Alessandro Michele พ่อมดแห่งวงการแฟชั่นที่พลิกโฉมให้ Gucci กลับมาฮ็อตอีกครั้ง

ผลงานออกแบบสุดวิจิตรถ่ายทอดเรื่องราวในโลกแฟนตาซี
ใครต่อใครต่างก็ขนานนาม อเลสซานโดร มิเคเล่ (Alessandro Michele) ว่าเป็นพ่อมดแห่งวงการแฟชั่นที่เข้ามาพลิกโฉมให้กุชชี่ (Gucci) กลายเป็นแบรนด์ฮ็อตจับกระแสขึ้นมาอีกครั้ง นอกจากยอดขายที่เพิ่มขึ้นอย่างล้นหลามแล้ว ผลงานสร้างสรรค์ของมิเคเล่ยังฉีกรูปแบบเดิมๆ ของอิตาเลียนแบรนด์ เปิดโลกใหม่ของงานออกแบบที่ไร้ซึ่งข้อจำกัดใดๆ ทั้งซีซั่น การใช้แมทีเรียล รวมไปถึงเรื่องของเพศ เอกลักษณ์เหล่านี้ได้ที่ถูกสร้างสมจนเป็นตัวตนและภาพจำของ กุชชี่ที่ส่งอิทธิพลต่อผู้เสพแฟชั่นรุ่นใหม่ได้อย่างไม่รู้เบื่อ
อิทธิพลของกุชชี่สร้างให้เกิดเป็นกระแสหลักของวงการแฟชั่นยังคงแรงแบบไม่มีผ่อน รวมถึงผลงานออกแบบที่เพิ่งวางขายล่าสุดกับคอลเลกชั่นฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน 2018 แม้ว่าแสงไฟสลับสีราวกับอยู่ในดิสโก้เธคในแฟชั่นโชว์ที่มิลานแฟชั่นวีกเดือนกันยายนเมื่อปีที่แล้วได้รับเสียงวิจารณ์มากมายว่าทำให้ดูโชว์ไม่รู้เรื่อง แต่เมื่อได้เจาะลึกถึงดีเทลแล้วผลงานครั้งนี้ยังคงได้รับเสียงตอบรับที่ดีไม่แพ้งานดีไซน์ที่ผ่านมา ผมได้มีโอกาสสัมผัสกับชิ้นงานดีไซน์คอล- เลกชั่นนี้อย่างใกล้ชิดในงาน Press Presentation ระดับภูมิภาคเอเชียซึ่งจัดขึ้นที่ประเทศสิงคโปร์ ทำให้คลายความสงสัยว่าทำไมผลงานของมิเคเล่จึงน่าหลงใหลราวกับต้องมนต์สะกด
อย่างที่รู้กันดีว่าไอเดียในงานออกแบบของมิเคเล่นั้นไม่ได้มีแค่เรื่องเดียวแต่เป็นการผสมผสานความชอบด้วยเรื่องราวจากหลากยุคสมัย โดยเฉพาะศิลปะในยุคโกธิกและเรอเนสซองซ์ ไอเดียต่างที่มาถูกนำมากลั่นกรองออกมาเป็นงานดีไซน์ภายใต้นิยาม ‘ความสวย’ ในแบบของเขา ครั้งนี้เองก็เป็นการนำเรื่องราวแรงบันดาลใจที่หลากหลายตั้งแต่ยุคกรีกโรมัน ศิลปะวัฒนธรรมจากซีกโลกตะวันออกที่ถูกถ่ายทอดผ่านผ้าทอลาย ลวดลายปักอันวิจิตรงดงาม รวมถึงเสื้อคอจีนที่ตกแต่งกระดุมผ้าแบบจีน สิ่งหนึ่งที่สร้างให้ผลงานของมิเคเล่สะดุดตาอยู่เสมอคือการแมตช์เสื้อผ้าครีเอตลุคใหม่ให้ดูแปลกตา ใครจะไปคิดล่ะครับว่าชุดบอดี้สูทปักประดับคริสตัลระยิบระยับที่นักสเก็ตช์สาวใส่วาดลวดลายบนลานน้ำแข็ง จะกลายเป็นลุคสวยบนรันเวย์ของกุชชี่ด้วยการสวมทับด้วยชุดกระโปรงผ้าชีฟองประดับลูกไม้ และเท่สุดๆ เมื่อสวมทับด้วยชุดกระโปรงหนังสั้นสีปรี๊ด การผสมผสานลุคของมิเคเล่ไม่ได้น่าสนใจในแบบโททัลลุคเท่านั้นเพราะเมื่อแยกชิ้นออกมาแต่ละไอเท็มต่างก็น่าสวมใส่และมีความพิเศษในตัวเอง
นอกจากแรงบันดาลใจที่เป็นรูปธรรมอันต่างที่มาแล้ว มิเคเล่ยังได้หยิบยกเรื่องราวของจิตวิญญาณซึ่งเขาต้องการสื่อถึงตัวตนที่แท้จริงของมนุษย์มาสร้างผลงานออกแบบสุดเท่ เราจึงได้เห็นลวดลายปักคำว่า ‘Spiritismo’ ปรากฏตัวอยู่บนเสื้อแจ๊กเก็ต รวมถึงเสื้อสเวตเตอร์ตัวสวย เมื่อพูดถึงการนำตัวอักษรต่างๆ มาใช้ ในงานออกแบบคราวนี้มีความพิเศษด้วยการสะกดคำว่า Gucci เป็น Guccy และใช้ฟอนต์ตัวอักษรแบบ SEGA บริษัทเกมชื่อดังของญี่ปุ่น แล้วนำไปใช้เป็นลวดลายพิมพ์ลงบนกระเป๋า ตัวอักษรแบบ SEGA ยังถูกนำมาเป็นลายปักบนหน้าอกชุดวอร์มตัดต่อผ้าสองสีที่ปักประดับไปด้วยคริสตัลระยิบระยับอีกด้วย นอกจากนั้นยังมีสเวตเตอร์สกรีนลายกุชชี่พร้อมชื่อเมืองต่างๆ เป็นดีไซน์ที่ชวนให้คิดถึงวันวานในช่วงยุค ’80s แมทีเรียลพิเศษที่ใช้โลโก้กุชชี่มาสร้างสรรค์ได้ชวนมองคือผ้าลูกไม้เมเครเม่ที่น่าหลงใหลทั้งรูปลักษณ์และผิวสัมผัส เสื้อแจ๊กเก็ต กางเกงผ้าลูกไม้เมเครเม่ แมตช์กับสลิปเดรสด้านใน ถือเป็นอีกหนึ่งลุคไฮไลท์ของซีซั่นนี้ที่ผสมผสานความหรูหราและสตรีทแฟชั่นเข้ากันอย่างลงตัว
หนึ่งแรงบันดาลใจหลักที่ช่วยเพิ่มกระแสให้กับคอลเลกชั่นนี้คือการหยิบยกคอสตูมซึ่งใช้ในการแสดงของเอลตัน จอห์น (Elton John) ในช่วงยุค ’70s และ ’80s แน่นอนว่าคอสตูมเหล่านั้นไม่ธรรมดา ทั้งโครงเสื้อที่สะดุดตาไม่ว่าจะเป็นสูทไหล่ตั้ง แขนพองโตแบบโอเวอร์ไซส์ การปักประดับด้วยคริสตัลเป็นรูปต่างๆ ผลงานออกแบบโดยบ็อบ แม็กกี้ (Bob Mackie) กุชชี่เลือกความพิเศษเหล่านั้นมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ บางชุดเป็นการนำเอาโครงเสื้อและการตกแต่งจากของเดิมมาเป็นไอเดียในงานดีไซน์ เช่น เสื้อสูทผ้าไหมสีช็อกกิ้งพิงก์ ปักประดับปกด้วยเลื่อมเป็นรูปหัวใจ จับคู่กับกางเกงผ้าไหมสีม่วงซึ่งต่อยอดไอเดียมาจากเสื้อสูทตัดต่อผ้าเป็นรูปดอกเดซี่ที่เอลตัน จอห์นใส่แสดงคอนเสิร์ตในปี ค.ศ. 1976 สำหรับบางชุดก็เป็นการถอดแบบมาจากดีไซน์ดั้งเดิมโดยเฉพาะคอลเลกชั่นสำหรับสุภาพบุรุษ
ไม่ว่าเรื่องราวในแต่ละคอลเลกชั่นของกุชชี่จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร หลากหลายแค่ไหน แต่ทุกผลงานที่ถูกเสกสรรโดยอเลสซานโดร มิเคเล่ ล้วนมีภาพลักษณ์อันชัดเจนเพื่อถ่ายทอดเรื่องราวในจินตนาการอันไร้ขีดจำกัดของเขาได้อย่างสมบูรณ์แบบและเป็นชิ้นงานศิลป์อันยากจะหาใครเทียบเคียง

TAG

Related Stories

อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด
คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

อีกทั้งยังเป็นคนแรกของประเทศไทย และ เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อีกด้วย
ผ่านเสื้อผ้าที่มีความซีทรู ซึ่งถูกนำมาตีความและถ่ายทอดใหม่ผ่านมุมมองทางรูปทรงในปัจจุบันที่เฉียบขาด

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว