ย้อนรอยต้นกำเนิดของ Cape ผ้าคลุมไหล่ที่สวมใส่ตั้งแต่เหล่าเซเลบริตี้ยันซุปเปอร์ฮีโร่

ไอเท็มฮอตประจำฤดูหนาวตลอดกาล
หากจะพูดถึง Must-have item ประจำซีซั่น Fall/Winter ก็คงหนีไม่พ้น Cape หรือผ้าคลุมไหล่ ที่ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ซีซั่น ก็ไม่มีวันเอ้าต์เลย เรามักจะได้เห็นเหล่าเซเลบริตี้ทั้งหลายพร้อมใจหยิบมาเลเยอร์เพื่อกันหนาวในช่วงวินเทอร์ แต่ถ้าพูดถึงประวัติความเป็นมาของเทรนด์นี้ สิ่งที่หลายคนนึกถึงก็คือภาพของบรรดาซุปเปอร์ฮีโร่ ที่ส่วนใหญ่มาพร้อมผ้าคลุมไหล่เป็นอาวุธประจำ (เครื่องแต่ง) กายอยู่เสมอ ซึ่งในความเป็นจริงนั้นได้มีเรื่องราวและความหมายซ่อนเร้นที่สอดคล้องกันอยู่ โดยครั้งนี้ทีมบาซาร์จะขออาสาเล่าไปถึงต้นกำเนิดและไขข้อสงสัยเกี่ยวกับไอเท็มชิ้นนี้ พร้อมคัดสรรลุคจากรันเวย์ Fall 2019 มาเสิร์ฟให้ชมกันที่นี่ เริ่มกันที่ความเป็นมาของคำ เรามักจะสับสนระหว่าง Cape กับ Cloak แต่ที่จริงนั้น ‘Cloak’ ไว้ใช้เรียกผ้าคลุมขนาดยาว โดยคำนี้ได้ถูกนำมาจาก Cloke ของภาษาฝรั่งเศส ในขณะเดียวกันคำว่า ‘Cape’ นั้นไว้สำหรับผ้าคลุมขนาดสั้น จวบจนกระทั่งในปัจจุบันได้มีการคาบเกี่ยวระหว่างสองคำนี้ จึงทำให้คำว่า Cape เป็นที่นิยมใช้มากกว่า และถ้ามองย้อนกลับไปในส่วนของประวัติศาสตร์แฟชั่น ผ้าคลุมไหล่นั้นได้อยู่กับวัฒนธรรมการแต่งกายมาตั้งแต่โบราณ โดยสมัยแรกทำมาจากผ้าขนสัตว์หรือเส้นใยธรรมชาติ ใช้เพื่อปกคลุมร่างกายจากความหนาวหรือกันฝน ในระยะถัดมาได้ถูกพัฒนาเป็นเครื่องมือที่ใช้บ่งบอกสถานะทางชนชั้น อย่างในวัฒนธรรมโรมันที่ใช้ผ้าคลุมไหล่แยกระหว่างตำแหน่ง สีแดงสำหรับทหาร สีม่วงสำหรับแม่ทัพ 
ต่อมาในยุค Medieval หรือยุคกลาง ได้เริ่มปรากฏอยู่ในเครื่องแต่งกายของสตรี ถึงแม้ว่าช่วงแรกเป็นเพียงแค่ผืนผ้าที่ถูกยึดติดอยู่กับปกคอ แต่พอกาลเวลาผ่านไปผ้าคลุมไหล่ได้ถูกพัฒนาการตัดเย็บให้มีความประณีต ตกแต่งด้วยขนเฟอร์ และใช้เนื้อผ้าที่หลากหลายขึ้น เช่น ซาติน หรือ กำมะหยี่ จนกระทั่งศตวรรษที่ 19 ผ้าคลุมไหล่เริ่มถูกใช้เป็นไอเท็มสำคัญของบรรดาสตรีชั้นสูงในยุควิคตอเรียน เพราะนอกจากพวกเธอจะสวมใส่เพื่อความสวยงาม แต่ยังเป็นการแสดงถึงนัยยะบางอย่าง เช่น การใช้สีแดงหรือสีสันโทนร้อน เพื่อแสดงถึงอำนาจและจุดยืนทางสังคม
และพอเข้ามาสู่ยุคที่เริ่มมีวิวัฒนาการทางด้านการบันทึกภาพด้วยฟิล์ม อย่างในยุคนั้น เราจะเห็นเหล่าฮอลลีวูดสตาร์ หรือแม้กระทั่งสาวสังคมชั้นสูง ก็ล้วนต่างย่างกรายในผ้าคลุมไหล่ที่แมตช์กับชุดราตรียาว ทีซึ่งคอมพลีทลุคให้ดูหรูหราและสง่าได้อย่างเหลือเชื่อ แม้แต่เหล่ากูตูริเยร์อย่าง Madeleine Vionnet, Paul Poiret และ Elsa Schiaparelli ต่างก็สรรค์สร้างรูปแบบใหม่ของ Cape โดยการปรับเปลี่ยนขนาดความสั้นยาวตามความงามที่พอเหมาะ พร้อมกับครีเอตคัตติ้งที่โอบช่วงไหล่และลำตัวมากขึ้น อีกทั้งยังมีการผสมผสานระหว่างเสื้อโค้ต ที่ถูกนำองค์ประกอบบางส่วนมาใช้เพื่อให้เกิดฟอร์มใหม่ๆ
กระโดดข้ามกลับมาสู่ Fall/Winter 2019 ในครั้งนี้ Cape ได้ถูกจับนำมาเล่าใหม่ โดยเหล่าดีไซเนอร์ได้ครีเอทลุคต่างๆ ภายใต้การผสมผสานระหว่างความโมเดิร์นกับคลาสสิค เปลี่ยนวิถีการสไตลิ่งให้เข้ากับยุคสมัยเพื่อให้ง่ายต่อการสวมใส่ในชีวิตประจำวัน แต่ก็ยังคงแฝงไปด้วยความสง่างามและมีชั้นเชิง ตั้งแต่สไตล์ปารีเซียนชิคของ Celine ไปจนถึงทรงโอเวอร์ไซส์ของ Marc Jacobs
จากข้อมูลทั้งหมดทั้งมวลนี้ ทุกคนก็คงได้รับรู้ถึงความพิเศษของผ้าคลุมไหล่ เพราะนอกจากมันจะมีหน้าที่แค่กันหนาวแล้ว ไอเท็มชิ้นนี้ก็ยังสามารถเป็นเครื่องมือยกระดับลุคให้ดูโดดเด่นกว่าผู้อื่น ซึ่งไม่ต่างอะไรกับคอนเซ็ปท์ที่เหล่าซูเปอร์ฮีโร่ จะต้องมีผ้าคลุมติดตัวอยู่เสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่ผู้ออกแบบต้องการสร้างให้ตัวละครนั้นๆ ดูแตกต่างจากมนุษย์ทั่วไปโดยสิ้นเชิง ถ้าไม่เชื่อ…คุณลองเลือก Cape ดีๆ สักตัวมาคลุม แล้วใส่แอดติจูดเข้าไปสักนิด เชิดหน้าหลังตรงสักหน่อย เพียงเท่านี้ความแกลมก็จะลงมาประดับอยู่บนตัวของคุณให้ดูทรงพลังกว่าคนทั่วไปแน่นอน!

TAG

Related Stories

โดยบอกเล่าผ่านงานฝีมือและเทคนิคแบบดั้งเดิมจากเมือง Donegal ไปจนถึงเมือง Lochcarron
ครบทั้งหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโท พร้อมเปิดรับสมัครชิงทุนในรูปแบบ Portfolio Contest รอบเทอมตุลาคม 67
สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่ชาญฉลาดแต่ยังแฝงความขบถอยู่ในตัว

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โดยบอกเล่าผ่านงานฝีมือและเทคนิคแบบดั้งเดิมจากเมือง Donegal ไปจนถึงเมือง Lochcarron

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว