จิงจิง-วริศรา ยู จากรันเวย์สู่จอเงิน กับหนังเรื่องแรกที่ใครๆ ต่างก็พูดถึง

ใครดูหนังแล้วหลงรักอยากรู้จักเธอให้มากขึ้นต้องอ่าน!
ใบหน้าแห่งความเยาว์วัย สไตล์ที่ดูน่ารักสดใส และเสน่ห์แบบเอเชียคือภาพลักษณ์ที่หลายคนคุ้นเคยและจดจำนางแบบอย่างจิงจิง-วริศรา ยูได้ ไม่ว่าจะในโฆษณาแบรนด์ดังหรือบนหน้านิตยสารแฟชั่นชั้นนำทั้งในไทยและเกาหลี นาทีนี้เธอปรากฏตัวอยู่ทุกหนทุกแห่ง และล่าสุดยังรวมไปถึงบนจอเงิน กับผลงานภาพยนตร์เรื่องแรกของเธอที่เข้าฉายไปเมื่อไม่นานนี้ ซึ่งเป็นที่พูดถึงและวิพากษ์วิจารณ์กันอย่างมากบนโลกออนไลน์ ‘App War แอปชนแอป’ นำเสนอแง่มุมความรัก การแข่งขัน และความพยายามเพื่อพิสูจน์ตนเองในโลกธุรกิจสตาร์ตอัพ ที่ใครๆ ก็ต่างโหยหาอยากไขว่คว้ามาให้ได้ซึ่งความสำเร็จ ซึ่งอาจต้องแลกมาด้วยอะไรหลายๆ อย่าง บาซาร์จึงจะพามาพูดคุยกับหญิงสาวซึ่งฮอตที่สุดในขณะนี้แบบเรียกน้ำย่อย ติดตามบมสัมภาษณ์ฉบับเต็มและแฟชั่นเซ็ตของเธอต่อได้ใน ฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ฉบับกันยายนนี้ ทุกแผงหนังสือ!
Harper’s Bazaar: ล่าสุดผันตัวมาเล่นหนังได้อย่างไร พอหนังเข้าโรงแล้วมีกระแสตอบรับยังไงบ้าง?
Jing Jing: คือเริ่มแรกทีมแคสติ้งโทรให้เราลองมาแคสสด ตอนนั้นเราต้องทำงานอยู่เกาหลี ไม่รู้ทางนั้นจะให้กลับมาเล่นหรือเปล่า พอได้มาแคสจริงๆ ได้อ่านบทจริงๆ ก็คิดว่ามันน่าสนใจดีเราอยากลอง เลยขอทางเกาหลีมาเล่นจนได้ค่ะ คนส่วนใหญ่เห็นเราเป็นนางแบบก็ตั้งข้อว่าเราจะเล่นได้เหรอ คนคิดอย่างนี้เยอะเหมือนกัน แต่พอหนังฉายหนูนั่งอ่านในพันทิปกับทวิตเตอร์ก็มีฟีดแบคโอเคนะคะ

HB: บรรยากาศในกองถ่ายเป็นยังไงบ้าง?
JJ: กองนี้ไม่ค่อยมีคนสติดีเท่าไหร่ค่ะ (หัวเราะ) ที่หนักสุดคือช่างหน้าช่างผม แล้วสไตลิสต์กับนักแสดงก็ชอบแกล้งกันเองค่ะ

HB: คาแร็กเตอร์ของ ‘จูน’ ที่เรารับบทบาทในหนังเรื่องนี้เหมือนหรือต่างกับตัวตนจริงๆ ของเราอย่างไรบ้าง?
JJ: คาแร็กเตอร์นี้ไม่ค่อยมีอะไรต่างกับเรา คือเป็นเด็กที่ทำตามความฝันโดยไม่รู้หรอกว่าสิ่งที่ทำอยู่ถูกหรือผิดแต่ก็เลือกที่จะทำตามที่ตั้งใจไว้ เป็นคนที่ดูเหมือนมั่นใจในตัวเอง แต่ลึกๆ แล้วไม่เลยค่ะ ยังต้องการรู้สึกว่ามีคนคอยซัพพอร์ตตัวเราอยู่

HB: เสน่ห์ของงานแสดงกับงานเดินแบบต่างกันอย่างไร?
JJ: มองว่าเป็นเรื่องของความท้าทายค่ะ คือถ้าเป็นนางแบบเขาอาจให้โจทย์มาว่า วันนี้ขอให้เป็นคนสนุกหรือให้เป็นคนเศร้าแต่รวยมาก?! เราก็ต้องแสดงออกมาในแบบที่ยังคงความเป็นจิงจิง ยู ในแบบที่เป็นตัวเราอยู่ แต่สำหรับการแสดงถ้าเขาให้บทมาบรีฟมาเป็นคาแร็กเตอร์นี้ เราจะแสดงยังไงให้มันเป็นไปตามลักษณะนั้นแต่ไม่ใช่ตัวเรา ต้องทิ้งตัวเราไปให้หมด เป็นคนใหม่ขึ้นมาเลย

HB: คิดว่าผลงานของเราที่ออกมาเป็นยังไง แล้วอยากหันมาเอาดีด้านการแสดงเลยไหม?
JJ: ยังไม่รู้สึกว่ามีตรงไหนที่ตัวเองทำได้ดีขนาดนั้น โอเคครั้งแรกเราทำได้เท่านี้นะและก็อยากพัฒนาให้ดีขึ้นไปกว่านี้อีกค่ะ ตอนแรกไปเป็นนางแบบที่เกาหลีมา 2 ปี อยากไปลองเดินแบบฝั่งตะวันตกบ้าง แต่พอได้ลองเล่นหนังตอนนี้เลยมีความรู้สึกว่าอยากกลับมาทำงานด้านนี้ในไทย มันก็เป็นความฝันอีกอย่างหนึ่งของเราเหมือนกัน
HB: ในชีวิตจริงคิดว่าการแข่งขันกับอะไรเป็นสิ่งที่ยากที่สุด?
JJ: การแข่งขันกับความคิดตัวเองยากที่สุดค่ะ เพราะเป็นคนคิดมากๆ มีอะไรนิดหน่อยก็คิดเกินแล้วแพนิก เป็นคนนอยง่าย การกำจัดความคิดมากออกไปจึงเป็นเรื่องยาก เป็นคนที่ชอบแคร์ความคิดคนอื่นมากกว่าตัวเองประมาณนี้

HB: ได้อ่านมาจากนิตยสาร HAMBURGER ว่าตอนมัธยมเคยโดน bully นักเรียนคนอื่นกลั่นแกล้ง ถ้ามองย้อนกลับไปคิดว่าเหตุการณ์ตอนนั้นมันส่งผลกระทบอะไรกับเราบ้าง?
JJ: จริงๆ ทุกวันนี้ถ้าให้มองย้อนกลับไป ไม่ว่าเราจะสู้คนหรือไม่สู้คนก็ไม่รู้อยู่ดีว่าผลลัพธ์แบบไหนจะออกมาดีกว่ากัน ตอนนั้นมันมีแค่กลุ่มแรงๆ กลุ่มหนึ่งที่คอยแกล้งเรา แต่เราก็มีรุ่นพี่และเพื่อนที่เข้าข้างคอยช่วยเหลืออยู่ ส่วนผลกระทบคือมันทำให้เรากลายเป็นคนที่ไม่ยอมคนอื่น รู้จักปกป้องตัวเอง รู้สึกว่าเราแข็งแกร่งขึ้นและจะไม่ยอมให้ใครมาแกล้งเราอีกแล้ว จากที่เมื่อก่อนเป็นคนนิ่งๆ ไม่ได้สู้ สุดท้ายแล้วเรื่องนี้จบโอเคนะคะ มันเกิดจากความเข้าใจผิด จนวันหนึ่งเราได้คุยกับเขาดีๆ เลย ก็เคลียร์กับจบ ไม่ได้มีอะไรอีกหลังจากนั้น ต่างคนต่างใช้ชีวิต มีหลายคนที่แกล้งหนูตอนเด็กพอมาเจอตอนโตก็คุยดีกับหนูก็มีนะ ตอนนั้นคงยังเด็กกันหมดอะค่ะ

HB: การที่เราทำงานตั้งแต่เด็กเลยไม่ได้ใช้ชีวิตเหมือนวัยรุ่นคนอื่นรู้สึกยังไง?
JJ: ก็มีสิ่งที่เราเสียดายเยอะแยะเลยค่ะ เหมือนเสียชีวิตช่วงวัยรุ่นที่จะได้มีความสุขกับเพื่อนมหาลัยไป ก็มีแอบน้อยใจบ้าง แต่จริงๆ มันก็ได้อย่างเสียอย่าง เราก็ได้ประสบการณ์ทำงานที่มีค่ามาแทน

HB: สิ่งที่คนมองเผินๆ อาจจะยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวเรา?
JJ: หนูชอบไปเที่ยวบาร์กะเทยอ่ะพี่ ชอบอยู่กับแก๊งเพื่อนตุ๊ดกะเทย ตอนอยู่เกาหลีก็ไปบาร์เกย์อย่างเดียวเลยค่ะ เอ็นจอยมากเพราะเราเต้นแรงได้ไม่ต้องแคร์อะไร หนูไม่ฟีลเต้นสวยๆ เลยนะพี่ คนในวงการก็เรียกหนูว่าตุ๊ดเด็ก (หัวเราะ)

HB: นิยามความเป็นจิงจิง ยูคือ?
JJ: คอยาวมาก ได้เปล่าคะ? (หัวเราะ)

TAG

Related Stories

คอลเลกชั่นที่ยกย่องความสง่างามและเสน่ห์แบบ Belle Époque
ตั้งแต่เทรนช์โค้ต ผ้าเดนิม ชุดสูท บรา ไปจนถึงเนคไท ทุกสิ่งล้วนสร้างสรรค์จากไอเดียดั้งเดิมที่เป็นดั่งเอกลักษณ์อันเด่นชัดของ Franco ทั้งสิ้น 
โดยบอกเล่าผ่านงานฝีมือและเทคนิคแบบดั้งเดิมจากเมือง Donegal ไปจนถึงเมือง Lochcarron

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว