จากเสื้อยืด We Should All Be Feminist ถึงเสื้อยืด I Say I ในโชว์ DIOR

เจาะลึกรายละเอียดในประเด็นความเป็นเฟมินิสต์ของดิออร์ ทั้งแนวความคิด เสื้อผ้า และรันเวย์โชว์
มาเรีย กราเซีย คิอุริ เปิดตัวในการทำงานในฐานะครีเอทีฟไดเร็กเตอร์คนใหม่ฝั่งเสื้อผ้าผู้หญิงของคริสเตียน ดิออร์ ในคอลเล็กชั่นฤดูใบไม้ผลิและร้อน 2017 พร้อมด้วยเสื้อทีเชิ้ตสกรีนคำว่า “We Should All Be Feminist” ส่งสารถึงสไตล์ของดิออร์ยุคใหม่ภายใต้การทำงานของเธอที่เปี่ยมไปด้วยอุดมการณ์แห่งสิทธิสตรีอย่างเข้มข้น และเธอก็ทำงานกับประเด็นสิทธิสตรีผ่านเสื้อผ้าและการเคลื่อนไหวต่างๆ ของดิออร์เรื่อยมา ดังเช่น ชุดในงานออสการ์ของนาตาลี พอร์ตแมน
เช่นเดียวกันคอลเล็กชั่นล่าสุดนี้ ฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาว 2020 ที่สำเนียงเฟมินิสต์ยิ่งเข้มข้นมากขึ้น ความเข้มข้นนี้เริ่มต้นตั้งทางเข้าโชว์ ซึ่งมีป้ายเขียนว่า “I Say I” ซึ่งข้อความนี้ถูกหยิบนำมาใช้เป็นข้อความบนเสื้อยืดในคอลเล็กชั่นนี้อีกด้วย ไปจนถึงเซ็ตติ้งบนรันเวย์ กับป้ายไฟนีออนทั้งหลายที่มีข้อความว่า “Consent” “Women Raise the Upraising” “Patriarchy = Climate Emergency”  “Feminine Beauty Is a Ready-Made” “Women’s love is unpaid labour” “Women’s Love Is Unpaid Labour” “When Women Strike The Wolrd Stops” “We Are All Clitoridian Women” 
ซึ่งเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างมาเรีย กราเซีย คิอุริ และกลุ่มศิลปินฝรั่งเศสที่ใช้งานศิลปะสมัยใหม่ในการวิพากษ์วิจารณ์งานศิลปะด้วยกันเองและการเมืองในแง่มุมต่างๆ นาม Collective Claire Fontaine ซึ่งผลงานที่เกิดขึ้นในโชว์ของดิออร์ครั้งนี้คล้ายกับผลงานที่ทางกลุ่มเคยสร้างสรรค์ไว้ ในชื่อว่า “Human Strike” ซึ่งได้แรงบันดาลใจมาจากการเคลื่อนไหวของกลุ่มเฟมินิสต์อิตาเลียนในทศวรรษ 1970s 
ซึ่งก็ตรงกับการสร้างสรรค์เสื้อผ้าของดิออร์ในคอลเล็กชั่นนี้พอดิบพอดี ที่โฟกัสไปที่สไตล์เฟมินิสต์ในช่วงยุค 1970s รวมไปถึงผลงาน “STRIKE” ในปี 2005 ที่ใช้ไฟนีออนสร้างคำ สัญลักษณ์เพื่อสื่อถึงความหมายในเชิงการเมือง ดังเช่นผลงาน FOREIGNERS EVERYWHERE ในปี 2005 ที่ใช้ภาษาอิตาเลียนและอารบิก และหากเรามองไปที่พื้นของรันเวย์ในโชว์นี้ เราก็จะเห็นว่าพื้นรันเวย์ถูกปูด้วยกระดาษหนังสือพิมพ์ อันเป็นผลงานของ Collective Claire Fontaine เช่นเดียวกัน ซึ่งเมื่อเข้าไปดูใกล้ๆ ก็จะพบว่ามันคือหนังสือพิมพ์ Le Monde ของฝรั่งเศส ที่ทำขึ้นใหม่โดยได้แรงบันดาลใจมาจากภาพถ่ายพอร์เทรตของศิลปิน Henri Matisse ซึ่งกำลังวาดรูปอยู่ในสตูดิโอ ถ่ายภาพโดยช่างภาพชาวฮังกาเรียน Robert Capa 
ในขณะที่ดีเทลต่างๆ ที่ปรากฏเป็นข่าวในหน้าหนังสือพิมพ์ที่ใช้มาปูพื้นรันเวย์นั้นต่างก็สะท้อนให้เห็นถึงข่าวคราวความเคลื่อนไหวรอบโลก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการเมือง ผู้หญิง หรือสิ่งแวดล้อม ซึ่งสื่อความหมายว่าข่าวเหล่านี้คือสิ่งที่มีอิทธิพลในการสร้างสรรค์งานศิลปะของศิลปินแทบทั้งสิ้น
อีกหนึ่งความน่าสนใจในประเด็นเรื่องเฟมินิสต์ที่ถูกนำมาใช้ในโชว์และเสื้อผ้าคอลเล็กชั่นนี้ก็คือ คำว่า “I Say I” ที่ปรากฏ ณ ทางเข้าโชว์และบนเสื้อทีเชิ้ตในคอลเล็กชั่นนี้ และบางประโยคที่เป็นป้ายไฟนีออนบนรันเวย์เช่น “We Are All Clitoridian Women”  ล้วนเป็นคำที่มาจากนักวิจารณ์ศิลปะและนักกิจกรรมเฟมินิสต์ชาวอิตาเลียน Carla Lonzi ซึ่งผลงานเขียนและแนวคิดของ Carla Lonzi คือแรงบันดาลใจหลักที่มาเรีย กราเซีย คิอุริ นำมาใช้ในการสร้างสรรค์คอลเล็กชั่นนี้ของดิออร์ 
Carla Lonzi เป็นนักกิจกรรมเฟมินิสต์ในช่วงยุค 1970s ที่งานเขียนของเธอได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย โดยเธอเสนอผ่านงาน The Rivolta Femminile ว่าผู้หญิงต้องตระหนักรู้และสำนึกในความเป็นตนเองให้ได้ โดยผ่านการวิเคราะห์แลกเปลี่ยนกับผู้หญิงคนอื่นๆ และการตระหนักรู้และเข้าใจตนเองนี้จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื่อได้รับการยอมรับและชื่นชมโดยตนเองและผู้หญิงคนอื่นด้วย
แต่ในขณะเดียวกันการตระหนักรู้และสำนึกในตัวเองของผู้หญิงนั้นก็ต้องเข้าใจว่าความเป็นผู้หญิงเองในหลากหลายแง่มุมก็ถูกประกอบสร้างขึ้นมาจากปัจจัยอื่นๆ ด้วย ดังเช่นในผลงาน The Clitoral and the Vaginal Woman และ Diary of a Feminist ซึ่งแนวคิดของ Carla Lonzi ก็มีรากฐานทางความคิดคล้ายกับนักสตรีนิยมเลื่องชื่อซีโมน เดอ โบวัวร์ กับคำกล่าวที่ลือลั่นว่า “เราไม่ได้เกิดมาเป็นผู้หญิง เรากลายมาเป็นผู้หญิง”
แต่ทฤษฎีเฟมินิสต์เหล่านี้ถูกจับเอามานำเสนอผ่านเสื้อผ้า งานแฟชั่นอย่างไร นอกจากการสรีนลายเสื้อด้วยคำพูดของเฟมินิสต์หรือประโยคต่างๆ ที่ยกมาใช้บนรันเวย์โชว์ มาเรีย กราเซีย คิอุริ ตระหนักข้อจำกัดนี้ดี เธอจึงเลือกหยิบสไตล์ที่เห็นได้ทั้งจากผู้หญิงที่ตระหนักและเข้าใจในความเป็นตัวเองอย่างแท้จริง 
หรือแม้แต่เสื้อผ้า การแต่งตัว ที่เห็นผ่านการเคลื่อนไหวของเฟมินิสต์หลากหลายคนในยุค 1970s หรือแม้แต่ภาพถ่ายของตัวเธอเองในยุคนั้น มากไปกว่านั้น เธอกล่าวว่า “ฉันต้องการให้คุณจำผู้หญิงคนหนึ่ง จากทัศนคติของเธอ รสนิยมของเธอ ไม่ใช่นักออกแบบที่ทำเสื้อผ้าของเธอ” 
การตระหนักรู้และสำนึกในตัวเองของผู้หญิงเพื่อสร้าง I และทุกครั้งที่เปล่งเสียง แสดงจุดยืน ทัศนคติอะไรก็ให้รู้ว่านั่นมาจาก I ที่แท้จริง ทั้ง I ที่ผ่านกระบวนการการยอมรับตนเองและได้รับการยอมรับจากผู้อื่นหรือ I ที่เข้าใจว่าก็ถูกประกอบสร้างขึ้นมาจากปัจจัยต่างๆ ดังเช่นคำว่า I SAY I ของ Carla Lonzi ที่ปรากฏอยู่บนเสื้อยืดของดิออร์ในคอลเล็กชั่นนี้ ก็เหมือนกับสิ่งที่มาเรีย กราเซีย คิอุริ กล่าว เธอไม่ได้สร้างเพื่อผ้ามาเพื่อให้คนจดจำว่าผู้หญิงคนนั้นสวมใส่เสื้อผ้าจากดีไซเนอร์คนไหน แต่เธอสร้างเสื้อผ้ามาเพื่อให้ผู้หญิงเลือกที่จะสร้างตัวตน สร้างความเป็น I ผ่านทัศนคติและรสนิยมโดยตัวของพวกเธอเอง 

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว