สุดยอด 15 ผลงานแฟชั่นผ้าไทย บนเวทีประกวดออกแบบเครื่องแต่งกาย โดยกระทรวงวัฒนธรรม

ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่สบาย” โดยฝีมือดีไซเนอร์รุ่นใหม่ที่มากด้วยไอเดียสร้างสรรค์
ถือเป็นอีกหนึ่งโปรเจกต์งานประกวดแห่งปี สำหรับการแข่งขันออกแบบเครื่องแต่งกายที่ทำมาจาก “ผ้าไทย” จัดโดย โครงการพัฒนาการออกแบบเครื่องแต่งกายผ้าไทยร่วมสมัย (Contemporary Fashion Competition) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม ภายใต้แนวคิด “ผ้าไทยใส่สบาย” เพื่อให้ดีไซเนอร์ไทยรุ่นใหม่ได้มีโอกาสแสดงศักยภาพในการออกแบบเสื้อผ้า โดยนำผ้าไทยมาเป็นวัตถุดิบในการสร้างสรรค์ผลงาน


“ผ้าไทยใส่สบาย” จากเอกลักษณ์ความงามของผ้าไทย สู่มุมมองทันสมัยในโลกแห่งแฟชั่น

จากจำนวนผู้ส่งผลงานเข้าร่วมประกวดกว่า 200 คน คณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในวงการแฟชั่นของเมืองไทยที่ประกอบด้วย คุณศิริชัย ทหรานนท์, คุณพลพัฒน์ อัศวประภา, คุณธีระ ฉันทสวัสดิ์, คุณพลัฏฐ์ พลาฎิ และคุณอธิษฐ์ ฐิรกิตติวัฒน์ ได้คัดเลือกผลงานต่างๆ ตามเกณฑ์การประกวด ก่อนจะประกาศผลผู้ชนะ 5 รางวัล ได้แก่ รางวัลชนะเลิศ, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 และรางวัลชมเชย 2 รางวัล
รางวัลชนะเลิศ : อนุชฎา ชูเกลี้ยง

คอนเซ็ปต์ผลงาน : BANTAD
แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก “เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่า เขาบรรทัด” ซึ่งเป็นพื้นที่ภูเขาปกคลุมด้วยผืนป่าฝนเขตร้อนตลอดเส้นทาง และยังคงสภาพอันอุดมสมบูรณ์มากอีกแห่งหนึ่งของประเทศไทย โดยนำการเดินทางของผู้หญิงคนหนึ่งที่หลงรักการท่องเที่ยว และการได้ไปเยือนจุดสูงสุดของเทือกเขาบรรทัด นับเป็นความประทับใจที่ต้องไปลองสักครั้งในชีวิต
จุดเด่นของเสื้อผ้าจะเป็นทรงหลวมที่สวมใส่สบาย อีกทั้งดีไซเนอร์ยังได้นำโครงร่างของเทือกเขาบรรทัด และสีสันมาออกแบบเป็นลายผ้าผสมผสานด้วยลายปัก ตัดเย็บด้วยผ้าไหมแบบทอ 2 เส้นที่มีเนื้อสัมผัสบางเบา เหมาะกับการออกแบบเสื้อผ้าที่เน้นความสบายในยามสวมใส่ รวมถึงการนำใยฝ้ายย้อมสีธรรมชาติมาปักเป็นโครงร่างของเทือกเขาบรรทัด และการนำเฟล็กเรืองแสงไดคัทเป็นโครงร่างของเทือกเขา นับเป็นอีกหนึ่งเทคนิคในการออกแบบเสื้อผ้าในครั้งนี้ ภายใต้รูปแบบ Ready to wear S/S 2021
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 : ณาร์รา สินถ่วง

คอนเซ็ปต์ผลงาน : Lost in Darjeeling
แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากเรื่องราวการเดินทางของ “สามพี่น้อง Whitman” ผู้ซึ่งไม่ค่อยจะลงรอยกัน บนเส้นทางสู่ดาร์จีลิ่งเพื่อตามหาแม่ ระหว่างทางต้องพบเจอเรื่องราวที่ไม่คาดคิดมากมาย นอกจากนี้ดีไซเนอร์ยังได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพยนตร์เรื่อง The Darjeeling Limited (2007) กำกับโดย Wes Anderson โดยดีไซเนอร์ได้บอกเล่าเรื่องราวผ่านลวดลายกราฟิกของมวลดอกไม้และทัศนียภาพ ด้วยเทคนิคบาติกลงบนผ้าไหมและใยกัญชง
รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 : รักสวัสดิ์ สวัสดิ์รักษ์
คอนเซ็ปต์ผลงาน : Sa-thu
แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจากต้นไม้ที่เกี่ยวข้องกับพิธีกรรมของไทย นั่นคือ “ใบตอง” ดีไซเนอร์ได้เลือกเอาจุดเด่นของใบตองทั้งลวดลาย เส้นใบ และพื้นผิวต่างๆ มาใช้ในการทอ พิมพ์ลาย และปั๊มลาย ผสมผสานกับเทคนิคในการตัดเย็บอย่างการผูกโบว์ การสอดด้วยริบบิ้นผ้า การจับจีบ และการรูดผ้าให้สวยงาม ส่วนโทนสีที่เลือกใช้ก็มาจากสีเขียวและสีน้ำตาลของใบตอง รวมถึงสีแดงชมพูและสีแสดจากสีของพระอาทิตย์ในช่วงเช้าตรู่และพลบค่ำ
รางวัลชมเชย ประเภทเทคนิคการสร้างสรรค์ผ้า : นรบดี ศรีหะจันทร์
คอนเซ็ปต์ผลงาน : สิงห์เหนือเสือใต้
แรงบันดาลใจในการออกแบบ มาจากการนำภูมิปัญญาด้านการสร้างสรรค์ผ้าจากสองภูมิภาคของไทยมาผสมผสานเข้าด้วยกันนั่นคือ “การย้อมฮ่อมย้อมครามของ จ.แพร่ ทางภาคเหนือ และการทำผ้าบาติกของ จ.กระบี่ ทางภาคใต้” อีกทั้งยังนำเอาลวดลายจาก “ชามตราไก่” ที่มักพบเห็นในงานเครื่องปั้นดินเผาทางภาคเหนือนำมาสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการกั้นเทียนย้อมฮ่อม และลวดลายที่แสดงถึงความอุดมสมบูรณ์ของป่าดิบชื้นในเทือกเขาบรรทัดทางภาคใต้ นำมาสร้างสรรค์ด้วยเทคนิคการเขียนลายบาติกด้วยมือทั้งหมด
ความพิเศษอีกสิ่งหนึ่งคือ การผสานนวัตกรรมลงในผืนผ้า ทั้งการผสมเส้นใยนาโนเข้ากับเส้นใยคอตตอน ให้คุณสมบัติต้านเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของการเกิดกลิ่นเหม็นอับในเนื้อผ้า และเส้นใยฟิลาเจนที่ได้จากเกล็ดปลาทะเลน้ำลึกมีคุณสมบัติคล้ายคอลลาเจน ช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้แก่ผิว และสามารถป้องกันรังสียูวีได้สูงสุดถึง *UPF50 ผสมเข้ากับเส้นไหม เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์ของผู้สวมใส่ในยุคที่มองหาเสื้อผ้าที่มากกว่าแค่ความสวยงาม แต่ต้องตอบโจทย์ในเรื่องของการใช้สอยและการดูแลรักษาอีกด้วย
รางวัลชมเชย ประเภทเทคนิคการสร้างสรรค์ผ้า : ประสบชัย วิจารณ์พล

คอนเซ็ปต์ผลงาน : The Acculturation
แรงบันดาลใจในการออกแบบมาจาก “ภาพถ่ายของชนเผ่ากระเหรี่ยง” ในช่วงปี ค.ศ.1920-1930 ในต่างประเทศ ซึ่งในภาพจะมีความแตกต่างกันระหว่างสังคม วัฒนธรรม และการแต่งกาย จึงนำมาเป็นคอนเซ็ปต์ “การผสมผสานระหว่างตะวันออกและตะวันตก” โดยการนำเอาโครงร่างเงาของชุดชนเผ่ากระเหรี่ยงมาผสมผสานกับความทันสมัยของไอเทมสูทและเดรส บวกกับเทคนิคผ้าบาติกวาดเป็นลายทัศนียภาพแบบ Abstract ที่สะท้อนผ่านกระจกของสถาปัตยกรรม ทำให้รูปทรงของธรรมชาติผิดเพี้ยนไปจากเดิม
นอกจากผลงานของผู้ชนะทั้ง 5 รางวัลแล้ว ก็ยังมีผลงานที่น่าสนใจของดีไซเนอร์ที่ผ่านเข้ารอบสุดท้ายอีก 10 ท่าน ซึ่งเรานำมาฝากให้ทุกคนได้ชมไปพร้อมๆ กันในครั้งนี้ด้วย
เจ้าของผลงาน : บรรพต คูณผล

คอนเซ็ปต์ผลงาน : #หมอลำ
จากความโดดเด่นและเอกลักษณ์อย่างชัดเจนของการแสดง “หมอลำ” ศิลปะการแสดงทางภาคอีสานของไทยที่มีทั้งการร้อง เล่น เต้นรำอย่างสนุกสนาน สะท้อนให้เห็นถึงภูมิปัญญาและวิถีชีวิตที่สร้างความบันเทิงให้เกิดขึ้น ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะนี้เอง จึงนำมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชั่น โดยใช้ผ้าบาติกซึ่งเป็นผ้าภูมิปัญญาชาวบ้านทางภาคใต้ของไทย ทำให้เกิดความงามรูปแบบใหม่ที่นำเสนอเรื่องราวของศิลปะ 2 ขั้วอารยธรรมมาอยู่ด้วยกัน ใช้สีสันที่ฉูดฉาดน่าสนใจและลวดลายแบบใหม่ ที่สำคัญสามารถสวมใส่ได้อย่างสบายในชีวิตประจำวัน
เจ้าของผลงาน : อนุรักษ์ มูเก็ม

คอนเซ็ปต์ผลงาน : Searching Absolute Thainess
จากแนวคิดที่ว่า “ความเป็นไทยคืออะไร?” เป็นคำถามที่ชวนให้ฉุกคิดอยู่ตลอด เพราะเมื่อเราออกไปเดินตามท้องถนน กลุ่มคนหลากหลายทั้งขอทาน คนเก็บขยะ หรือคนเร่ร่อน คนเหล่านี้คือคนไทยใช่หรือไม่? คนเหล่านี้คือใคร? คือสิ่งที่สกปรกรกตาที่ทำให้ประเทศนี้แปดเปื้อนน่าอับอาย? หรือพวกเขาคือตัวแทนของความจริงที่สะท้อนความเหลื่อมล้ำของประเทศ การเลือกหยิบยกเรื่องราวของกลุ่มคนที่สังคมมองข้ามมาเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบ เพื่อต้องการสะท้อนภาพความจริงที่สังคมส่วนใหญ่ไม่ยอมรับ ผ่านงานศิลปะ การเลือกใช้ผ้าทอมัดหมี่จาก จ.ชัยภูมิ มาตัดเย็บโดยการตัดผ้าให้น้อยที่สุด และนำเศษผ้าที่เหลือใช้มาประกอบใหม่
เจ้าของผลงาน : ธรรมชาติ โชคแสน

คอนเซ็ปต์ผลงาน : UN (N O R M A L)
แนวคิดมาจากการผสมผสานวัฒนธรรมเก่าให้เข้ากับวัฒนธรรมใหม่ การปรับและการประยุกต์เพื่อให้เข้ากับลักษณะรวมถึงบุคลิกของคนเมือง โดยศึกษาผลงานศิลปะแนว Minimalism ของ Robert จากผลงานประติมากรรมผ้า FELT
เจ้าของผลงาน : อัครวินท์ สุมาลุย์

คอนเซ็ปต์ผลงาน : Summer Art
แนวคิดมาจากผลงานของ Henri Matisse ศิลปินชาวฝรั่งเศสที่สร้างงานศิลปะแบบตัดปะกระดาษที่ถ่ายทอดความเรียบง่ายและสนุกสนานด้วยสีสันและรูปทรงเรขาคณิต นำมาสู่การสร้างสรรค์คอลเลคชั่น Spring/Summer จากผ้าไทยที่หยิบเอา Mood & Tone ในผลงานของ Matisse มาผสมผสานกับความดั้งเดิมของศิลปะงานทอผ้าพื้นเมืองของไทย เล่าบรรยากาศของฤดูร้อนด้วยสีสันและลวดลายจากงานศิลปะ โดยถอดเอาลายแม่แบบในลายผ้าทอพื้นเมือง เช่น ลายทาง ลายเรขาคณิต มาจัดการใหม่ทั้งในเรื่องของจังหวะเส้นลายและสีสัน เพื่อให้ดูทันสมัย เข้าใจง่าย ด้วยวิธีการที่หลากหลายทั้งงานทอและงานปัก
เจ้าของผลงาน : พุทธนันท์ นพกวด

คอนเซ็ปต์ผลงาน : TODAY IS … What is lucky color of the day
แนวคิดมาจากเพลงท่อนหนึ่งในละครเวทีเรื่อง “สี่แผ่นดิน” ที่ว่า “อย่างวันนี้นี่คือวันจันทร์ ถ้านุ่งตามวันคือเหลือง แล้วสไบต้องใช้บานเย็นจะงามและเหมาะสม” ซึ่งเล่าถึงการแต่งกายสีประจำวันของชาววังในสมัยรัชกาลที่ 5 และความเชื่อเรื่องการแต่งกายสีมงคลประจำวันได้ถ่ายทอดมาจนถึงปัจจุบัน โดยนำแนวคิดนี้มารวมเข้ากับแนวคิดของเสื้อผ้าแบบไร้เพศ คือเสื้อผ้าที่ใส่ได้ทั้งหญิงและชาย โดยออกแบบให้ชุดมีโครงสร้างที่หลวมๆ ใส่สบาย เน้นความเรียบง่ายที่สามารถใส่ได้จริงในชีวิตประจำวัน โดยผ้าที่ใช้คือผ้าใยกล้วย
เจ้าของผลงาน : วรเมธ มอญถนอม

คอนเซ็ปต์ผลงาน : Bohemian Hint
แนวคิดมาจากการแต่งกายสไตล์โบฮีเมียนที่มีเอกลักษณ์โดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นลวดลายหรือแนวคิดที่เรียบง่ายในโครงสร้างเสื้อผ้า รายละเอียดต่างๆ หรือแนวคิดที่ไร้กฎเกณฑ์ตายตัว มีความเป็นอิสระ อีกทั้งยังโดดเด่นในการใช้วัสดุที่มีความเป็นพื้นเมืองต่างๆ เข้ามาประยุกต์ใช้ มีแนวคิดเกี่ยวกับธรรมชาติ การใช้สิ่งที่มีอยู่ในชุมชนให้มีค่า ซึ่งแนวความคิดและเอกลักษณ์ของโบฮีเมียนสอดคล้องกับผ้าของคนไทยที่พัฒนามาจากชุมชน โดยใช้วัสดุหรือเส้นใยจากธรรมชาติเพื่อสร้างสรรค์ผืนผ้าหรืองานหัตกรรมอื่นๆ ของไทย
เจ้าของผลงาน : ฐากร ถาวรโชติวงศ์

คอนเซ็ปต์ผลงาน : พลิ้วไหวอวดโฉมงาม
แนวคิดมาจากเรื่องราวของ “ผีเสื้อ” และส่วนที่สวยงามที่สุดก็คือปีกทั้งสองข้าง และจะยิ่งสวยขึ้นเมื่อออกบินเพราะเกิดความพลิ้วไหวเมื่อปีกต้องลม ผีเสื้อมีเวลาอวดปีกที่สวยงามได้เพียงไม่กี่วัน การได้เห็นจึงเป็นสิ่งที่มีค่ามาก นำไปสู่โครงชุดที่มีความพลิ้วไหวสวยงามเวลาขยับร่างกายและแฝงไปด้วยรายละเอียดเล็กๆ ที่ต้องสังเกตอย่างละเมียดละไม รวมถึงแรงบันดาลใจที่มาจากเรื่องราวความสัมพันธ์ระหว่าง “ชาวบ้านภาคอีสานและผีเสื้อหนอนไหม” จนเกิดเป็นการสร้างสรรค์คอลเลกชั่นนี้ เพื่อแสดงคุณค่าและให้ความสำคัญในเรื่องราวเชิงวิถีชุมชน
เจ้าของผลงาน : รักษ์พล มหาพราหมณ์

คอนเซ็ปต์ผลงาน : EVERYDAY LUCK(Y)
แนวคิดมาจาก “ความเชื่อของคนไทย” ที่บูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์และเครื่องรางในรูปแบบต่างๆ เป็นที่ยึดเหนี่ยวจิตใจ เสริมสิริมงคลในการดำเนินชีวิตที่มีมาแต่โบราณ โดยดีไซเนอร์ได้สอดแทรกการนุ่งผ้าถุงและเครื่องแต่งกายของคนภาคใต้ เพิ่มความร่วมสมัยด้วยคอปก อีกทั้งยังตอกย้ำคอนเซ็ปต์เรื่องความเชื่อ ด้วยการสร้างลายผ้าที่ได้แรงบันดาลใจจากลายเส้นและสีสันยุค 60S นั่นคือ ลายควันธูปและลายกอร์กอน
เจ้าของผลงาน : พีรพงษ์ ไชยบุรี

คอนเซ็ปต์ผลงาน : ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง
แนวคิดมาจากภูมิปัญญางานผีมือและงานปักผ้าด้วยมือของชาวเขาใน จ.เชียงราย ถ่ายทอดเรื่องราวพระราชดำรัสของสมเด็จย่า “ฉันจะปลูกป่าบนดอยตุง” ผ่านผ้าฝ้ายทอมือภาคเหนือผสมผสานผ้าไหมไทย ที่บอกเล่าเรื่องราวและหวนรำลึกถึงพระราชกรณียกิจของสมเด็จย่าในรูปแบบเครื่องแต่งกายที่สามารถสวมใส่ในชีวิตประจำวันและเข้าถึงทุกกลุ่มวัย
เจ้าของผลงาน : ชวกร ทองประศรี

คอนเซ็ปต์ผลงาน : ส.ค.ส. ส่งความสุข
แนวคิดมาจาก “ส.ค.ส. พระราชทาน” เนื่องจากตัวดีไซเนอร์ได้มีการศึกษาเกี่ยวกับเรื่องราวนี้และความสุขในการอ่านทำให้รู้ว่าการเขียน ส.ค.ส. หรือจดหมายเป็นศิลปะแขนงหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการเขียนตัวอักษรและการตกแต่ง จึงเป็นแรงบันดาลใจในการออกแบบคอลเลกชั่นที่ถ่ายทอดเรื่องราวออกมาจาก ส.ค.ส. พระราชทาน ที่ทำให้ผู้เขียนมีความสุขและยังทำให้ผู้อ่านมีความสุขเช่นกัน
สำหรับผู้ที่สนใจข่าวสารและโครงการประกวดของสำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย กระทรวงวัฒนธรรม สามารถเข้าไปติดตามชมรายละเอียดกันได้ที่ www.ocac.go.th

TAG

Related Stories

อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว