เหล่าเซเล็บพร้อมใจใส่ชุดแดงเพลิงเข้าร่วมงานครบรอบ 10 ปี Negroni Week ประเทศไทย

งานครบรอบ 10 ปีอีเว้นต์การกุศลของหนึ่งในตำนานเครื่องดื่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก โดย CAMPARI และ Kimpton Maa-Lai Bangkok 
บาซาร์รวบรวมภาพของเหล่าเซเล็บในงานการกุศลแห่งปีอย่าง Negroni Week ที่ผ่านมา โดยงานนี้ได้รับเกียรติจาก มร.แดลเนียล ชวาล์บ กรรมการผู้จัดการภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และอินเดีย – CAMPARI GROUP และ มร.แพททริค โบท, ผู้จัดการทั่วไปโรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ในการร่วมเป็นเจ้าภาพจัดงาน ‘Negroni Week 10th Anniversary’ การกุศลฉลองครบรอบ 10 ปีในประเทศไทย ณ Bar Yard  รายได้ส่วนหนึ่งตลอดการจัดงานตลอดทั้งสัปดาห์  จะนำไปบริจาคให้กับ Slow Food International องค์กรการเคลื่อนไหวระดับโลกสู่ชุมชนท้องถิ่นและ การรณรงค์ด้านวัฒนธรรมอาหารที่ดำเนินการในกว่า 160 ประเทศทั่วโลก
ย้อนกลับราวปี ค.ศ. 1919 ณ Caffe Campari บาร์ในเมืองฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี ท่านเคานท์ กามิลโล เนโกรนี (Count Camillo Negroni) กำลังใคร่ครวญถึงการสั่งเครื่องดื่มอย่างอเมริกาโน่อยู่นั้นก็ตัดสินใจได้ว่า ถึงเวลาแล้วที่ต้องเกิดการเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่าง ท่านเคานท์ เสนอให้บาร์เทนเดอร์ใช้เหล้าจินแทนการใช้โซดา ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากการเดินทางสู่กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ และได้เห็นภาพการใช้เหล้าจินอย่างแพร่หลาย เหล่าบาร์เทนเดอร์ก็ยินดีที่จะทำตาม เขาใช้ส้มฝานแทนการใช้มะนาวฝานสำหรับปรุงแต่งอเมริกาโน่ ใส่เหล้าจิน ลงไปแทนที่โซดา กับส่วนผสมอีกสองอย่างในอัตราส่วนที่เท่ากัน (Equal Portion) คือ Campari และ Vermouth เครื่องดื่มแก้วนั้นได้กลายเป็นเมนูประจำตัวของท่านเคานท์ จึงเป็นที่ขนานนามและรู้จักไปทั่วคือ ‘อเมริกาโน่ของท่านเคานท์เนโกรนี’ (Count Negroni’s Americano) หรือ อเมริกาโน่ที่มีกลิ่นอายสัมผัสของเหล้าจิน ซึ่งถือเป็นจุดกำเนิดของเนโกรนีค็อกเทล ทั้งนี้ Negroni เป็นหนึ่งในค็อกเทลคลาสสิกร่วมสมัยที่โด่งดังที่สุด ไม่ว่าคุณจะเดินทางไปที่ไหนทั่วโลก คุณก็สามารถหามิกซ์โซโลจิสต์ที่สามารถเนรมิต เนโกรนี ที่สมบูรณ์แบบให้คุณได้ด้วยสูตรต้นตำรับที่โดดเด่นจากส่วนผสมที่รวมกันอย่างลงตัวมีอายุราวเกือบศตวรรษ

ใน Negroni สูตรคลาสสิกนั้น สมาพันธ์บาร์เทนเดอร์นานาชาติ (The International Bartenders Association, IBA) จึงได้บรรจุ Campari ไว้เป็นส่วนผสมอย่าง เป็นทางการของ classic Negroni ดังนั้นจึงไม่มี Negroni ที่ปราศจาก Campari นั่นเอง โดย Campari นั้น เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อย Aperitivo สีแดงเข้มซึ่งเป็นเอกลักษณ์ระดับตำนานจากประเทศอิตาลีที่ถือกำเนิดเกิดขึ้น ณ เมืองโนวารา (Novara) ในปี ค.ศ. 1860 และถูกนำมาใช้เป็นส่วนผสมหลักสำหรับค็อกเทล Campari เป็นเครื่องดื่มเรียกน้ำย่อยโดยการเเช่เเละหมักด้วยพืชสมุนไพร อีกทั้งพรรณไม้หอมและผลไม้หลากหลายชนิดในแอลกอฮอล์รวมถึงน้ำที่นำมาผลิต ก่อนจะถูกกลั่นกรองออกมาได้เป็นสีแดงเข้ม ซึ่งทำให้รสชาติออกขมอมหวานกลิ่นหอมหวลเข้มข้น ผนวกกับรสชาติที่สร้างแรงบันดาลใจ
ปี 2022 นี้ Negroni Week ในประเทศไทยจะถึงคราวครบรอบ 10 ปีแล้ว โดยในปีนี้ได้มีการจัดงานขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายนที่ผ่านมา ณ โรงแรมคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ (Kimpton Maa-Lai Bangkok) และยังมีไฮไลท์สำคัญอยู่ที่การผสมค็อกเทล Negroni ขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดยมีผู้ตัดสินจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ( Guinness World Records) เข้าร่วมการตัดสินครั้งนี้อีกด้วย

สำหรับสถิติใหม่ที่น่าตื่นเต้นในครั้งนี้ คือปริมาณของ Negroni ที่มีขนาดถึง 633.65 ลิตรซึ่งมากกว่าสถิติเดิมที่ทำไว้ถึง 129.65 ลิตร โดยพนักงานบาร์ของโรงแรมได้ร่วมกันผสม Bulldog London Dry Gin, Bitter Campari และ Cinzano 1757 Rosso Vermouth ในอัตราส่วนเท่ากันลงในอะครีลิกล้อมด้วยน้ำแข็งขนาด 1.4 x 1.7 เมตร ที่บริเวณสวน Urban Oasis ของโรงแรม เมื่อส่วนผสมสุดท้ายถูกเทลงไป และ Negroni จากคิมป์ตัน มาลัย กรุงเทพฯ ก็ได้รับการประกาศให้เป็นค็อกเทลขนาดใหญ่ที่สุดในโลกโดย คาซูโยชิ คิริมูระ ผู้ตัดสินจากกินเนสส์ เวิลด์ เรคคอร์ด ท่ามกลางเสียงกึกก้องร่วมยินดีกับการสร้างประวัติศาสตร์ครั้งสำคัญจากแขกที่มาร่วมงานอย่างคับคั่ง

หลังจากการประกาศตำแหน่งเจ้าของสถิติโลกรายใหม่อย่างเป็นทางการแล้ว บรรดาแขกที่มาร่วมงานสามารถขึ้นไปสังสรรค์กันได้ที่ Bar.Yard รูฟท็อปบาร์ชื่อดังบนชั้น 40 สนุกสนานกันต่อกับการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี Negroni Week พร้อมค็อกเทล Negroni ที่ทำลายสถิติโลก
ติดตามเรื่องราวของ Negroni Week ครั้งต่อไปได้ที่  www.negroniweek.com
#NegroniWeek2022 #CampariNegroni #Negroni #Campari #Imbibe @Campariofficial

TAG

Related Stories

สถานที่ Hang out ชั้นยอดบนชั้นที่ 56 ของโรงแรม Centara Grand At CentralWorld
พร้อมกระทบไหล่หนุ่มๆ ในปาร์ตี้อย่าง ลุค อิชิกาว่า, โก้ วศิน , วิคเตอร์ ชัชชวิศ และอีกมากมาย
ตอกย้ำความผูกพันแน่นแฟ้นกว่า 70 ปีระหว่าง Dior กับมหานครนิวยอร์ก
พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการทรงคุณค่า ประวัติศาสตร์ขององค์กรหกแผ่นดินยึดมั่นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อประชาสังคม
พร้อมมิกโซโลจิสต์รับเชิญพิเศษอย่าง จอร์โจ้ บาร์จิอานี่ (Giorgio Bargiani)
ภายใต้คอนเซ็ปท์ Future of Fashion เผยถึงมุมมองแฟชั่นในบทใหม่ภายใต้เหล่าไทยดีไซเนอร์จากหลากหลายคาแรคเตอร์ 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

สถานที่ Hang out ชั้นยอดบนชั้นที่ 56 ของโรงแรม Centara Grand At CentralWorld
พร้อมกระทบไหล่หนุ่มๆ ในปาร์ตี้อย่าง ลุค อิชิกาว่า, โก้ วศิน , วิคเตอร์ ชัชชวิศ และอีกมากมาย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว