ความสง่างามและคุณค่าแห่งงานโอตกูตูร์ในคอลเลกชั่น Dior Men Winter 2020-21

ด้วยแรงบันดาลใจจากเรื่องราวของดิออร์และ “จูดี เบลม” ศิลปินด้านแฟชั่นชื่อดังในยุคทศวรรษที่ 1980s
อาจกล่าวได้ว่าคอลเลกชั่นเสื้อผ้าสุภาพบุรุษประจำฤดูหนาว 2020-21 จาก ดิออร์ (Dior) คือตัวอย่างของความสมบูรณ์แบบในการหลอมรวมเรื่องราวอันรุ่งโรจน์ทั้งในอดีตและปัจจุบันของเมซงระดับตำนานแห่งนี้ เข้ากับทักษะชั้นสูงของงานโอตกูตูร์ ซึ่งทั้งหมดต้องยกเครดิตให้กับ คิม โจนส์ (Kim Jones) ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ของดิออร์ที่เนรมิตความสง่างามอันไร้ซึ่งกาลเวลาให้ออกมาเป็นภาพปรากฏที่กระจ่างชัดในทุกรายละเอียด

Dior Men Winter 2020-21 ผลงานสดุดีแด่ “จูดี เบลม” ศิลปินด้านแฟชั่นผู้ทรงอิทธิพลในยุคทศวรรษที่ 1980s

“โชว์นี้อุทิศให้กับความทรงจำที่มีต่อ จูดี เบลม เพื่อนสนิทและผู้บุกเบิกในโลกแฟชั่น ความรักที่เขามีต่องานกูตูร์นั้นได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับพวกเราทุกคน” คิม โจนส์ กล่าวถึงหนึ่งในอินสไปร์สำคัญที่จุดประกายความคิดสร้างสรรค์ให้กับการทำงานในคอลเลกชั่นนี้
จูดี้ เบลม (Judy Blame) ถือเป็นบุคคลที่มีบทบาทสำคัญและเป็นสัญลักษณ์แห่งความคิดสร้างสรรค์ที่มองไปสู่อนาคตข้างหน้าเสมอ เขาคือหนึ่งในนักออกแบบเครื่องประดับแฟชั่นและสไตลิสต์ชื่อดังที่มีอิทธิพลต่อโลกแฟชั่นเป็นอย่างมากในยุคทศวรรษที่ 1980s เห็นได้จากผลงานต่างๆ ของเขาที่ถูกตีพิมพ์ในนิตยสารชื่อดังอย่าง i-D และ The Face ของประเทศอังกฤษ

การเดินทางสู่หัวใจแห่งความเป็นโอตกูตูร์เพื่อฉลองความสง่างามอันไร้ซึ่งกาลเวลาของ Dior

การนำเอางานสร้างสรรค์เสื้อผ้าชั้นสูงหรือ “โอตกูตูร์” มาใช้กับเสื้อผ้าสุภาพบุรุษในคอลเลกชั่น Winter 2020-21 ถือเป็นสิ่งที่โดดเด่นและสร้างความน่าสนใจให้กับเสื้อผ้าแต่ละลุคได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นงานเอฟเฟกต์มัวเรบนผ้าไหม งานปัก และลายอาราเบสค์และเพสลีย์ที่ช่วยเติมเต็มให้ผลงานอันเป็นมรดกตกทอดสืบมาของแบรนด์มั่งคั่งยิ่งขึ้น
และหนึ่งในลุคที่ตอกย้ำให้เห็นถึงพลังของเทคนิคโอตกูตูร์ในแบบดิออร์ได้อย่างชัดเจนที่สุดนั่นคือ เสื้อโค้ทลายปักซึ่งได้รับแรงบันดาลใจมาจากชุดเดรสของ Marc Bohan จากคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ร่วง-ฤดูหนาวในปี ค.ศ.1969 โดยเสื้อโค้ทตัวนี้ใช้เวลาในการปักด้วยมือถึง 900 ชั่วโมง และอีก 100 ชั่วโมงสำหรับการประกอบชิ้นส่วนต่างๆ เข้าด้วยกัน ความงดงามของเสื้อโค้ทตัวนี้ยังอยู่ที่การผสมผสานวัสดุเลื่อม ลูกปัด และหินสีต่างๆ เข้าด้วยกัน ดังนั้นเมื่อเวลาเคลื่อนไหว วัสดุเหล่านี้ก็จะสะท้อนระยิบระยับกับแสงและมองเห็นเป็นเฉดสีที่แตกต่างกัน
โครงร่างของเสื้อผ้าในคอลเลกชั่นนี้ นอกจากจะเน้นไปที่การศึกษาคุณค่าแห่งความเป็นเยี่ยมและเอกลักษณ์อันจริงแท้แล้ว ก็ยังเน้นให้ความสำคัญกับรายละเอียดและงานคัตติ้งเป็นพิเศษ เพื่อร่วมรำลึกถึงความรักที่ “คริสเตียน ดิออร์” มีต่องานสถาปัตยกรรม แคนวาส Dior Oblique ได้รับการนำกลับมานำเสนอใหม่ในรูปแบบของงานปักเลื่อม ในขณะที่โลโก้ดิออร์ปักไว้ด้วยเข็มหมุด ซึ่งเป็นการสดุดีสไตล์แบบ DIY ของจูดี เบลม
ท้ายที่สุดแล้ว คอลเลกชั่น Dior Men Winter 2020-21 ก็เปรียบได้กับบทสนทนาระหว่างผลงานอันเป็นมรดกตกทอดของแบรนด์ดิออร์และจูดี เบลม ที่เปี่ยมไปด้วยความหมายและงานสร้างสรรค์อันทันสมัย ยิ่งไปกว่านั้นยังตอกย้ำให้เห็นถึงคุณค่าของงานฝีมือชั้นสูงที่ไร้ข้อจำกัดด้านกาลเวลาอย่างแท้จริง
พบกับคอลเลกชั่น Dior Men Winter 2020-21 ได้แล้ววันนี้ที่บูติกดิออร์ ดิ เอ็มโพเรียม โทร.
02-664-8773-4, สยามพารากอน โทร. 02-610-6799 และ ไอคอนสยาม โทร. 02-288-0896

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว