Gucci ประกาศตัวเป็นกลางทางคาร์บอนเพื่อลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก

เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่อยากทำให้โลกนี้น่าอยู่ขึ้น
ในยุคที่สภาพอากาศแปรปรวนเนื่องจากภาวะโลกร้อน แบรนด์แฟชั่นก็ต่างหันมาใส่ใจด้านการรักษ์โลกกันมากขึ้น ล่าสุดแฟชั่นเฮ้าส์สัญชาติอิตาลี Gucci ได้ประกาศถึงโครงการแพลตฟอร์มภายใต้ชื่อ Gucci Equilibrium ที่ออกแบบมาเพื่อเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกันภายใต้วัตถุประสงค์ โครงการนี้เป็นส่วนหนึ่งของแผน 10 ปีที่ผนึกกลยุทธ์ด้านความยั่งยืนเข้าไปร่วมเพื่อนำมาใช้กับแบรนด์โดยเฉพาะ Gucci Equilibrium สร้างขึ้นบนพื้นฐาน “วัฒนธรรมที่มีเป้าหมายเป็นแรงผลักดัน” (Culture of Purpose) ที่กำกับดูแลการดำเนินงานของ Gucci ในทุกวันภายใต้แนวคิด 3 หลักคือ สิ่งแวดล้อม คน และการพัฒนาโมเดลนวัตกรรมความยั่งยืนใหม่ๆ Gucci Equilibrium ถือเป็นพันธกิจของแบรนด์ที่มุ่งนำการเปลี่ยนเชิงบวกให้เกิดขึ้นเพื่อสร้างอนาคตอันมั่นคงให้เกิดขึ้นแก่สังคม
เพื่อต่อยอดความพยายามในการลดผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและผลัดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงบวก ทางแบรนด์ได้ประกาศอย่างเป็นทางการ ถึงความตั้งใจชดเชยปริมาณการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประจำปีที่เกิดจากกระบวนการดำเนินงานและห่วงโซ่อุปทานทั้งระบบด้วยโครงการREDD+1 (หรือโครงการลดการปล่อยคาร์บอนจากการทำลายป่าและความเสื่อมโทรมของป่า) 4 โครงการ โดยจะมีบทบาทสนับสนุนการอนุรักษ์ป่าไม้ทั่วโลก ซึ่งแนวความคิดนี้มาจากความมุ่งมั่นที่ไม่เคยปรากฏมาก่อนของผู้นำอุตสาหกรรมแฟชั่นชั้นสูง จึงทำให้ Gucci ผันตัวเป็นกลางทางคาร์บอนโดยมีการนำกลยุทธ์การพัฒนาอย่างยั่งยืนมาใช้ในธุรกิจในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และกำลังเผชิญหน้ากับความท้าทายขั้นสำคัญคือ การผันองค์กรให้เป็นกลางทางคาร์บอนทั้งระบบพร้อมทั้งตระหนักถึงมาตรการต่างๆที่ต้องนำมาปฏิบัติอย่างเร่งด่วน เพื่อตอบสนองความจำเป็นเร่งด่วนในการแก้ปัญหาสภาพอากาศ วิธีหนึ่งที่ Gucci นำมาปฏิบัติเพื่อรับผิดชอบการปล่อยก๊าซเรือนกระจก (GHG emissions) จากกระบวนการดำเนินงานเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นลำดับเพื่อหลีกเลี่ยง ลด และชดเชยการปล่อย GHG
จากการกระทำดังกล่าว Gucci ได้กำหนดเส้นทางใหม่เพื่อดำเนินกิจการทั้งหมดให้มีการปล่อยก๊าซคาร์บอนสุทธิเท่ากับศูนย์  ซึ่งจะคอยวัดและติดตามผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมอย่างเต็มรูปแบบผ่านบัญชีกำไรขาดทุนประจำปีด้านสิ่งแวดล้อม โดยเป็นแบรนด์แฟชั่นชั้นสูงแบรนด์แรกที่รับปรับระบบ EP&L มาใช้เป็นมาตรฐานในการวัดความก้าวหน้าการดำเนินกลยุทธ์ความยั่งยืน 10 ปี ตั้งแต่ปี 2015 ซึ่งมีเป้าหมายถึงปี 2025  จะลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกลง 50% เมื่อเปรียบเทียบกับปีฐาน 2558
 
ทั้งหมดนี้ทำให้เห็นได้ว่า Gucci ได้สร้างความก้าวหน้าครั้งสำคัญตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาด้วยวิธีเป็นกลางทางคาร์บอน และบริษัทจะยังคงดำเนินการต่อไปโดยเน้นการหลีกเลี่ยงและลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเป็นหลักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายปี 2568 ในขณะที่จะยังคงตระหนักไว้ตลอดเวลาว่า ยังมีการปล่อยก๊าซเรือนกระจกประเภทอื่นที่นอกเหนือกรอบปฏิบัตินี้ที่ยังไม่สามารถแก้ไขเชิงรุกได้
ในฐานะที่เป็นสิ่งสำคัญอันดับแรกและเป็นแนวทางนำไปสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอนGucci ได้เริ่มดำเนินกิจกรรมมากมายเพื่อทำให้เกิดทางเลือกที่นำไปสู่ผลกระทบต่ำ การจัดหาและการใช้วัสดุเพื่อความยั่งยืน และมุ่งเน้นการผลิตที่มีประสิทธิภาพสูงเพื่อหลีกเลี่ยงและลดผลกระทบในห่วงโซ่อุปทาน โครงการทั้งหมดนี้ได้แสดงให้เห็นถึงผลลัพธ์ที่มีแนวโน้มเชิงบวก โดยปัจจุบันสามารถหลีกเลี่ยงการปล่อยคาร์บอนได้ประมาณ 440,125 ตันในปี 20183 และจะมุ่งมั่นขยายผลอย่างต่อเนื่อง โดยในแต่ละปี Gucci จะชดเชยการปล่อยก๊าซเรือนกระจกด้วยการสนับสนุนการอนุรักษ์และฟื้นฟูระบบนิเวศน์ที่สำคัญทั่วโลก
“แม้จะมีคำมั่นสัญญาอันน่ายกย่อง แต่ในปัจจุบันความพยายามที่เราทำในฐานะประชาคมโลกยังไม่เพียงพอที่จะรักษาความร้อนให้อยู่ไม่เกิน 1.5 °C ของยุคก่อนอุตสาหกรรมและกลายเป็น ‘net zero’ ภายในปี 2050 ในฐานะของภาคธุรกิจเราทุกคนต้องรับผิดชอบและดำเนินการแก้ไขปัญหาเพื่อต่อสู้กับความท้าทายสองประการคือ การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและการสูญเสียความหลากหลายทางชีวภาพ” Marco Bizzarri กล่าว
 
เขากล่าวเพิ่มเติมว่า “Fashion Pact ที่ประกาศไปเมื่อเร็ว ๆ นี้ได้ให้เค้าโครงเป้าหมายของอุตสาหกรรมแฟชั่นและสิ่งทอในเรื่องนี้ไปแล้ว และผมได้รับแรงบันดาลใจจากความเป็นผู้นำของ François-Henri Pinault ที่จะทำให้การเคลื่อนไหวที่สำคัญนี้เกิดขึ้น พวกเราที่ Gucci มองว่ามันเป็นตัวเร่งปฏิกิริยาที่สมบูรณ์แบบสำหรับนวัตกรรมและการแก้ปัญหาต่อไปในอนาคต ฉันเชื่อว่าแนวทางการเป็นกลางทางคาร์บอนของเรา ที่แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชต่อการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทั้งหมดในห่วงโซ่อุปทานเป็นการบุกเบิกเพื่อลดผลกระทบเชิงบวกที่รวดเร็วและเป็นรูปธรรมสำหรับโลกและสภาพภูมิอากาศของเรา เรากำลังนิยาม ‘ความเป็นกลางทางคาร์บอน’ ผ่านกลยุทธ์เชิงตรรกะที่เน้นการหลีกเลี่ยง ลด ฟื้นฟู และชดเชยการปล่อยก๊าซ ผมหวังว่าซีอีโอท่านอื่นๆ จากทุกภาคส่วนจะมองเห็นและรู้สึกถึงแรงกระตุ้นนี้ การดำเนินการของภาคธุรกิจเป็นสิ่งจำเป็นในการมีส่วนร่วมอันมีนัยสำคัญต่อธรรมชาติและสังคมของเราในทศวรรษหน้า รวมถึงอนาคตของคนรุ่นต่อไปด้วย”

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว