พบกับ 5 ผู้ทรงเกียรติแห่งวงการ ในงานประกาศรางวัลสุดยิ่งใหญ่ BAZAAR x F.A.C.E Ball

ก่อนงานกาล่าดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ เรามาทำความรู้จักกับเขาเหล่านี้กัน
เพื่อเป็นการอุทิศและฉลองให้กับผู้ที่สร้างสรรค์ผลงานจากหลากหลายแขนง ไม่ว่าจะเป็น Fashion, art, creative และ entertainment ทางนิตยสารฮาร์เปอร์ส บาซาร์ ประเทศไทย จึงได้จับมือร่วมกับบริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จัดงานกาล่าดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ BAZAAR x F.A.C.E 2018 เพื่อมอบรางวัลให้กับผู้ทรงเกียรติทั้ง 5 คน ซึ่งจะมีใครบ้าง ตามมาชมกันเลย
“แฟชั่นและเอ็นเตอร์เทนเมนต์เป็นสิ่งที่อยู่คู่กันในอุตสาหกรรมบันเทิงเสมอมา โดยรายการ The Face Thailand นั้น มีความตั้งใจที่จะเป็นสื่อกลางในการนำเสนอให้ทุกคนเห็นว่าเรื่องราวของแฟชั่น ไม่ใช่เรื่องราวเฉพาะทาง หรือมุมมองเฉพาะบุคคลกลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง แต่เป็นเรื่องที่สามารถเข้าถึงได้ง่ายและเกี่ยวข้องกับชีวิตประจำวันของคนทุกเพศทุกวัยและทุกสาขาอาชีพ ทุกคนสามารถมีความสุขร่วมกันและนำไปเป็นแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตของตัวเองได้ครับ” กล่าวโดยคุณ เต้-ปิยะรัฐ กัลย์จาฤก ผู้อำนวยการ บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)


และนี่คือโฉมหน้าของ 5 ผู้ทรงเกียรติที่จะได้ขึ้นรับรางวัลภายในงาน BAZAAR x F.A.C.E 2018 ในวันที่ 12 พฤษภาคม 2018 นี้ ซึ่งทีมบาซาร์ขอพาคุณไปทำความรู้จักและเข้าถึงมุมมองของพวกเขาเหล่านี้ให้ลึกขึ้นที่นี่
ศิริชัย ทหรานนท์
รางวัล BAZAAR x F.A.C.E 2018 สาขา fashion

ด้วยความรักความหลงใหลการแต่งกายอย่างจริงจังกลายเป็นจุดเริ่มต้นให้คุณจ๋อม ศิริชัย ทหรานนท์ เริ่มต้นธุรกิจห้องเสื้อ Theatre มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2528 บนตึกชาญอิสระซึ่งถือว่าเป็นศูนย์รวมของแฟชั่นในยุคนั้น คุณจ๋อมจบการศึกษาด้านสิ่งทอจากวิทยาลัยเพาะช่าง และเริ่มก้าวเข้าสู่งานด้านแฟชั่นด้วยการออกแบบเครื่องประดับให้กับแฟชั่นโชว์ของดีไซเนอร์ไทย ก่อนที่จะเติมความฝันและสร้างแบรนด์ของตนเองในเวลาต่อมาจนกลายเป็นผู้นำแฟชั่นในยุค ’80s และผู้บุกเบิกแฟชั่นสไตล์ปาริเซียนรุ่นแรกๆ ในที่สุด

เอกลักษณ์ของ Theatre คือเสื้อผ้าที่มีความโรแมนติกแบบเฟมินีนและมีความเท่ในแบบมาสคิวลินเข้าไว้ด้วยกัน มีการผสมผสานสไตล์ร่วมสมัยเข้ากับแพตเทิร์นอันซับซ้อน รวมถึงการที่ไม่เน้นเทรนด์แฟชั่นในกระแส จึงทำให้เสื้อผ้าของ Theatre ไม่เคยล้าสมัย แรงบันดาลใจของการออกแบบในแต่ละคอลเลกชั่นได้รับอิทธิพลจากงานศิลปะและวัฒนธรรมท้องถิ่นอันหลากหลายที่มาจากการเดินทางสู่ดินแดนไกล เรียงร้อยสู่ผลงานในทุกคอลเลกชั่นได้อย่างดงาม ทุกครั้งที่ลูกค้าเดินเข้าไปในร้าน Theatre จึงสัมผัสได้ถึงเรื่องราวสนุกสนานเช่นเดียวกับการได้ไปเยือนโรงละครแห่งหนึ่ง ทุกวันนี้ร้าน Theatre ที่ตั้งอยู่ ณ สยามเซ็นเตอร์จะมีลูกค้าเก่าใหม่แวะเวียนเข้าไปอยู่เสมอ การดำเนินธุรกิจแบรนด์แฟชั่นมาอย่างยาวนานรวมเป็นเวลาทั้งหมดกว่า 34 ปี และเป็นที่ยอมรับของลูกค้าทั้งในเมืองไทยและต่างประเทศมาโดยตลอด มาจากวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและทัศนคติที่ดีของคุณจ๋อม รวมถึงการนำเสนอคอลเลกชั่นอย่างต่อเนื่องในทุกๆ ซีซั่น ทุกรันเวย์ของ Theatre ได้สร้างความตื่นตาตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมอยู่เสมอ ทั้งขบวนนางแบบนายแบบระดับแถวหน้าของวงการ และรายละเอียดของเสื้อผ้าที่ตื่นตาตื่นใจและคาดไม่ถึงในทุกๆ ครั้ง

สัมภาษณ์โดย : ณิชกุล และ สุทธอร
หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ
รางวัล BAZAAR x F.A.C.E 2018 สาขา Art


“สำคัญที่สุดคือ ต้องฝันให้เป็น” คือประโยคที่บ่งบอกตัวตนของ หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ หรือ ครูโต ได้อย่างดี ในฐานะศิลปินวาดภาพประกอบแถวหน้าของเมืองไทยผู้คร่ำ-หวอดอยู่ในวงการศิลปะมาแล้วมากกว่า 30 ปี

เนื่องจากชื่นชอบการวาดรูปตั้งแต่เด็ก หม่อมหลวงจิราธร จิรประวัติ หรือครูโต จึงตัดสินใจเรียนต่อด้านศิลปะที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แล้วก็หลงใหลการวาดภาพประกอบหลังได้ลองเรียนวิชานี้ที่คณะฯ กลายเป็นจุดเริ่มต้นให้มีการนำผลงานส่วนหนี่งของตัวเองไปเสนอนิตยสารดิฉันและลลนา จนได้ประกอบอาชีพนี้อย่างจริงจังในเวลาต่อมา

“ครูไม่อยากให้งานอยู่แค่ในแกลเลอรี่” สำหรับครูโต นักวาดภาพประกอบแตกต่างจากคนทำงานวาดรูป หรือศิลปินแขนงอื่น เพราะต้องสามารถสื่อสารศิลปะลงบนผลิตภัณฑ์ นำออกสู่ตลาดและทำให้คนทั่วไปสามารถเข้าใจได้ ด้วยความเชื่อนี้เอง ครูโตจึงตั้งใจสร้างงานภาพประกอบหลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่งานบนข้าวของเรื่องใช้ เครื่องนอน รวมถึงเสื้อแบรนด์ ‘Chirathorn’ ที่ตั้งใจออกแบบด้วยตัวเองทั้งหมด เพื่อถ่ายทอดคุณค่าของการวาดภาพประกอบในรูปแบบพาณิชย์ศิลป์ แต่แล้ว เมื่อทำงานไปได้สักระยะ ด้วยความต้องการที่จะถ่ายทอดความรู้ และประสบการณ์แก่คนรุ่นต่อไป ครูโตจึงก่อตั้งโรงเรียนศิลปะมหานาคและสอนเด็กนักเรียนที่เข้ามาด้วยตัวเอง ซึ่งที่นี่ก็ได้สร้างศิลปินนักวาดภาพประกอบที่มีชื่อเสียงมาแล้วมากมาย ไม่ว่าจะเป็นภัทรีดา ประสานทอง, นวลพรรณ โอสถานนท์, สม-นึก คลังนอก ฯลฯ

แม้ในวันนี้ หม่อมหลวงจิราธรจะได้รับการยอมรับและเป็นที่ชื่นชมของคนในวงการศิลปะอย่างกว้างขวาง แต่เขาก็ยังคงทำงานหนักและพัฒนาสไตล์ของตัวเองอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะสำหรับครูโตแล้ว งานศิลปะหรือการวาดรูป ไม่ใช่งานที่อาศัยการ ‘เห็น’ และ ‘วาดให้เหมือน’ อย่างที่หลายๆ คนเข้าใจ  แต่งานศิลปะที่ดีต้องอาศัยการบ่มเพาะ เรียนรู้ และทำอย่างต่อเนื่องเพื่อสร้างตัวตนหรือเอกลักษณ์ที่โดดเด่น แตกต่างจากคนอื่น และเมื่อค้นหาตัวตนหรือสไตล์ของตัวเองเจอแล้ว ก็ยังคงต้อง ‘ฝัน’ หรือ ‘รู้สึก’ ต่อไป “งานแบบนี้ต้องฝันหรือต้องรู้สึกด้วย ต้องรู้สึกสนุกไปกับความรู้สึก สนุกกับการฝันที่มันจะเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา ถ้าคุณกลับไปมองงานเดิมแล้วรู้สึกแบบเดิมนี่แย่เลย” การเปลี่ยนแปลงและสนุกกับความรู้สึกในแต่ละช่วงให้ได้นี้แหละคือสิ่งที่ครูโตมองว่าเป็นหัวใจของงานศิลปะในแบบของตัวเอง มันบ่งบอกความเป็นมืออาชีพ และแสดงให้เห็นความแตกต่างระหว่าง ‘ช่างฝีมือ’ และ ‘คนทำงานศิลปะ’ ตัวจริง

สัมภาษณ์โดย : พุทธิพงศ์ อึงคนึงเวช
ภาณุ อิงคะวัต
รางวัล BAZAAR x F.A.C.E 2018 สาขา Creative

ชื่อของชายคนนี้เป็นที่คุ้นเคยจากแบรนด์เกรย์ฮาวนด์ (Greyhound) เขาคือผู้ปลุกปั้นและดูแลต่อเนื่องมาตลอด 37 ปี จากแบรนด์แฟชั่นเสื้อผ้าที่ต่อยอดเป็น Greyhound Original, Playhound, Smiley Hound ไปจนถึงร้านอาหารอย่าง Greyhound Café และ Another Hound Café ล่าสุดกำลังมีแผนที่จะพาแบรนด์ให้ไปสู่ในระดับโกลบอลให้สำเร็จเร็วนี้ๆ ซึ่งหากย้อนกลับไปในอดีต ความสนใจและความถนัดของเขาคือสิ่งที่หลอมรวมให้ความสำเร็จทุกวันนี้เกิดขึ้นได้อย่างไม่ต้องสงสัย

“ผมเรียนกราฟิกดีไซน์มา มันเป็นคอร์สที่สอนให้ผมคิดเรื่องคอนเซ็ปต์ไอเดีย การสรุปความคิดให้เห็นเป็นภาพ หรือเป็นการเล่าเรื่องว่ากำลังจะทำอะไร ซึ่งตรงกับงานแรกที่ผมทำนั่นคืองานโฆษณา ไม่ใช่แค่การเป็นศิลปินหรือสร้างงานไฟน์อาร์ตที่จะถ่ายทอดอะไรก็ได้ออกมาเท่านั้น ยังมีเรื่องโจทย์ทางการตลาด ที่ต้องสร้างสรรค์ไอเดียขึ้นมาตอบโจทย์ด้วย”

จากประสบการณ์กว่า 25 ปีในแวดวงโฆษณา หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าภาณุคือครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ผู้อยู่เบื้องหลังแคมเปญระดับประเทศอย่าง Amazing Thailand, ปตท. พลังไทยเพื่อไทย หรือบทท่องอาขยานของ อาเม้ง ป.ปลา ในแคมเปญ ‘รวมพลังหารสอง’ ที่นับว่าเป็นการบุกเบิกวงการโฆษณาไทยให้เป็นที่รู้จักในระดับโลกมากขึ้น แต่ในอีกมุมหนึ่ง เขายังมีความสนใจในด้านแฟชั่น นั่นจึงเป็นจุดเริ่มต้นของการทำแบรนด์แฟชั่นที่เขาหลงใหล “ตอนเรียนที่อังกฤษผมชอบช้อปปิ้งกับเพื่อน ไปตลาดเก่า ซื้อเสื้อผ้ามามิกซ์และแมตช์กันเอง โดยที่ไม่ได้เรียนแฟชั่นมาเลย ช่วงที่ทำโฆษณาอยู่ตอนนั้นแฟชั่นในกรุงเทพฯ ไม่มีอะไรน่าสนใจเลย เพื่อนๆ ก็ชวนมาทำเกรย์ฮาวนด์ ด้วยกัน ซึ่งเป็นการทำแฟชั่นในเซนส์ของผู้ใช้มากกว่า ชอบอะไร อยากใส่อะไร ก็ทำในสิ่งนั้น เพราะอยากให้คนได้สนุกกับการซื้ออย่างที่เราชอบ” เขาเล่าย้อน

แม้ภาณุจะก้าวเข้าสู่วงการแฟชั่นอย่างเต็มตัว แต่ดีเอ็นเอความเป็นนักโฆษณาที่เคยเป็นถึงผู้บริหารของลีโอ เบอร์เนทท์นั้นยังไม่หายไปไหน เขาเลือกใช้วิธีคิดเกี่ยวกับโฆษณาและการตลาดมาปรับให้เข้ากับความเป็นเกรย์ฮาวนด์ได้อย่างลงตัว “การมาเริ่มทำเกรย์ฮาวนด์ทำให้ผมตั้งคำถามกับตัวเองว่าเรากำลังทำแบรนด์ไปเพื่ออะไร ใครคือลูกค้า คอลเลกชั่นนี้เล่าเรื่องอะไร หรือกลุ่มเป้าหมายเปลี่ยนไปหรือยัง คำถามเหล่านี้ไม่ใช่การทำไปเรื่อยเปื่อย แต่มีกรอบความคิดในการทำงานบางอย่าง เราก็ต้องกลับมาดูสิ่งเหล่านี้ ฟอร์มความคิดในหัว แล้วเปลี่ยนให้ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ซึ่งมันสนุกและท้าทายทุกครั้งที่ทำงาน” การเติบโตที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเกรย์ฮาวนด์ได้สะท้อนถึงวิธีคิดบางอย่างของเขาที่ไม่เคยหยุดนิ่งเช่นกัน ส่วนหนึ่งน่าจะเป็นสัญชาตญาณของความคิดสร้างสรรค์ที่เราเชื่อว่าชายผู้นี้มีอยู่เต็มเปี่ยม

“ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ทำให้โลกปรับเปลี่ยนหมุนเวียนพัฒนาอยู่ตลอด การที่เราหยิบอันนั้นมาผสมอันนี้ทำให้เกิดการต่อยอด มีรสชาติใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ถ้าเราทุกคนทำอะไรอยู่ในกรอบเดิมๆ ก็คงซ้ำซากน่าเบื่อ อย่างอาหารไทยที่เมื่อก่อนจะคิดถึงแค่น้ำพริกปลาทู แต่วันนี้ก็เปลี่ยนแปลงไป รวมทั้งภาษา การแต่งกาย และทัศนคติของคน ทุกอย่างเปลี่ยนแปลงไปหมด เพราะโลกมีการหมุนเวียนความคิดสร้างสรรค์อยู่ตลอดเวลา” 

สัมภาษณ์โดย : วิชญ์พล พลพิทักษ์ชัย
หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล
รางวัล BAZAAR x F.A.C.E 2018 สาขา Entertainment

เชื่อแน่ว่าหากให้นึกถึงชื่อผู้กำกับภาพยนตร์แถวหน้าของเมืองไทย น้อยคนที่จะไม่นึกถึงชื่อของ ‘หม่อมน้อย’ หรือ หม่อมหลวงพันธุ์เทวนพ เทวกุล เพราะนอกจากจะมีผลงานที่ได้รับรางวัลมากมายตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันแล้ว หม่อมน้อยยังเป็นครูฝึกสอนการแสดงมากฝีมือที่หาตัวจับยากในเมืองไทย

หลังได้รับแรงบันดาลใจจากละครเวทีของมหา-วิทยาลัยธรรมศาสตร์ เรื่อง อวสานของเซลส์แมน (2515) หรือ The Death of Salesman ที่ดัดแปลงมาจากบทละครของ อาเธอร์ มิลเลอร์ หม่อมน้อยตัดสินใจเข้าศึกษาต่อระดับปริญญาตรี สาขาเอกการละคร คณะอักษร-ศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ก่อนจะมีผลงานกำกับภาพยนตร์เรื่องแรกเป็นของตัวเองใน ‘เพลิงพิศวาส’ (ปี 2527) ตามมาด้วยภาพยนตร์รางวัลพระราชทานพระสุรัสวดี สาขากำกับภาพยนตร์ยอดเยี่ยม และบทภาพยนตร์ยอดเยี่ยมในเรื่อง ‘ช่างมันฉันไม่แคร์’ (ปี 2529) นอกจากนี้ หม่อมน้อยยังถือเป็นผู้กำกับที่มีอิทธิพลต่อภาพยนตร์ไทยร่วมสมัยจากการนำบทประพันธ์คลาสสิก มาดัดแปลงเป็นภาพยนตร์เพื่อสะท้อนแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ อาทิ ชั่วฟ้าดินสลาย (ปี 2553) อุโมงค์ผาเมือง (ปี 2554) จันดารา (ปี 2555-2556) แผลเก่า (ปี 2557) และแม่เบี้ย (ปี 2558) ซึ่งทั้งหมดนี้ยังทำให้หม่อมน้อยได้รับรางวัล จากมูลนิธิ ม.ร.ว. คึกฤทธิ์ ปราโมทย์ ในฐานะผู้อนุรักษ์วัฒนธรรมไทยดีเด่น สาขาศิลปะการแสดงประจำปี 2561 อีกด้วย 

สัมภาษณ์โดย : พุทธิพงศ์ อึงคนึงเวช
เมทินี กิ่งโพยม
รางวัลพิเศษ BAZAAR x F.A.C.E 2018 สาขา Entertainment

ในวงการแฟชั่นและบันเทิงไทยไม่มีใครที่จะไม่รู้จัก ลูกเกด-เมทีนี กิ่งโพยม ในฐานะสุดยอดนางแบบ นักแสดง พิธีกร และล่าสุดกับการเป็นเมนเทอร์และเสาหลักให้กับรายการ The Face Thailand มาตลอด 4 ซีซั่น ใช่ว่าจะมีใครที่ยืนหยัดในวงการที่มีการเปลี่ยนแปลงรวดเร็วและรุนแรงยิ่งกว่ากระแสน้ำที่เชี่ยวกรากได้ยาวนานเช่นนี้ แต่นับตั้งแต่ก้าวเข้ามาสู่วงการตั้งแต่ปี พ.ศ. 2535 ในฐานะมิสไทยแลนด์เวิลด์ ที่ไปคว้าตำแหน่งราชินีแห่งทวีปเอเชียและโอเซเนีย (Miss Continental Queens Asia & Oceania) มาครอง ลูกเกดก็แสดงให้เราได้เห็นศักยภาพที่ราวกับไร้ขีดจำกัดของเธอมาโดยตลอด  นอกจากการเป็นสุดยอดนางแบบรูปร่างที่สูงโปร่งไม่แพ้นางแบบระดับท็อปโมเดลต่างประเทศที่ทำให้ได้ครองรันเวย์ใหญ่ๆ ในทุกฤดูกาลมาจนถึงปัจจุบัน ในฐานะนักแสดง เธอก็เป็นนักแสดงเจ้าบทบาทที่มีผลงานอย่างต่อเนื่อง การันตีด้วยรางวัลสาขาผู้แสดงนำฝ่ายหญิงยอดเยี่ยม จากภาพยนตร์เรื่อง ‘กล่อง’ ที่เธอแสดงเป็นเรื่องแรกๆ ในชีวิต ส่วนผลงานที่สร้างชื่อเสียงให้มากที่สุดจนกลายเป็นภาพจำของผู้คนคือบทของ ‘ดีนี่’ นางร้ายในละครเรื่อง ‘มารยาริษยา’ ที่ฉายทางช่อง 5 นอกจากนี้ เธอยังเป็นผู้บุกเบิกหลายสิ่งให้กับวงการไทย ไม่ว่าจะเป็นผู้นำในด้านการรักษาสุขภาพ เป็นผู้บุกเบิกวงการธุรกิจด้านความงาม หรือเจ้าของแฮชเเท็กสุดฮิตอย่าง ‘Strong’ ที่ใช้กันทั่วบ้านทั่วเมือง เหนือสิ่งอื่นใด ลูกเกด-เมทีนี คือแม่แบบการทำงานและผู้ที่สร้างทัศคติที่ดีให้กับเหล่านางแบบและคนในวงการบันเทิงอย่างแท้จริง

สัมภาษณ์โดย : สุทธอร อังควาณิชย์


เตรียมติดตามการอัพเดทความเคลื่อนไหวภายในงาน BAZAAR x F.A.C.E Ball ในวันพรุ่งนี้ (12 พฤษภาคม 2018) ผ่านทางสื่อโซเชี่ยลมีเดียของ Harper’s Bazaar Thailand ไม่ว่าจะเป็น Facebook, IG ได้เลย

TAG

Related Stories

สถานที่ Hang out ชั้นยอดบนชั้นที่ 56 ของโรงแรม Centara Grand At CentralWorld
พร้อมกระทบไหล่หนุ่มๆ ในปาร์ตี้อย่าง ลุค อิชิกาว่า, โก้ วศิน , วิคเตอร์ ชัชชวิศ และอีกมากมาย
ตอกย้ำความผูกพันแน่นแฟ้นกว่า 70 ปีระหว่าง Dior กับมหานครนิวยอร์ก
พร้อมทอดพระเนตรนิทรรศการทรงคุณค่า ประวัติศาสตร์ขององค์กรหกแผ่นดินยึดมั่นการทำธุรกิจที่เป็นมิตรต่อประชาสังคม
พร้อมมิกโซโลจิสต์รับเชิญพิเศษอย่าง จอร์โจ้ บาร์จิอานี่ (Giorgio Bargiani)
ภายใต้คอนเซ็ปท์ Future of Fashion เผยถึงมุมมองแฟชั่นในบทใหม่ภายใต้เหล่าไทยดีไซเนอร์จากหลากหลายคาแรคเตอร์ 

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

สถานที่ Hang out ชั้นยอดบนชั้นที่ 56 ของโรงแรม Centara Grand At CentralWorld
พร้อมกระทบไหล่หนุ่มๆ ในปาร์ตี้อย่าง ลุค อิชิกาว่า, โก้ วศิน , วิคเตอร์ ชัชชวิศ และอีกมากมาย

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว