Jean Paul Gaultier  Fashion Freak Show การแสดงสุดตระการตาที่จะพาคุณเข้าสู่โลกแห่งจินตนาการ ความคิดสร้างสรรค์ และชีวิตการทำงานของเขากว่า 50 ปี

โชว์ที่รวมความเป็นมิวสิกคัล คาบาเร่ต์ และแคทวอร์กสุดเปรี้ยว ที่บาซาร์บอกได้คำเดียวว่าแฟชั่นนิสต้าไม่ควรพลาด

ฌอง ปอล โกลติเย่ร์ แฟชั่นดีไซน์เนอร์ชาวฝรั่งเศสชื่อดังระดับตำนานผู้มีฉายา “เด็กแสบแห่งวงการแฟชั่น” (Enfant Terrible) ในยุค 80s ผู้มีผลงานอันน่าทึ่งด้วยไอเดียการออกแบบที่แปลกแหวกแนวและเป็นผู้ริเริ่มแนวคิดใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน ด้วยการออกแบบเสื้อผ้าที่ค่อนข้างยั่วยุและมีอารมณ์ขัน ผสมผสานแนวเสื้อผ้าแบบสตรีทเข้ากับเสื้อผ้าชั้นสูง เช่นการออกแบบเสื้อผ้าอย่างการนำชุดชั้นในมาใส่เป็นเสื้อผ้าตัวนอก การออกแบบกระโปรง (กางเกง) สำหรับผู้ชาย และอีกมากมาย สิ่งที่ทำให้เขามีชื่อเสียงไปทั่วโลกก็คือ “โคนบรา” หรือบราทรงกรวยแหลม ที่มาดอนน่าใส่เล่นคอนเสิร์ต Blond Ambition World Tour ของเธอในปี 1990 และกลายเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอคอนิกไอเท็มตลอดกาล อีกทั้งเขายังเป็นดีไซน์เนอร์คนแรกที่นำเหล่านางแบบนายแบบที่เป็น LGBTQ+ รวมถึงนางแบบไซส์และสีผิวต่างๆมาสู่รันเวย์ ที่เขาบอกว่า “ความแตกต่างนั้นช่างงดงาม” รวมถึงเป็นดีไซน์เนอร์คนแรกที่ทำเมคอัพสำหรับผู้ชายออกมาอีกด้วย  

โคนบราไอคอนิกที่เขาออกแบบให้มาดอนน่าใส่ใน Blond Ambition Tour ปี 1990 ;Gie Knaeps/Getty Images
Jean-Paul Gaultier ในห้องโชว์รูมของเขาที่ปารีส และบราชิ้นไอคอนิก ปี1984; Universal Images Group ,Getty Images
นิทรรศการ ‘The Fashion World of Jean Paul Gaultier: From the Sidewalk to the Catwalk’ ที่รวมผลงานการออกแบบชิ้นสำคัญๆของเขาไว้ ; Yui Mok, Getty Images

หลังจาก 50 กว่าปีในวงการแฟชั่น และการรีไทร์ตัวเองจากการออกแบบเสื้อผ้า ฌอง ปอล โกลติเย่ร์ ยังคงเปี่ยมด้วยความคิดสร้างสรรค์และแรงบันดาลใจแต่ในครั้งนี้แทนที่จะออกแบบเสื้อผ้าหรือจัดแฟชั่นโชว์ เขาได้ทำในสิ่งที่บอกว่ามันคือความฝันมาตลอดนั่นก็คือการทำโชว์ที่บอกเล่าเรื่องราวในชีวิตตั้งแต่วัยเด็ก การทำงาน แรงบันดาลใจ และเรื่องราวในชีวิตผ่านการแสดงสุดอลังการ ที่อาจเรียกว่าเป็นการแสดงโชว์แนวใหม่ซึ่งรวมเอาการแสดงละครเวที การเต้นรำ กายกรรม และแฟชั่นโชว์มามัดรวมกันไว้ในการแสดงที่แสนจะตื่นตาที่ตั้งชื่อว่า Fashion Freak Show นี้ 

ที่ในครั้งนี้ได้นำมาจัดแสดงขึ้นที่กรุงโตเกียวเมื่อเดือนพฤษภาคม 2023 ที่ผ่านมา และบาซาร์ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่ได้เข้าชมโชว์นี้พร้อมกับสัมภาษณ์คุณ ฌอง ปอล โกลติเย่ร์ แบบเอ็กซ์คลูซีฟ ใครที่เป็นแฟนของ JPG ตามเรามาได้เลย

หลังจากที่เขารีไทร์ตัวเองจากการออกแบบเสื้อผ้า ready-to-wear แต่ยังคงเป็นส่วนหนึ่งในแบรนด์ Haute Couture ของเขาเองโดยการ collaboration กับแฟชั่นดีไซน์เนอร์รุ่นใหม่ๆเพื่อนำมุมมองที่น่าสนใจมาสู่แบรนด์ รวมถึงเขายังคงมีบทบาทในการสร้างสรรค์น้ำหอม Jean Paul Gaultier อยู่อีกด้วย 

ซึ่งตัว JPG บอกว่าเขาต้องการบอกเล่าเรื่องราวชีวิตของตัวเขาเองผ่านการแสดงที่เขาหลงใหลมาตลอด โดยผ่านการแสดงแนวใหม่ในชื่อ Fashion Freak Show ซึ่งได้ออกแสดงครั้งแรกเมื่อปี 2019 ณ Folies Bergere ไนท์คลับระดับตำนานที่มีชื่อเสียงในปารีส และได้รับการต้อนรับเป็นอย่างดี จากนั้นได้เปิดการแสดงอีกครั้งในลอนดอนในปี 2021 และมีแพลนเปิดการแสดงรอบโลกในอีก 15 ประเทศ รวมถึงที่ประเทศญี่ปุ่นในครั้งนี้ 

บาซาร์ได้มีโอกาสไปร่วมชมโชว์นี้ ณ กรุงโตเกียว พร้อมกับเหล่าอินฟลูเอนเซอร์จากออสเตรเลียและบ้านเรานั่นก็คือคุณพลอย หอวัง ซึ่งก็ได้มาทำโปรเจ็คท์พิเศษร่วมกับทางแบรนด์ ที่เป็นการถ่ายแฟชั่นแนว Street Style ที่คุณสามารถเข้าไปดูได้ที่ https://www.instagram.com/jeanpaulgaultier/?hl=en

Conversation with the Legend

ฌอง ปอล โกลติเย่ร์ในวัยเจ็ดสิบที่ยังดูแข็งแรง เปี่ยมชีวิตชีวา และดูมีพลังงานอย่างล้นเหลือ ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นและเป็นกันเองมากๆ และในทุกครั้งที่ตอบคำถามเขาจะตอบด้วยความกระตือรือร้นและดวงตาที่เป็นประกายทำให้รู้สึกว่าเขายังมีไอเดียและความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆที่พร้อมจะถ่ายทอดออกมาอีกมากมาย และนี่คือบทสนทนา

Bazaar: ที่มาของชื่อ Fashion Freak Show?

Jean Paul Gaultier: Fashion เพราะผมทำงานเกี่ยวกับแฟชั่นมาตลอดชีวิตจนทุกวันนี้ Freak เพราะผมคิดว่าทุกคนมีความประหลาดอยู่ในตัวและมันก็เป็นสิ่งที่สวยงาม Show ก็เพราะมันคือแฟชั่นโชว์ ที่รวมเอาการแสดงมิวสิกคัล การเต้นรำ และกายกรรมไว้ด้วยกัน  ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมหลงใหลมาตลอดจนเกิดเป็นไอเดียในการทำโชว์  เมื่อตอนที่อายุ 13  ผมได้ดูรายการทีวีเป็นหนังเกี่ยวกับแฟชั่นมาจากปี 40s เกี่ยวกับนักออกแบบเสื้อผ้า ซึ่งก็มีแฟชั่นโชว์ด้วย ผมเห็นภาพนางแบบเดินออกมาแล้วดูงามสง่าราวกับนักแสดง นั่นทำให้ผมหลงรักและหลงใหลมาตลอด แม้แต่ตอนที่เริ่มทำคอลเลกชั่นแรก ผมเลือกใช้คนที่ไม่ได้เป็นนางแบบอาชีพ เพราะผมต้องการคนที่มีแอททิจูด ดูทันสมัย มีคาแรคเตอร์ นั่นทำให้พวกเธอดูมีพลังและทำให้เสื้อผ้ามีความน่าสนใจ ซึ่งแต่ก่อนนางแบบอาชีพจะดูบอบบางและเป็นเฟมินีนมากๆ  

BZ: ทำไมคุณเลือกทำโชว์เกี่ยวกับเรื่องราวในชีวิตและการทำงานของคุณแทนการเขียนหนังสือเหมือนคนดังคนอื่นๆ?

JPG: ก็เพราะผมเขียนหนังสือไม่เป็นไง (หัวเราะ) ผมถนัดการสื่อสารด้วยภาพมากกว่า ผมพูดหรือเขียนอธิบายไม่เก่ง และการแสดงแฟชั่นโชว์คือการแสดงออกของเสื้อผ้าและการทำงานของผม อย่างที่เคยบอกผมเสพแฟชั่นจากการดูภาพยนตร์และในขณะเดียวกันผมก็ชอบเรื่องราวของหนังด้วย แล้วในยุค 80 ผมเคยฝันว่าวันหนึ่งผมอยากจะทำโชว์แนวมิวสิกคัล ที่มีการออกแบบท่าเต้น ซึ่งการเดินแฟชั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบท่าเต้นสำหรับผม  ผมเชื่อว่ามันสามารถถ่ายทอดความแปลกประหลาดที่งดงามน่าสนใจ และอธิบายความเป็นผมได้ดีที่สุด

นางแบบและนายแบบในกระโปรงกางเกงของ Jean Paul Gaultier Ready to Wear Spring 1985 ; Guy Marineau/WWD/Penske Media , Getty Images

BZ:คุณเป็นดีไซน์เนอร์ที่กล้าหาญมากๆในการสร้างสรรค์สิ่งที่ไม่เคยมีมาก่อนไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการรออกแบบ รวมถึงการเลือกใช้นางแบบที่มีคาแรคเตอร์แตกต่าง อะไรทำให้คุณกล้าที่จะทำอย่างนั้น? 

JPG: จริงๆผมไม่ได้ต้องการที่จะยั่วยุอะไร แฟชั่นสำหรับผมคือสิ่งสะท้อนความเป็นจริงในขณะนั้น เป็นโมเม้นท์ที่ผู้หญิงต้องการแสดงออกถึงพลัง ซึ่งก่อนหน้านั้นผู้หญิงจะไม่ใส่บราเพื่อเสดงความเป็นอิสระ แต่หลังจากนั้นผู้หญิงในยุคผมก็ต้องการจะดูเซ็กซี่โดยการใส่บราซึ่งทำให้พวกเธอดูมีทรวดทรงมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ต้องการที่จะแสดงพาวเวอร์ของพวกเธอด้วย  ผมต้องการแสดงถึงความจริงของความคิดของผู้หญิงในเจอเนอเรชั่นนั้น ในอาชีพด้านแฟชั่นของผมจึงไม่ใช่เรื่องของนามธรรมหรืออะไรที่เป็นศิลปะ แต่เป็นการสะท้อนทัศนคติของสังคม หรือการทำกระโปรงของผู้ชาย จริงๆก็คือกระโปรงกางเกงไม่ใช่กระโปรงจริงๆ มันคือการแสดงออกถึงความยูนิเซ็กซ์ ที่ผมทำคือต้องการให้เกิดความเท่าเทียมกัน ในเมื่อผู้หญิงใส่กางเกงผู้ชายได้ แล้วทำไมผู้ชายจะมาใส่กระโปรงแบบผู้หญิงบ้างไม่ได้ล่ะ

BZ: คุณได้แรงบันดาลใจและเอเนอจี้ในการทำงานครั้งนี้จากที่ไหนใช่จากโซเชี่ยลมีเดียไหม?

JPG: โอ ไม่เลย ต้องยอมรับว่าผมไม่ใช่คนรุ่นใหม่ ผมยังชอบการสเก็ชต์รูป นั่นเป็นสิ่งที่ผมทำมาเสมอตั้งแต่ยังเด็ก การวาดรูปสเก็ตช์กับสิ่งต่างๆก็เหมือนการเขียนบันทึก เป็นการจดไอเดียต่างๆที่ผมถ่ายทอดออกมาได้ดีเพราะมันเป็นเรื่องเกี่ยวกับตัวผมเอง (หัวเราะ) มันเป็นเรื่องของเด็กผู้ชายตัวเล็กๆที่ไม่เก่งเรื่องฟุตบอลเลย แต่มีความสามารถในการวาดรูปจากสิ่งที่เขาประทับใจจากทีวี แล้วพอครูเห็นก็สั่งให้ผมยืนหน้าห้องแล้วก็ทำโทษ ทำให้รู้สึกอับอาย ผมก็ได้รู้ว่าตัวเองต่างจากเด็กคนอื่นๆ แต่นั่นก็ทำให้ผมเป็นที่ยอมรับจากเด็กคนอื่นๆที่มาให้ช่วยวาดรูปให้ ผมเลยรู้ว่านี่ล่ะเป็นสิ่งที่ผมถนัด  ฉะนั้นสำหรับผมก็คือการวาดรูปครับที่เป็นแรงบันดาลใจ และการคิดโปรเจคท์ใหม่ๆ มันคือสิ่งที่กระตุ้นอารมณ์ให้พลังงานกับผม

BZ: คาดหวังว่าคนดูจะได้อะไรจากการชมโชว์ของคุณคะ?

JPG:ความสุขครับ ความสุข บางทีอาจจะรู้สึกอยากลุกขึ้นมาสนุกไปกับการเต้นรำ เป็นเพราะดนตรีที่มีความสนุกสนานมีความเป็นมิวสิกคัลมีการออกแบบท่าเต้นที่สนุกสนานสวยงามซึ่งออกแบบโดยนักออกแบบท่าเต้นที่เก่งมากๆ ผมพยายามใส่ความรู้สึกลงไปว่าผมต้องการจะเห็นอะไรจากโชว์ ซึ่งก็คือความสุข การมองโลกในแง่ดี ความฝัน ความคิดสร้างสรรค์ และความประหลาดใจ ผมพยายามรวมสิ่งเหล่านี้ให้ปรากฏในโชว์ แล้วในอีกแง่นึงมันแสดงให้เห็นถึงความงดงามรอบๆตัว สิ่งที่คุณเป็น สิ่งที่คุณทำ ถ้าคุณมีความสุขมันก็คือสิ่งที่ดีเป็นสิ่งที่คุณควรทำให้กับตัวเอง

The Fashion Freak Show

Fashion Freak Show จัดแสดงที่ Tokyo Orb Theatre เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม-4 มิถุนายน 2023 ที่ผ่านมา ซึ่งการแสดงนี้ ฌอง ปอล โกลติเย่ร์เขียนและกำกับ รวมถึงออกแบบเสื้อผ้าที่ใช้ในการแสดงด้วยตัวเองทั้งหมดกว่า 200 ชิ้น มีทั้งเสื้อผ้าที่เป็นชิ้นไอคอนิกของเขาจากยุคเริ่มต้นจนถึงปัจจุบันอย่างคอร์เซ็ต ชุดชั้นใน โคนบรา สายรัดถุงน่อง และอีกมากมายหลายชิ้นที่ใครซึ่งเป็นแฟนเสื้อผ้าของเขาจะต้องกรี๊ดอยู่ในใจ เพราะบอกเลยว่าขนมาทุกยุคให้ชมกันอย่างจุใจ รวมถึงเสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อการแสดงในครั้งนี้บอกได้คำเดียวว่าตื่นตาตื่นใจมากๆ ยิ่งบวกกับการแสดงที่รวมเอาละครเพลง การแสดงกายกรรม แคทวอล์ก และวีดีโอวอลล์มาไว้ในที่เดียว คำที่ใช้อธิบายได้ดีที่สุดก็คือคำว่า “ตระการตา” 

เรื่องราวเริ่มต้นบนจอภาพยนตร์ที่เล่าเรื่องราวของเด็กชายโกลติเย่ร์ในวัย 9 ขวบกำลังทำการผ่าตัดตุ๊กตาหมีชื่อ ‘นานา’ ที่เขาได้แรงบันดาลใจจากนักแสดงคาบาเร่ต์โดยจับน้องหมีใส่โคนบราเป็นครั้งแรก (ซึ่งเขาบอกว่านี่คือ น้องหมีข้ามเพศตัวแรกของโลก! แล้วเจ้าโคนบรานี่มาดอนน่าได้ใส่เป็นคนที่สองนะ) จากนั้นเสียงเพลงและการแสดงคาบาเร่ต์ก็เริ่มขึ้นเป็นน้องหมีนานาใส่โคนบราออกมาเต้นรำกันอย่างสนุกสนาน

 แล้วก็เป็นภาพบนจอของเด็กชายโกลติเย่ร์โดนคุณครู (แสดงโดย Rossy de Palma นักแสดงหนึ่งในเพื่อนของโกลติเย่ร์เอง) ทำโทษเรื่องการวาดรูปแทนที่จะออกไปเตะฟุตบอลเหมือนเด็กผู้ชายคนอื่นๆ แต่นั่นกลับทำให้เขาป็อปปูล่าร์เพราะเด็กคนอื่นๆต่างก็ให้เขาวาดรูปให้ จากนั้นก็เป็นภาพตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ต่างๆในจินตนาการออกมาเต้นรำที่เป็นแรงบันดาลใจจากวัยเด็กที่ดูสนุกสนานเปี่ยมด้วยสีสัน เป็นการนำคนดูเข้าสู่จินตนาการของโกลติเย่ร์ 

จากนั้นก็เข้าสู่พาร์ทของเขาในวัยหนุ่ม ชีวิตเริ่มต้นการทำงาน การพบปะกับคนรักคนแรกของเขาที่ใช้สัญลักษณ์เสื้อลายทางกะลาสีเรืออีกหนึ่งการออกแบบที่ถือว่าเป็นไอคอนิกในตัวใหญ่พิเศษที่เชื่อมโยงเขากับคนรักออกมาร่ายรำด้วยความสุข โดยในช่วงแรกของการแสดงเป็นการบอกเราถึงอัตชีวประวัติของโกลติเย่ร์

จากนั้นก็เป็นพาร์ตของการทำงานที่รวมเอาเสื้อผ้าตั้งแต่การแสดงแฟชั่นโชว์คอลเลกชั่นแรกของเขาที่เราจะเห็นเสื้อผ้าการออกแบบในยุคแรกๆของเขาที่เป็นเสื้อผ้าทำจากถุงขยะ ผ้ายีนส์  หนัง และผ้าลายพรางที่มีลักษณะของสตรีทสไตล์ ยุคพั๊งค์ในลอนดอน 

และการค้นพบเซ็กซ์แบบ LGBTQ+ ซึ่งก็ได้มาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบสร้างสรรค์ของเขา อย่า

งเสื้อผ้าที่เป็นการนำชุดชั้นในและคอร์เซ็ทมาเป็นองค์ประกอบหลัก

การสูญเสียคนรักและหุ้นส่วนธุกิจ และการกลับมาสู่วงการการออกแบบอีกครั้งที่ประสบความสำเร็จ รวมถึงการออกแบบโคนบราให้กับมาดอนน่าด้วย ซึ่งในพาร์ทนี้เราจะได้เห็นอาร์ไคฟ์เสื้อผ้าชิ้นสำคัญๆจากปี 1980s-2010s ของเขาออกมาแสดงผ่านการเดินแฟชั่นโชว์และการเต้นรำ และมีการนำผู้ชมมาเป็นส่วนร่วมในโชว์บนเวทีอีกด้วย ในตอนนี้แอบมีการจิกกัดเบอร์ใหญ่แห่งวงการแฟชั่นกันเล็กน้อย ถ้าดูในรูปถึงไม่เอ่ยชื่อ คุณก็คงจะรู้ว่าใครนั่นล่ะ

สำหรับแฟนของโกลติเย่ร์แล้วบอกได้คำเดียวว่าฟินสุดๆที่จะได้เห็นเสื้อผ้าและความคิดสร้างสรรค์ของเขาอย่างเต็มอิ่มที่มาพร้อมเสียงเพลงที่คุ้นเคยกันจากยุค 80s-90s และอารมณ์ขันในสไตล์ของเขาสอดแทรกมาเป็นระยะ รวมถึงการแสดงที่ค่อนข้างล่อแหลมในเรื่องเซ็กซ์และการเปลือยกาย ที่โชว์นี้อาจจะไม่เหมาะกับเด็กสักเท่าไหร่

เราก็ได้แต่หวังว่าสักวันหนึ่ง Jean Paul Gaultier Fashion Freak Show จะได้มาเปิดแสดงในบ้านเรา ที่ใครซึ่งเป็นแฟชั่นนิสต้าหรือแฟนๆของโกลติเย่ร์แล้วนั้นไม่ควรพลาดด้วยประการทั้งปวง และใครที่คิดถึงเขา ข่าวดีก็คือกำลังมีน้ำหอมกลิ่นใหม่ออกมาในช่วงปลายปี ที่บาซาร์แอบเห็นแล้วว่าขวดสวยมากๆและกลิ่นก็หอมมีความน่าสนใจ รวมถึงแคมเปญที่มีอินฟลูเอนเซอร์บ้านเราเป็นส่วนหนึ่งในนั้นด้วย รอชมรอติดตามกันได้เลย

ภาพ Jean Paul Gaultier, Mark Senior

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว