รวม 10 โชว์ที่สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างชาญฉลาดจาก London Fashion Week Spring 2020

ผลงานที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความครีเอทีฟ
สำหรับลอนดอนหนึ่งในหัวเมืองแฟชั่นที่เต็มไปด้วยบรรดาดีไซเนอร์หัวกะทิ ซึ่งเบื้องหลังของการรังสรรค์คอลเลกชั่นให้ออกมาสวยงามนั้นต้องผ่านกระบวนการคิดและการนำอินสไปเรชั่นมาผสมผสานรวมกันอย่างกลมกล่อม และนี่คือ 10 แบรนด์ที่บาซาร์คัดมาแล้วว่าสามารถเล่าเรื่องราวผ่านเสื้อผ้าได้อย่างปราชญ์เปรื่อง

Richard Quinn

หนึ่งในดาวรุ่งแห่ง LFW อย่าง Richard Quinn ที่สร้างสรรค์โชว์อย่างอลังการในภายสนามกีฬาที่ เบ็ธนัล กรีน สร้างบรรยากาศด้วยเสียงบรรเลงจากวงออร์เคสตรา ซึ่งในครั้งนี้นอกจากลายดอกไม้อันเป็นเอกลักษณ์ของควินน์แล้ว สิ่งที่เพิ่มเติมมาก็คือการนำเสนอชุดเจ้าสาวบนรันเวย์เป็นครั้งแรกในซิลลูเอตโมเดิร์น เสริมความหรูหราด้วยคริสตัลและลูกไม้ ดีไซเนอร์หนุ่มได้กล่าวถึงคอลเลกชั่นนี้ว่า “อยากคอลเลกชั่นนี้เป็นเสมือนวิหารของโลกแฟชั่นที่ทุกคนสามารถเข้ามาร่วมเฉลิมฉลองด้วยกันได้”


Christopher Kane

คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการนำสิ่งที่ตนเองหลงใหล มาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างผลงาน สำหรับ Christopher Kane ผู้ชื่นชอบในวิทยาศาสตร์และธรรมชาติก็ได้นำสิ่งเหล่านี้มาเป็นส่วนประกอบหลักในคอลเลกชั่น Spring 2020 ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Eco-sexual” ลายพริ้นต์ที่สะท้อนความเป็นธรรมชาติผสมผสานเข้ากับวัสดุสุดแปลกใหม่อย่างพีวีซี แต่อย่างไรก็ตามเส้นสายการคัตติ้งและโค้งเว้าอันเป็นซิกเนเจอร์ของคริสโตเฟอร์ก็ยังคงปรากฏให้เห็นบนรันเวย์ครั้งนี้


JW Anderson

เสื้อผ้าเปรียบได้ดั่งงานศิลปะ ครั้งนี้ Jonathan Anderson จึงได้นำผลงานของ Liz Magor ศิลปินผู้สร้างสรรค์งานศิลปะอย่างมีชั้นเชิงมาเป็นแรงบันดาลใจหลัก โดยเลือกที่จะโฟกัสเฉพาะจุด และปล่อยสเปซที่เหลือให้ว่างไว้ เช่น ชิ้นวงกลมกลางหน้าอกที่ประดับอยู่บนเดรสจับเดรป หรือใช้คริสตัลเรียงรายให้เป็นรูปทรงวงกลมบนสูทตัวยาวสีเอิร์ทโทน แม้กระทั่งแอ็กลเซสเซอรี่ก็มีดีเทลแปลกตาแต่งดงาม


Erdem

ซีซั่นนี้ Erdem Moralioglu นำเสนอคอลเลกชั่นที่เล่าเรื่องราวชีวิตของ Tina Modotti หญิงสาวชาวอิตาเลี่ยน ผู้เป็นทั้งดารา ช่างภาพ และนักเคลื่อนไหวทางการเมือง และด้วยเหตุนั้นเองจึงทำให้เกิดโศกนาฎกรรมกับชีวิตของเธอ ซึ่งภายในโชว์จะเล่าถึงสไตล์ที่เปลี่ยนผันไปตามช่วงชีวิตของทีน่าตั้งแต่ เดรสสีสดใสตกแต่งด้วยระบาย สูทจับเดรปสีแดงลายจุด จนไปถึงเทรนช์โค้ตสีเบจสไตล์ชุดทหาร ที่เธอสวมในช่วงสุดท้ายของชีวิตเธอ


Burberry

สำหรับครั้งนี้ Riccardo Tisci ได้พลิกประวัติศาสตร์ของเบอร์เบอรี่ ด้วยคอนเซ็ปต์ “evolution” โดยนำดีเทลอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์มาตีความในรูปแบบใหม่ อย่าง เทรนช์โค้ท ที่ถูกแปลงโฉมด้วยการลดทอนซิลลูเอตและละทิ้งลายตารางอันเป็นซิกเนเจอร์ และสิ่งที่ทิสซีได้เพิ่มมาจากเมื่อก่อน ก็คือการผสมผสานระหว่างกูตูร์กับสปอร์ตแวร์ อย่างในลุคที่สวมใส่โดยนางแบบสาวไทยอย่าง แจน ใบบุญ ที่มีการเย็บต่อของระบายลูกไม้ที่ให้วอลลุ่มกำลังดี แต่คอนทราสต์ด้วย ดีเทลที่มีกลิ่นอายแบบสปอร์ต


Simone Rocha

แบรนด์นี้จัดว่าเป็นอีกไฮไลต์ที่น่าจับตามอง อย่าง ไล่ตั้งแต่เล่าผ่านภาพประวัติศาสตร์ ซึ่งอิงมาจาก St. Stephen’s Day (วันคริสต์มาสของชาวไอริช) ที่จะเห็นเหล่า Wren Boys ออกมาล่านกกระจิบ โดยสวมใส่ชุดทรงตรงที่ทำขึ้นมาจากฟาง ซึ่งโรชาได้เปลี่ยนภาพเหล่านั้นให้กลายเป็นเดรสทรงโคร่ง ประดับดีเทลลูกไม้เพื่อสร้างความดรามาติก และยังมีการใช้ทักษะการคราฟท์ชุดที่ทำมาจากฟางอีกด้วย


Emilia Wickstead

สำหรับฤดูกาลนี้ Emilia Wickstead ได้นำเรื่องราวของ 4 ตัวละครจาก Little Women มาเป็นคีย์หลักในการออกแบบ โดยจะเห็นได้ถึงพาเล็ตค์สีที่สดใส อ่อนหวาน เช่น ชมพู ฟ้า เหลือง ในขณะที่ลายตาราง Gingham และลายดอกไม้ได้ถูกจัดวางตำแหน่งไว้ได้อย่างพอดีและช่วยเบรกให้คอลเลกชั่นไม่หวานจนเกินไป


Victoria Beckham

ซีซั่นนี้คุณแม่คนเก่งอย่าง Victoria Beckham ก็ยังคงเต็มเปี่ยมไปด้วยสไตล์มินิมัล บวกกับคัตติ้งอันแสนคมกริบ พร้อมทั้งยังได้นำเสนอถึงพลังของผู้หญิงในปัจจุปันมาถ่ายทอดสู่โชว์ เริ่มตั้งแต่เดรสสไตล์เฟมินิน ผสมผสานกับลุคเทลเลอร์ในรูปแบบมาสคิวลีน ซึ่งแสดงเห็นได้ถึงความเท่าเทียมและอิสรภาพของผู้หญิงในแบบที่วิกตอเรียต้องการ อีกเรื่องที่โดดเด่นก็คือการไล่เฉดอย่างงดงาม เรียงไปตั้งแต่สีสันอย่างไลม์กรีน ชมพู ม่วง จนไปถึงสีเบจ


Halphern

ถ้าพูดถึงดีไซเนอร์ที่ขึ้นเรื่องของปาร์ตี้เดรส ก็คงจะหนีไม่พ้น Michael Halphen ผู้หลงไหลในการใช้เลื่อมประดับบนเสื้อผ้า โดยคอลเลกชั่นนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Barbra Streisand จากภาพยนตร์เรื่อง Funny Girl โดยโชว์นี้ถูกจัดขึ้นในห้องบอลรูมและตกแต่งด้วยโคมแชนเดอเลียขนาดมหึมา สะท้อนกับเสื้อผ้าที่มีความหรูหราแต่ก็ยังไม่ละทิ้งความสนุก อย่างชุดราตรีผ้ากลิตเตอร์ที่วอลลุ่มของแขนทิ้งตัวได้อย่างงดงาม


16 Arlington

หนึ่งในดีไซเนอร์คนโปรดของวงการพรมแดงได้นำสไตล์จากป๊อบสตาร์ยุค 60s อย่าง Raffaella Carrá ที่นำความสนุกสนานจากยุคสมัยนั้นมาตีความด้วยองค์ประกอบอย่าง ขนนกไล่เฉดสี ผ้ากลิตเตอร์ และฟริ้นจ์ โดยสรรค์สร้างออกมาในรูปแบบโมเดิรน์เพื่อตอบโจทย์บรรดาเซเลบริตี้

TAG

Related Stories

โดยบอกเล่าผ่านงานฝีมือและเทคนิคแบบดั้งเดิมจากเมือง Donegal ไปจนถึงเมือง Lochcarron
ครบทั้งหลักสูตรระดับปริญญาตรีและปริญญาโท พร้อมเปิดรับสมัครชิงทุนในรูปแบบ Portfolio Contest รอบเทอมตุลาคม 67

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว