียง’ (การวางแพตเทิร์น 45 องศากับผ้า เพื่อให้ผ้ายืดตัวได้เต็มที่) อันเป็นซิกเนเจอร์ของจอห์นที่ใช้ตั้งแต่เรียนจบจาก St.Martin เป็นเทคนิคที่คนยกย่องและเชิดชู เพราะเขาตัดผ้าเฉลียงให้เหมือนกับผ้ายืด ที่พอดีกับหุ่นนางแบบโดยที่ไม่มีใครรู้ความลับของเขา และไม่สามารถทำได้เหมือนกับจอห์นเลย คอลเลกชั่นนี้เป็นคอลเลกชั่นที่ 3 ของการกลับมาหลังจากที่จอห์นล้มละลาย
หลายคนเล็งเห็นความสามารถอันโดดเด่นของเขา และสนับสนุนให้เขากลับมาทำคอลเลกชั่นแรก Autumn-Winter ในปี 1994 โดยมีผู้ใหญ่ใจดีอย่าง São Schlumberger ให้ยืมสถานที่จัดโชว์ในปารีส Anna Wintour เป็นตัวตั้งตัวตีที่ร่วมกับ Andre Leon Talley ช่วยออร์แกไนส์งานให้เกิดขึ้น แม้แต่เหล่านางแบบแถวหน้าอย่าง Kate Moss, Naomi Campbell, Carla Bruni, Linda Evangelista รวมถึง Trish Goff ก็แสดงความรักให้กับเขาโดยไม่คิดค่าตัว
โชว์เล็กๆ โชว์แรก ที่ไม่มีแม้กระทั้งเวทีเดินแบบ แสงสีตระการตา ได้เลทนานถึง 2 ชั่วโมงเนื่องจากเป็นโชว์ที่ออร์แกนิก ร่วมมือร่วมใจของผู้คนในแวดวงแฟชั่น ซึ่งพอจบโชว์ทุกคนต้องยืนปรบมือให้ไม่ขาดสาย กับความสดใหม่ไม่เหมือนใคร ที่ปรากฏบนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ทั่วโลก นับเป็นปรากฏการณ์ที่ดีไซเนอร์สมัยนี้ก็ไม่สามารถทำได้เท่าเขา
โชว์ที่ 2 ของคอลเลกชั่น Spring-Summer 1995 ก็เลท 2 ชั่วโมงเช่นกัน ทุกคนก็ต่างรอลุ้นอย่างใจจดใจจ่อ เพราะจอห์นมีความเป็นอาร์ทิสต์สูงมาก ซึ่งเขาก็ทำให้ทุกคนอึ้งกับ การตัดเสื้อ tailor ด้วยผ้าเครปซาติน ที่สูงส่งมาก มีการใช้ผ้า dog tooth มาตัดแจ๊กเก็ตเข้ารูป และคอร์เซ็ตรัดรูป ที่พาย้อนเวลาไปช่วง 40-50’s รวมถึงชุดเดรสสีเหลือง Carnary อันไอคอนิกของ Linda Evangelista ที่จบลงด้วยการยืนขึ้นปรบมือ ลินดาเผยว่าเธอแขวนชุดนี้ปลายเตียง เพื่อให้มีแรงบันดาลใจลุกขึ้นมาทำงานในทุกวัน
กลับมาที่ชุดของปอย จากคอลเลกชั่นที่ 3 ตัดขึ้นที่ Prêt-à-Porter ในปารีส แล้วโชว์เลทเหมือนเดิม แต่สถานภาพการเงินได้กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง มีโปรดักชั่นอลังการ และเป็นความพร้อมที่เต็มที่สุด โชว์นี้ใช้ผ้าที่หวือหวา นางแบบเดินบนรันเวย์ที่มีสโนว์ตก หน้าผมทุกอย่างมาเต็ม เป็น full perfomance ที่เสนอความเป็นตัวของเขาในทุกอย่างไม่ว่า จะเป็นการสไตลิ่ง  คัลเลอร์พาเลตต์ การเล่าเรื่อง ที่ขาดหายไปนานมาก มีตอนหนึ่งที่มีตอนหนึ่งที่ Nadja Auermann แต่งตัวเป็นเจ้าหญิงอนาสตาเซียที่หนีออกจากวังรัสเซียด้วยแอ็กติ้งแบบจัดเต็ม (เหมือนกับที่จอห์นเคยพรีเซ็นต์ไปแล้วใน SS1994) เป็นเรื่องราวเเรงบันดาลใจที่ชุบชีวิตการเดินแบบอีกครั้ง เป็นการเติมความฝันกลับมาสู่แฟชั่นอย่างเต็มที่ เขาเป็นมองเห็นและกำกับทุกอย่างในโชว์ในคนเดียว ตั้งแต่เรื่องการตัดเย็บ เเมคอัพ สไตลิ่ง ที่ต่างจากปัจจุบันที่ทำงานกันหลายคน
เป็นครั้งแรกที่ได้โชว์ทุกเทคนิคการใช้ผ้า ทุกการตัดเย็บสำคัญที่ปรากฏหลังจากนี้จะรวมตัวในโชว์นี้ทั้งหมด รวมถึงโชว์ของ Dior ด้วย
ปอยได้ชุดนี้มาอย่างอัศจรรย์ ซึ่งเป็นชุดเดียวที่ Amber Valletta ใส่ ไม่มีการแก้ไขไซส์ หรือดัดแปลงอะไร ที่เห็นได้จากความยาวยังยาวของชุดที่เท่ากับความสูงนางแบบต้นฉบับ และเทคนิคที่เก๋ที่สุดคือการมี bustier หรือคอร์เซ็ตวางไว้ข้างใน แม้กระทั้งตัวคอร์เซ็ตเอง ยังเป็นการตัดผ้าเฉลียง แถมวางซิปเป็นแนวเฉียง แล้วเดรปผ้า silk crepe บนคอร์เซ็ตอีกที
อีกจุดหนึ่งที่ทำให้เห็นความชาญฉลาดคือการตัดการตัดผ้าเฉลียงอีกชิ้นให้ถ่วงน้ำหนักให้ชุดรัดรูปด้วยตัวเองอย่างพอดีตัวไร้รอยย่น เวลาเดินผ้าจะพลิ้วเป็นจังหวะ และมีน้ำหนักที่เพอร์เฟ็กต์มาก หากตัดไม่เป็นผ้าจะย่นเป็นลูกคลื่น ซึ่งจอห์นก็ได้หยิบเทคนิคนี้กับ กิโมโนแจ๊กเก็ต โค้ตเสื้อวูลล์ ในการบาลานซ์น้ำหนักของผ้า ถ้าเปรียบเป็นชุด Chanel ก็จะโซ่ถ่วงน้ำหนัก แต่ชุดนี้ถูกแขวนนาน 24 ปี โดยตะเข็บไร้รอยย่น ผ้าเฉลียงหากแขวนไปนานๆ ผ้าที่รั้งกันไปมาอาจทำให้ชุดยืดย้วย แม้กระทั้งผมที่เป็นดีไซเนอร์มาหลายปีเมื่อได้เห็นได้จับของจริงแทบอยากกราบชุดกันเลยทีเดียว

TAG

Related Stories

คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 
โดยบอกเล่าผ่านงานฝีมือและเทคนิคแบบดั้งเดิมจากเมือง Donegal ไปจนถึงเมือง Lochcarron

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว