เครื่องประดับสุดหรูจาก Chanel ที่สร้างจากความผูกพันที่กาเบรียล ชาเนลมีต่อรัสเซีย

จุดหมายที่ชาเนลตกหลุมรักแม้ไม่เคยได้ไปเยือน
ผลงานสร้างสรรค์ของชาเนลนั้นมักจะได้แรงบันดาลใจมาจากเรื่องราวความรักรวมถึงประสบการณ์ในชีวิตที่เธอพบเจอ มีชายคนรักของกาเบรียลหลายคนซึ่งเป็นที่รู้จักกันดีไม่ว่าจะเป็นดยุคแห่งเวสต์มินสเตอร์ และ Boy Chapel แต่จะมีสักกี่คนที่รู้ว่าเธอเคยมีความสัมพันธ์กับ แกรนด์ ดยุค ดิมิทริ พาฟโลวิช (Grand Duke Dmitri Pavlovich) พระญาติของพระเจ้าซาร์นิโคลัสที่ 2 ซึ่งเธอได้เจอกับเขาในปี ค.ศ. 1911 เจ้าชายรูปงามที่กาเบรียลเรียกว่า “My Prince” ผู้ชายที่ทำให้เธอตกหลุมรักรัสเซียจนถอนตัวไม่ขึ้น
แกรนด์ ดยุค ดิมิทริ พาฟโลวิช เจ้าชายรูปงามผู้ร่ำรวยทั้งเงินทองและรสนิยมได้เปิดโลกให้กาเบรียลรู้จักกับวัฒนธรรมของรัสเซีย แม้ทั่งคู่จะมีความสัมพันธ์กันในช่วงเวลาสั้นๆ แต่มันก็ส่งผลต่อชีวิตและไลฟ์สไตล์ของกาเบรียลไม่น้อย โดยเฉพาะผลงานการออกแบบของเธอในช่วงยุค 1920s กาเบรียลเคยนำเอาแรงบันดาลใจจากชุดพื้นเมือง รูบาชก้า (Roubachkas) มาออกแบบเสื้อผ้าสตรีที่ปักประดับไปด้วยลวดลายพื้นเมือง งานปักนั้นสร้างสรรค์โดยร้าน คิทเมียร์ (Kitmir) กิจการของน้องสาวดยุค ดิมิทรินั่นเอง
ความหลงใหลในศิลปะและวัฒนธรรมของรัสเซียยิ่งชัดเจนมากขึ้น เมื่อกาเบรียลได้มารู้จักกับศิลปินคนดังที่อพยพมาปารีสหลังจากเกิดการปฏิวัติรัสเซีย ซึ่งก่อนหน้านี้กาเบรียลนั้นเป็นเพื่อนกับ มิเซีย เซิร์ท (Misia Sert) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งศิลปะบาโรกยุคใหม่อยู่แล้ว การได้มาพบปะสังสรรค์จนกลายเป็นกลุ่มเพื่อนกันกับเหล่าศิลปินไม่ว่าจะเป็น สตาวินสกี้ (Stravinsky)  ดิอากิเลฟ (Diaghilev) รวมทั้งนักเต้นและนักออกแบบท่าเต้นที่มีเสน่ห์ของคณะบัลเลต์ รูสส์ ยิ่งทำให้เธอซึมซับวัฒนธรรมของรัสเซียมากยิ่งขึ้น มากไปกว่านั้นน้ำหอมชาเนลนัมเบอร์ไฟว์อันเลื่องชื่อก็ถูกสร้างสรรค์โดย เออร์เนสต์ โบ (Ernest Beaux)ผู้ปรุงน้ำหอมในวังของพระเจ้าซาร์
“ชาวรัสเซียทำให้ฉันหลงใหล”กาเบรียลนั้นเคยเอ่ยปากกับปอล โมรองด์ (Paul Morand) นักเขียนชื่อดังที่ถ่ายทอดเรื่องราวชีวิตของกาเบรียลผ่านหนังสือ The Allure of Chanel คำกล่าวนี้ยิ่งเป็นการการันตีถึงความชื่มชมที่เธอมีต่อรัสเซีย ด้วยเหตุผลเหล่านี้จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่  Patrice Laguèreau เฮดดีไซเนอร์แผนกเครื่องประดับได้นำสัญลักษณ์และแรงบันดาลใจจากรัสเซียมาออกแบบเป็นเครื่องประดับชั้นสูงคอลเลกชั่น LE PARIS RUSSE DE CHANEL ในปีนี้ที่มีมากเกือบ 70 ชิ้น
สัญลักษณ์ที่แสดงออกถึงความเป็นรัสเซียอย่างชัดเจนคือบรรดาเครื่องประดับรูปนกอินทรีสองเศียร นกอินทรีนั้นเปรียบดั่งผู้พิทักษ์สัญลักษณ์ของจักวรรดิรัสเซียและยังเป็นชื่อบทละครของฌ็อง คอคโต (Jean Cocteau) เพื่อนรักของกาเบรียล โดยบทละครมีชื่อว่า The Eagle with Two Heads สื่อเรื่องราวถึงความรักแนวโรแมนติกดราม่าที่เกิดขึ้นในดินแดนรัสเซียสร้างมาจากจินตนาการ ไม่เพียงเท่านั้นในอพาร์ทเมนต์อันเลื่องชื่อของกาเบรียลก็ยังตกแต่งด้วยกระจกทรงแปดเหลี่ยมกรอบรูปนกอินทรีสองเศียรด้วยเช่นกัน เราจึงได้เห็นผลงานออกแบบเครื่องประดับ Aigle Cambon และ Aigle Protecteur โดดเด่นด้วยนกอินทรีสองเศียรไม่ว่าจะเป็นแหวน กำไล และสร้อยคอเพชรสามชั้น
คอสตูมของรัสเซียเองก็ได้ถูกนำมาถ่ายทอดเป็นเครื่องประดับชิ้นสวย ที่เห็นได้อย่างเด่นชัดคือโกโกสนิก (Kokoshnik) เครื่องประดับศีรษะแบบพื้นเมืองของรัสเซียที่ทำจากผ้ากำมะหยี่ตกแต่งด้วยมุก ปักประดับลายและตกแต่งขอบด้วยดิ้นทองหรือริบบิ้นสี รวมถึงชุดพื้นเมือง รูบาชก้า (Roubachkas)ที่เต็มไปด้วยงานปักประดับ และซาราฟาน (Sarafan) ได้ถูกนำมาถอดแบบและแทนที่ผืนผ้าและด้ายปักด้วยตัวเรือนทอง ไวท์โกลด์ประดับประดับไปด้วยเพชร และเพชรแฟนสีเหลืองสำหรับเครื่องประดับเซ็ต Roubachka และ Sarafane
เครื่องประดับชั้นสูงของชาเนลในครั้งนี้ยังคงเอกลักษณ์สำคัญของแบรนด์เอาไว้ ในผลงานเซ็ต Folklore ที่ผสมผสานรูปทรงของดอกมิลเลียเข้ากับโกโกสนิก (Kokoshnik) อย่างลงตัว ลวดลายเส้นสายของดอกคามิลเลียนั้นคล้ายกับการเดินเส้นขอบของโกโกสนิก เครื่องประดับเซ็ตนี้ได้นำสีสดใสของเครื่องประดับศีรษะพื้นเมืองมาใช้จึงโดดเด่นด้วยพื้นสีแดงจากเทคนิกการลงยา เส้นลวดลายประดับด้วยการฝังเพชรพาเว่และแต่งแต้มความสดใสด้วยอัญมณีคาโบชองหลากสีและมุกไม่ต่างจากดีไซน์ของโกโกสนิก
หนึ่งเครื่องประดับชิ้นไฮไลต์ในครั้งนี้คือเซ็ต Blè Maria ซึ่งเป็นการผสมผสานความโมเดิร์นเข้ากับงานออกแบบพื้นเมืองจนเกิดเป็นเทียร์ร่าตัวเรือนทองแต่งแต้มรวงข้าวสีทองที่ประดับด้วยเพชรแฟนซีสีสวย และอัญมณีโทนสีพาสเทลไม่ว่าจะเป็น ทัวร์มาลิน สปิเนลสีชมพู และแมนดารินการ์เน็ต
แม้ว่ากาเบรียล ชาเนลจะหลงใหลรัสเซียมากเพียงไหนแต่เธอไม่เคยเดินทางไปรัสเซียเลยสักครั้ง แต่ผลงานของเธอนั้นกลับได้ไปอวดโฉมบนรันเวย์ ณ เรดสแควร์ ในกรุงมอสโก ในปีค.ศ. 1967นางแบบที่ได้เดินทางไปร่วมโชว์ในคราวนั้นได้นำรวงข้าวสาลีสีเหลืองทองกลับมาเพื่อแสดงความขอบคุณ กาเบรียลได้วางรวงข้าวที่บอบบางซึ่งนางแบบนำกลับมาให้ไว้ข้างๆ รวงข้าวสีทองที่โรแบร์ กูส์ซองส์ (Robert Goossens) ออกแบบสำหรับตกแต่งอพารท์เมนท์ของเธอ และรวงข้าวสาลีก็ได้กลายเป็นหนึ่งสัญลักษณ์ที่ชาเนลโปรดปราน ซึ่งได้ถูกนำมารังสรรค์เครื่องประดับชั้นสูงในครั้งนี้ด้วยเช่นกัน LE PARIS RUSSE DE CHANEL จึงเป็นผลงานออกแบบที่สะท้อนความรักและความหลงใหลที่เธอมีต่อรัสเซีย จุดหมายที่แม้ไม่เคยได้ไปเยือนแต่กลับสร้างจินตนาการให้เธอได้อย่างไม่รู้เบื่อ

TAG

Related Stories

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

โมเมนต์การกระทบไหล่กับศิลปินผู้โด่งดังในวงการแฟชั่นมากมาย
สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว