Cartier พาชมเรือนเวลาสุดหรูหรารุ่นล่าสุดที่เปิดตัวในงาน Watches and Wonders 2023

ภายใต้ไอเดียสร้างสรรค์ที่มาพร้อมการดีไซน์รูปทรงแปลกใหม่และนวัตกรรมอันทรงคุณค่า

ในงานโชว์เคสระดับโลกอย่าง Watches and Wonders 2023 ที่ผ่านพ้นไปเมื่อไม่นานมานี้ นับเป็นครั้งแรกที่ Cartier ได้นำเรือนเวลาชิ้นไฮไลต์มากมายที่มีดีไซน์หรูหราน่าตื่นตามาให้คนรักนาฬิกาได้รับชมกันอย่างใกล้ชิด บาซาร์จึงถือโอกาสนี้ขออาสาพาไปชมนาฬิกาในคอลเลกชั่นใหม่ที่น่าสนใจของ Cartier ซึ่งพร้อมทยอยวางจำหน่ายให้ได้เป็นเจ้าของแล้วในปีนี้

TANK AMÉRICAINE คือหนึ่งในนาฬิกาไอคอนิกของคาร์เทียร์ที่เป็นผลงานการออกแบบในปี 1987 และเปิดตัวเมื่อปี 1989 โดยได้แรงบันดาลใจตลอดจนตัวเรือนทรงโค้งมนมาจาก Tank Cintrée แต่ขณะเดียวกันก็มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เพราะเป็นนาฬิการุ่นแรกที่มาพร้อมสายแบบปรับความยาวได้ที่สอดรับกับหัวบัคเกิลแบบพับได้อันโด่งดัง ซึ่งคาร์เทียร์ได้ยื่นจดสิทธิบัตรตั้งแต่ปี 1910  

TANK AMÉRICAINE

ในปี 2023 เมซงได้เน้นย้ำดีไซน์ต้นฉบับและรูปทรงโค้งมนของ Tank Cintrée ให้เด่นชัดยิ่งขึ้น ด้วยการสลักเส้นสายที่ละเอียดยิ่งกว่าเดิมและดูปราดเปรียว ความบริสุทธิ์ของรูปทรงได้รับการเน้นให้เด่นชัดขึ้นด้วยสไตล์ของหน้าปัดและการเชื่อมกรอบข้างตัวเรือนให้เข้ากับสายนาฬิกาอย่างไร้ที่ติ  

TANK AMÉRICAINE

กลไกภายในคือรุ่น 1899 MC ที่ปรับขนาดให้สอดคล้องกับตัวเรือนที่บางลง Tank Américaine 2023 มีให้เลือกในแบบตัวเรือนและสายทองคำ (all gold) แบบตัวเรือนสตีลสายหนัง ตัวเรือนโรสโกลด์ฝังเพชรสายหนัง และตัวเรือนไวท์โกลด์และโรสโกลด์ฝังเพชร บนสายโลหะที่ออกแบบมาสำหรับ Tank Américaine โดยเฉพาะ ข้อสายขัดเงาทุกด้านเมื่อแสงตกกระทบจึงเปล่งประกายแวววาว 

PASHA DE CARTIER

มาต่อกันที่นาฬิกา Pasha de Cartier ที่ได้ถูกสร้างสรรค์ขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1985 โดยตั้งชื่อเพื่ออุทิศให้กับพาช่าแห่งมาร์ราเกช (Pasha of Marrakesh) ผู้ซึ่งหลงใหลในศิลปะการประกอบเรือนเวลาชั้นสูงและเป็นลูกค้าของหลุยส์ คาร์เทียร์ ด้วยขนาดที่โดดเด่นและเอกลักษณ์ของเม็ดมะยมที่ร้อยเข้ากับตัวเรือนด้วยโซ่และสีทอง ทำให้นาฬิการุ่นนี้กลายเป็นเสมือนมรดกล้ำค่าในเวลาไม่นาน Pasha de Cartier ไม่เพียงแต่เป็นนาฬิกาคู่กายสุภาพบุรุษเท่านั้น แต่ยังกลายเป็นนาฬิกาที่สุภาพสตรีเลือกสวมใส่เพื่อสะท้อนความเป็นเอกลักษณ์และประกาศความสำเร็จให้โลกได้รับรู้

PASHA DE CARTIER

ในปีนี้คาร์เทียร์ได้ชูความโดดเด่นของตัวเรือนสีทองและจิวเวลรีของ Pasha de Cartier ด้วยการยกระดับความสง่างามด้วยหน้าปัดฝังเพชรขนาด 35 มม. ที่ล้อไปกับแสงระยิบระยับ เมซงได้ตอบรับการประสบความสำเร็จของ Grid หรือลายเส้นตารางในหน้าปัดวงกลมของ Pasha de Cartier ที่กลายเป็นหนึ่งในฟีเจอร์ระดับคัลท์ (Cult) ของนาฬิการุ่นนี้ ด้วยการเผยโฉม Pasha de Cartier รุ่นเคลือบแลกเกอร์ สายหนังสีแดงและตัวเรือนโรสโกลด์หน้าปัดขนาด 35 มม.

PASHA DE CARTIER

คาร์เทียร์เพิ่มคุณค่าให้กับ Pasha de Cartier รุ่นสตีล ด้วยการนำเสนอหน้าปัดสีน้ำเงินสำหรับสุภาพบุรุษที่กำลังมองหานาฬิกาสำหรับสวมใส่ในวันสบายๆ ที่มาพร้อมกับฟังชั่นโครโนกราฟ (chronograph) และรุ่นหน้าปัดสีแซลมอนให้ลุควินเทจ มาในหน้าปัดขนาด 41 มม. และ 35 มม.

BALLON BLEU DE CARTIER

ปิดท้ายกันที่นาฬิกา Ballon Bleu de Cartier เรือนเวลาที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อให้สามารถสวมใส่ได้ในทุกวัน ด้วยดีไซน์ที่ถูกออกแบบมาอย่างลงตัวและความเข้ากันได้ดีของชิ้นส่วนต่างๆ ทำให้นาฬิการุ่นนี้เป็นที่จดจำและเรียกได้ว่าเป็นไอคอนของคาร์เทียร์อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นตัวเรือนสตีล ไวท์โกลด์ หรือโรสโกลด์ ที่มาพร้อมหน้าปัดแบบผิวสัมผัสเรียบ หรือหน้าปัดประดับเพชรล้อมวงเดี่ยวหรือวงคู่สายสตีลหรือสายหนัง ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายให้ได้คัดสรรช่วยตอบโจทย์ความต้องของลูกค้าได้ในทุกระดับ

BALLON BLEU DE CARTIER

ในปีนี้คาร์เทียร์เน้นตัวเรือนสตีลประดับเพชรเพื่อยกระดับความสง่างามให้แก่ Ballon Bleu de Cartier โดยการนำดีไซน์หน้าปัดนาฬิกากลับมาตีความใหม่อีกครั้ง ซึ่งได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีในกลุ่มนาฬิกาของ precious watch คาร์เทียร์จึงได้นำเสนอนาฬิการุ่นหน้าปัดประดับเพชรเพื่อเพิ่มคุณค่าให้กับ Ballon Bleu de Cartier ในราคาที่สามารถจับต้องได้ นอกจากนี้เมซงยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับรุ่นตัวเรือนสตีลโดยเพิ่ม Sunray effect ในรุ่นหน้าปัดสีชมพูสร้างแรงดึงดูดแก่สายตา และทำให้สีหน้าปัดของนาฬิกานั้นโดดเด่นและมีสีสันชัดเจนสม่ำเสมอ

สำหรับข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับคาร์เทียร์ โปรดเยี่ยมชม www.cartier.com/th-th หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ Cartier Thailand LINE Official Account @CartierTH หรือสแกน QR Code

TAG

Related Stories

สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

สถานที่ที่รวบรวมงานศิลป์อัญมณีและศิลป์แห่งเวลา ภายใต้การสร้างสรรค์ของ CHANEL
อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว