ตำนานคอสตูมจิวเวลรี่ของ Chanel จากต้นกำเนิดถึงปัจจุบันอันสวยหรูเป็นเอกลักษณ์

ชมผลงานและแรงบันดาลใจการออกแบบของมาดมัวแซลชาเนล
มาดมัวแซลชาเนลชอบการผสมผสานสิ่งต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน ทั้งของหรูหราสูงค่าและของสวยเก๋ราคาไม่แพง เช่นเดียวกันกับการสวมจิวเวลรี่ล้ำค่ากับคอสตูมจิวเวลรี่ที่เป็นดั่งการผสานไว้ซึ่งแรงบันดาลใจและแอตติจูด ความเรียบง่ายและความหรูหราสง่างาม งานคอสตูมจิวเวลรี่ชิ้นแรกของชาเนลเกิดขึ้นในช่วงยุค 1920s ซึ่งเป็นการร่วมงานกับศิลปินผู้สร้างสรรค์งานอัญมณีและคอสตูมจิวเวลรี่ ผลงานการสร้างสรรค์ที่เกิดขึ้นเป็นเสมือนดั่งการหลอมรวมแรงบันดาลใจและฝีมือเชิงช่างให้ออกมาดูมีเสน่ห์และไม่เหมือนใคร โดดเด่นด้วยเอกลักษณ์และรูปทรงซึ่งทำให้งานออกแบบคอสตูมจิวเวลรี่ของชาเนลนั้นยังคงเลื่องชื่อมาจนถึงปัจจุบัน
ผลงานการออกแบบของมาดมัวแซลชาเนล ทั้งเสื้อผ้าและเครื่องประดับนั้นมีที่มาไม่ต่างกัน ทั้งคู่มาจากชีวิตและแรงปรารถนาของเธอเอง โดยได้รับอิทธิพลมาจากศิลปินสาขาต่างๆ และผู้ที่ทรงอิทธิพลในสังคม ณ ช่วงเวลานั้นๆ นางแบบที่สวมใส่เครื่องประดับของชาเนลก็เหมือนกับตัวมาดมัวแซลชาเนลเอง เครื่องประดับเหล่านั้นเสริมส่งให้ดูหรูหรามั่งคั่ง สร้อยคอระย้าหลากหลายเส้นสวมทับเป็นเลเยอร์ที่ช่วงคอ ข้อมือและแขนเต็มไปด้วยกำไลเรียงร้อยต่อกันดั่งถุงมือ เส้นสายอันสวยงามบริสุทธิ์ดูหรูหราและสุขุมนุ่มลึกเหล่านั้นประกอบขึ้นมาจากหินมีค่า มุก และโลหะล้ำค่าอย่างเงินชุบด้วยทอง หรือทองเหลือง และยิ่งดูโดดเด่นมากขึ้นเมื่อผสมผสานกับการออกแบบที่น่าหลงใหลและไม่เหมือนใคร อย่างกำไลข้อมือที่กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของแขนเสื้อเชิ้ต เข็มขัดจิวเวลรี่ถูกนำมาประดับบนตัวใต้หน้าอก แทนที่จะอยู่ที่เอว หรือแม้กระทั่งเข็มกลัดที่สวยหรูก็ถูกนำมาประดับประดาบนชุดกระโปรง

เครื่องประดับที่ได้แรงบันดาลใจมาจากยุคบาโรคและไบเซนไทน์เรียงร้อยด้วยมุกลดลั่นเป็นเส้นสายในแบบ อาร์ตเดโก นี่คือรูปแบบงานออกแบบเครื่องประดับของชาเนลที่ทำให้เส้นแบ่งระหว่างของจริงและของปลอมนั้นรางเลือน ซึ่งในช่วงยุค 1920s นั้น มาดมัวแซลชาเนลใช้ช่างจิวเวลรี่ Gripoix ในการทำงานให้กับเธอ ต่อมาในยุค 1930s ก็เป็นฟรองซัวล์ อูโก (François Hugo) จาก Goldsmith จนเมื่อถึงปี 1954 เธอจึงเริ่มทำงานในรูปแบบคอลลาโบเรชั่นกับโรเบิร์ต กูสเซนส์ (Robert Goossens) มาเป็นผู้ถ่ายทอดงานออกแบบของเธอด้วยการใช้โลหะ หินแก้ว หินคริสตัล แทนการใช้หินจริง ด้วยทักษะเชิงช่างที่มาดมัวแซลเรียกว่า Barbarian Byzantine ทำให้เธอสามารถสร้างสรรค์เครื่องประดับในรูปสัญลักษณ์ที่เธอโปรดปรานไม่ว่าจะเป็นไม้กางเขน สิงโต พระอาทิตย์ ดวงดาว และขนนกได้
เมื่อถึงคราวที่จะต้องออกแบบคอลเลกชั่น มาดมัวแซลชาเนลและโรเบิร์ต กูสเซนส์ จะนัดหมายมาพบเจอกันที่ห้องเสื้อชาเนล ณ 31 Rue Cambon เขาทั้งสองแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและแรงบันดาลใจซึ่งกันและกัน ทั้งการอ่านหนังสือ การไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเหล่านี้คือที่มาของคอลเลกชั่นเครื่องประดับจากชาเนล อย่างต่างหูทรงรังนก สร้อยคอระย้าประดับมุกและตัว C รวมไปถึงเข็มกลัดตัว C อันเป็นความคลาสสิกของชาเนล แต่แล้วการร่วมงานกันระหว่างมาดมัวแซลชาเนลและโรเบิร์ต กูสเซนส์ก็ต้องหยุดลง เมื่อมาดมัวแซลชาเนลเสียชีวิตลงเมื่อปี 1971 แต่นั่นก็ไม่ได้ทำให้สายสัมพันธ์ระหว่างแบรนด์ชาเนลและโรเบิร์ต กูสเซนส์จบลงแต่อย่างใด ในปี 2005 โรเบิร์ต กูสเซนส์ยังคงมาร่วมงานกับแบรนด์ชาเนลในคอลเลกชั่น Métiers d’Art และได้ร่วมสร้างสรรค์เครื่องประดับอันทรงคุณค่าที่ผสานไว้ซึ่งงานออกแบบและทักษะเชิงช่างในแบบชาเนลไว้ได้อย่างเต็มเปี่ยม
หลังจากการเสียชีวิตของมาดมัวแซลชาเนล คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์คือผู้ที่เข้ามาสานต่อการสร้างสรรค์คอสตูมจิวเวลรี่ของแบรนด์อันเก่าแก่ระดับโลกนี้ เขาเลือกสัญลักษณ์ตัว C และตัว C ไขว้มาใช้ในการออกแบบเครื่องประดับต่างๆ ตั้งแต่สร้อยคอไปจนถึงต่างหู ในวัสดุที่หลากหลาย ทั้งมุกเทียม เพชรเทียม เรซิ่น เพล็กซี่กลาสส์ หรือแม้กระทั่งผ้าก็ถูกนำมาใช้ในการสร้างสรรค์เครื่องประดับคอสตูมจิวเวลรี่อีกด้วย จนเกิดเป็นไลน์เครื่องประดับคอสตูมจิวเวรี่ของชาเนลโดยเฉพาะ รวมไปถึงการสร้างสรรค์คอส-ตูมจิวเวลรี่ในคอลเลกชั่นต่างๆ ทั้งเรดี้ทูแวร์ ครูซ และ Métiers d’Art ที่มีออกมาให้เห็นอย่างสม่ำเสมอ และในคอลเลกชั่นครูซ 2017/18 นี้ คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์ ได้สร้างสรรค์คอสตูมจิวเวลรี่ที่โดดเด่นด้วยดีไซน์อีกครั้ง ด้วยการนำเอาสัญลักษณ์จากยุคโบราณมาผสมผสานกับสัญลักษณ์อันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ชาเนลเอง ชุดกระโปรงในแบบเทพีกรีกโรมัน เสื้อ ทูนิกในแบบบาทหลวง หรือชุดสูทที่ได้รับการดัดแปลงใหม่ล้วนสวมใส่กับคอสตูมจิวเวลรี่แทบทั้งสิ้น สัญลักษณ์อย่างผึ้งถูกนำมาใช้ในรูปแบบของชาร์ม นกฮูกของเทพีอธีน่า ดอกไม้อันมาจากสวนโอลิมปัส ถูกนำมาผสมผสานกับตัวอักษร C ไขว้ของชาเนลบนโลหะลายควิลต์และประดับด้วยมุกเทียมอันเป็นที่รักของมาดมัวแซลชาเนล นอกจากนี้ยังแผ่นโลหะเงินและทอง เรซิ่น หินมีค่า อควอมารีน คอร์เนเลี่ยน หินแร่แอเก็ต ควอตซ์ หนังที่ประดับประดาไปด้วยคอสตูมจิวเวลรี่ ในโทนสีส้มและสีแดงเทร์ราค็อตตา อันเป็นโทนสีของกรีกโบราณ รวมไปถึงสีน้ำเงินรอยัลบลู สีฟ้าเทอควอยซ์ สีเขียว และสีชมพู
กำไลข้อมือหยิบมาสวมใส่ที่ต้นแขน เฮดแบนด์ทำมาจากสายโซ่ และดอกไม้จากหนังถูกนำมาประดับประดาเป็นเครื่องศีรษะ ทั้งหมดเป็นการผสมผสานกันระหว่างความเข้มแข็งและความอ่อนโยน ความงามในแบบอ่อนหวานและงานอาร์ตเชิงกราฟิก เครื่องประดับทุกชิ้นล้วนให้อารมณ์ในการสวมใส่แบบเทพีกรีกแต่ผสมผสานเอกลักษณ์ของแบรนด์และความร่วมสมัยลงไป อย่างโช้กเกอร์ที่ผสมการใช้หนังและพวงระย้าของมุกและหินมีค่า กำลข้อมือรูปตัว C ไขว้ที่ใช้หนังสีสดให้ความรู้สึกถึงความทันสมัยในแบบงานป็อปอาร์ต นอกจากนี้ยังมีเข็มกลัดรูปลูกศร จี้ห้อยรูปแจกันกรีกโบราณ ดอกคามิลเลีย และดอกโคฟเวอร์สัญลักษณ์อันเต็มไปด้วยความหมายที่ถูกหยิบจับนำมาใช้ที่แสดงให้เห็นถึงสปิริตในแบบกรีกโบราณอันสามารถผสมผสานอยู่กับเอกลักษณ์ของแบรนด์ชาเนล ที่มีทั้งความแข็งแกร่ง อ่อนโยน เก่าแก่ล้ำค่าและหรูหราทันสมัยได้อย่างครบถ้วน

TAG

Related Stories

สะท้อนตัวตนของผู้หญิงยุคใหม่ที่ชาญฉลาดแต่ยังแฝงความขบถอยู่ในตัว
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
เหนือสิ่งอื่นใด งานเทเลอร์ของ Thom Browne ก็ยังคงเป็นอะไรที่เราสะดุดตาอยู่เสมออยู่ดี

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว