บาซาร์ชวนพูดคุยกับคุณหมอผู้คิดค้น Vampire Face Lift

ผู้ก่อตั้ง Dr.Barbara Sturm Molecular Cosmetics เกี่ยวกับเรื่องผิวในมุมที่เราไม่เคยรู้มาก่อน
หลายคนคงเคยได้ยินวิธีการชะลอวัยสุดแปลกอย่าง Vampire Face Lift ที่ใช้เลือดเพื่อยกกระชับและลดเลือนริ้วรอย ซึ่งหลังจากที่คิม คาเดเชียนลงรูปในอินสตาแกรมพร้อมกับใบหน้าที่เปื้อนเลือดสุดสยอง(แต่สวย) วิธีนี้ก็กลายเป็นกระแสร้อนแรงในช่วงนั้น ซึ่งวิธีการรักษาความอ่อนเยาว์นี้มาจากฝีมือและการคิดค้นของ ดร. บาร์บาร่า สเติร์ม โดยเธอเป็นที่รู้จักดีในการทำครีมบำรุงต่อต้านริ้วรอยที่ใช้เลือดของคนไข้มาเป็นส่วนผสมสำคัญในครีม ซึ่งก็เป็นที่ต้องการของเหล่าไฮโซทั้งหลาย (ราคากระปุกละเกือบ 50,000 บาท) แต่สำหรับทางเลือกของคนที่ต้องการรักษาความอ่อนเยาว์ของผิวแบบไม่ต้องเสียเลือด Dr.Barbara Sturm Molecular Cosmetics  คือ สกินแคร์คุณภาพสูงในราคาที่จับต้องได้ ในคอนเซ็ปต์ที่ให้คุณมิกซ์แอนด์แมทช์ได้ตามความต้องการของผิว
ดร.บาร์บาร่า เริ่มแนะนำที่มาที่ไปของตัวเธอเอง “ฉันเริ่มต้นด้วยกเป็นศัลยแพทย์กระดูกที่เยอรมัน แต่ก็เริ่มสนใจในเรื่องความงามด้วย มาวันหนึ่งฉันได้เกี่ยวข้องกับการรักษาความงามและได้เห็นผลลัพธ์ที่มันน่าทึ่ง จึงเริ่มศึกษาด้านนี้อย่างจริงจัง ฉันได้นำความรู้ตอนที่เป็นศัลยแพทย์กระดูกที่ใช้การรักษา โดยใช้เซลล์เลือดของคนไข้มาสกัดเอาโปรตีนและโกรตแฟ็กเตอร์ แล้วนำกลับไปฉีดในข้อต่อเพื่อลดอาการอักเสบและทำให้เนื้อเยื่อฟื้นตัวได้เร็ว ในปี 2002 ฉันต้องการสร้างความแปลกใหม่และเอกลักษณ์ ฉันจึงได้ทดลองการฉีดแบบครึ่งหน้าด้วยไฮยาลูรอนิกแอซิดเฉยๆ กับอีกครึ่งที่ผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดและเลือดของคนไข้ ซึ่งผลที่ได้รับคือมันอยู่ได้นานกว่าการฉีดไฮยาลูรอนิกแอซิดเพียงอย่างเดียว จึงได้เริ่มนำมาใช้รักษากับคนไข้และอย่างที่คุณรู้มันได้กลายเป็นทรีตเม้นต์ที่ได้รับความนิยมในช่วงนั้น บวกกับเวลานั้นฉันมีปัญหาผิวที่แห้งมาก และเป็นสิวอุดตันเต็นไปหมด ได้ทดลองผลิตภัณฑ์ทุกอย่างตามท้องตลาดมาหมดแต่ไม่ช่วยให้ผิวฉันดีขึ้นเลย แถมแย่ลงอีกด้วยซ้ำ ฉันก็เลยคิดว่างั้นคงต้องทำครีมขึ้นมาสำหรับตัวเองแล้วล่ะ ที่มาของ Blood Cream ก็เริ่มขึ้นโดยนำเลือดตัวเองมาปั่นเพื่อให้เหลือพลาสม่าที่เต็มไปด้วยค็อกเทลสารอาหารสำหรับผิวใส่ลงไปในครีมเบส ซึ่งมันทำให้ผิวฉันดีขึ้นและแข็งแรงอย่างน่ามหัศจรรย์” ดร.บาร์บาร่า กล่าวว่า “สำหรับฉันความชุ่มชื้นผิวเป็นสิ่งสำคัญมากในการมีผิวสวย ฉันจึงเน้นส่วนผสมไฮยาลูรอนิกแอซิดในผลิตภัณฑ์เกือบทุกชิ้นของฉัน เพราะถ้าเซลล์ผิวชุ่มชื้นมันจะรับส่วนผสมหรือสารอาหารต่างๆ ได้ดีกว่า ด้วยความที่เป็นแพทย์จึงไม่ชอบความคิดที่จะต้องออกไปขายของแต่ฉันเองก็ต้องการให้คนไข้ของฉันได้สามารถเข้าถึงสกินแคร์ได้จึงเริ่มวางขายในออนไลน์ net-a-porterเป็นที่แรกเพื่อเข้าถึงคนไข้ได้ทั่วโลกตอนนี้ผลิตภัณฑ์ของฉันมียอดขายอันดับหนึ่งที่นั่น และคนเริ่มรู้จักสกินแคร์ Dr.Barbara Sturm Molecular Cosmeticsมากขึ้น และก็เริ่มแตกไลน์ผลิตภัณฑ์ออกมามากมายสำหรับผิวทุกประเภทและทุกปัญหาผิว โดยทุกชิ้นมาจากปรัชญาของฉันและความรู้เกี่ยวกับการเป็นแพทย์ศัลยกรรมกระดูกที่ว่าอาการอักเสบที่เกิดในร่างกายก่อให้เกิดโรคและความเสื่อมของร่างกายก่อนวัยอันควร รวมถึงเรื่องของผิวพรรณ ฉันจึงให้ความสำคัญกับอาการอักเสบในร่างกายเพราะมันทำลายเนื้อเยื่อและเซลล์ เป็นปัจจัยอันดับหนึ่งของการเกิดริ้วรอย อย่างที่สองคือเรื่องของความชุ่มชื้น ถ้าผิวขาดความชุ้มชื้น ปราการปกป้องผิวเราจะอ่อนแอ เซลล์ทำงานำด้ไม่ปกติ และอันดับสุดท้ายที่ให้ความสำคัญก็คือการสร้างความแข็งแรงให้กับเอนไซม์  Telomerase ซึ่งจะปกป้อง DNAเซลล์จากความเสียหาย โดยผลิตภัณฑ์ทุกชิ้นมีส่วนผสม Purslane ซึ่งเป็นพืชธรรมชาติเปี่ยมคุณสมบัติต้านอนุมูลอิสระ เต็มไปด้วยวิตามิน แร่ธาตุ และกรดไขมัน โอเมก้า-3แบบเดียวกับที่มีอยู่ในน้ำปลา และเป็นส่วนผสมที่ได้รับรางวัลโนเบลไพรซ์ในปี 2009ด้วย การใช้สกินแคร์ว่าเป็นสิ่งที่คุณควรให้ความสำคัญมากๆ เพราะทุกอย่างที่ใช้กับผิวสามารถก่อให้เกิดการอักเสบที่ไม่ใช่แค่ผิวแต่กับทั้งร่างกายได้เลย นี่คือแนวคิดใหม่ ผลิตภัณฑ์ของฉันจึงให้ความสำคัญกับการรักษาอาการอักเสบทุกขั้นตอน โดยหลายคนมักจะเข้าใจผิดกันอย่างมากก็คือการใช้วิตามินซีเข้มข้นกับผิว มันเป็นส่วนผสมที่ดีมากซึ่งฉันแนะนำว่าคุณไม่ควรใช้ที่มีความเข้มข้นเกิน 5% สำหรับผิว เพราะมันจะไปทำลายปราการผิว ก่อให้เกิดรอยแดงหรือความรู้สึกคันยิบๆ ซึ่งเป็สัญญานของการอักเสบผิว นั่นรวมไปถึงไลฟ์สไตล์ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหารการกินและการใช้ชีวิต ฉันจึงคิดอาหารเสริมเพิ่มเข้ามาในการดูแลผิว อย่างตัว Skin Food และอีก 3 ตัว ที่ทำขึ้นเพื่อช่วยให้การใช้ชีวิตของคุณมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ช่วยต้านการอักเสบ ต่อต้านมลภาวะ และช่วยการนอนหลับ
อีกเรื่องของความชุ่มชื้นคนก็มักเข้าใจผิดว่าถ้าผิวแห้งจะต้องใช้ผลิตภัณฑ์เนื้อเข้มข้นหนักๆ ถึงจะดี อันนี้ฉันบอกได้จากประสบการณ์ตรงว่าไม่จริงเลย ยิ่งจะทำให้ผิวคุณแย่หนักกว่าเดิมอีก เกิดการอุดตัน ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่เน้นการมอบความชุ่มชื้นมากกว่า นี่จึงเป็นที่มาของผลิตภัณฑ์ใหม่ Balancing Toner ซึ่งมีส่วนผสมของไฮยาลูรอนิก วิตามินอี และ purslane ช่วยสร้างความแข็งแรงเป็นเกราะปกป้องผิว ฉันแนะนำให้คุณใช้โทนเนอร์ทุกครั้งหลังล้างหน้า เพราะเราไม่รู้ว่าน้ำที่ใช้ล้างหน้านั้นมีคุณภาพอย่างไร มันอาจจะมีสิ่งปนเปื้อนหรือมีความด่างมากไป ทำให้ค่า pH ผิวถูกรบกวน โทนเนอร์จะช่วยปรับสภาพผิวให้กลับมามีสมดุลและพร้อมรับการบำรุงต่อไปได้
            ผลิตภัณฑ์เด่นของฉันที่เป็นที่นิยมน่าจะได้แก่บรรดาเซรั่มต่างๆ ซึ่งฉันแบ่งเป็นเหล่าเซรั่มเนื้อใสที่มีวอเตอร์เบสและไฮยาลูรอนิก สำหรับคนที่ใช้ชีวิตในเมืองโดยเฉพาะกรุงเทพฯนี้ฉันอยากแนะนำ Anti-Pollution Serum มันไม่เพียงปกป้องผิวจากมลภาวะ แสงยูวี แต่ยังช่วยเรื่องแสงบลูไลท์ด้วย อีกตัวพื้นฐานก็คือ Hyaluronic Serum ที่มีโมเลกุลแตกต่างกัน 2 ชนิด มอบความชุ่มชื้นทั้งที่ผิวชั้นบนและชั้นล่าง ซึ่งคุณสามารถใช้ผสมกันได้ ตัว Clarifying Serum นี่ดีมากสำหรับผิวเป็นสิว อีกตัวที่ขายดีของฉันคือ Super Anti-Aging Serum อุดมด้วยโปรตีน สารแอนตี้ออกศิแด๊นต์ และเป็ปไทด์ ที่ควรใช้ยามค่ำคืนเพราะจะทำงานได้ดีขณะที่ผิวซ่อมแซมตัวเองขณะหลับ หรือถ้าคุณกังวลเรื่องสีผิวไม่สม่ำเสมอ เรามี Brightening Serum ดีมากๆแต่ตัวนี้ไม่ได้ให้ผลมหัศจรรย์ข้ามคืน ต้องใช้อย่างต่อเนื่องซึ่งคนไข้หลายคนของฉันชอบมาก สำหรับผิวแพ้ง่าย Claming Serum คือสวรรค์เลยล่ะ มันช่วยเรื่องรอยแดง ผื่นแพ้ ผิวไหม้จากแดด ตัวนี้จะช่วยชีวิตคุณได้เลย และตัวที่ถือเป็น cult favourite ของหลายๆ คนรวมถึงคนดังคือ Glow Drop และเป็นตัวโปรดของฉันด้วย จะมีพกไว้ในกระเป๋าเสมอเพื่อเติมระหว่างวัน ปลุกความเปล่งปลั่งให้กับผิว จริงๆ ตัวนี้ใช้ได้หลายแบบ พวกช่างแต่งหน้าจะผสมตัวนี้กับรองพื้นเพื่อให้ผิวโกลว์อย่างเป็นธรรมชาติ หรือใช้เป็นเบสก่อนรองพื้น หรือทาทับรองพื้น ใช้แตะระหว่างวันบนเมกอัพก็ได้
แต่สำหรับคนที่อยากเริ่มลองสกินแคร์ของฉัน จะแนะนำให้ลองตัวเคลนเซอร์ทำความผิวเพราะมันทำความสะอาดได้ดีและหมดจดไม่ทำร้ายผิว ตามมาด้วย Face Cream ซึ่งเป็นชิ้นที่ดีเยี่ยมมาก มันเปี่ยมด้วยส่วนผสมที่ดี ให้ความชุ่มชื้นกำลังดี ซึมเร็วและมอบความโกลว์สวยกับผิวแบบพอดี และ Hyaluronic Serum ที่จะให้ทั้งมอบความชุ่มชื้นและลดการอักเสบของผิวได้ดี
สำหรับฉันแล้ว วิธีดูแลผิวที่ควรเลี่ยงก็คือการผลัดผิวด้วยกรดรุนแรงหรือการทำเลเซอร์ การใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีมิเนอรัลออยล์ รวมถึงออยล์บำรุงผิว การใช้ออยล์ที่ผิดวิธี มันจะยิ่งทำให้ผิวคุณแห้งเพราะผิวคุณจะหยุดการผลิตน้ำมันตามธรรมชาติ แต่ถ้าคุณใช้มันในขณะหน้ายังเปียกอยู่ มันถึงจะดีกับผิวคุณ แม้แต่น้ำมันมะพร้าวก็ทำให้ผิวคุณแห้งได้ถ้าใช้ตอนที่ผิวแห้ง อีกอย่างก็คือการใช้ครีมเนื้อเข้มข้นมากๆ ที่จะไม่ดีกับผิวของคุณอย่างแน่นอน สิ่งที่คุณต้องการคือความชุ่มชื้นต่างหาก แต่ถ้าเป็นในช่วงฤดูหนาวคุณสามารถเปลี่ยนมาใช้ออยล์หรือน้ำมันเนื้อเข้มข้นขึ้นได้ เพราะการผลิตน้ำมันธรรมชาติของผิวจะลดลง เส้นเลือดเกิดการหดตัว การไหลเวียนลดลง ช่วงนี้เราจึงต้องการผลิตภัณฑ์ที่มีเนื้อเข้มข้นมาช่วย
            คนถามฉันเยอะมากเรื่องของสเต็มเซลล์ที่ใช้ในสกินแคร์ ซึ่งฉันว่าตอนนี้มันยังไม่ได้ผลจริงจังหรอกนะ ในอนาคตไม่แน่ แต่ตอนนี้เรายังไปไม่ถึงขั้นนั้น โดยเฉพาะเรื่องของสเต็มเซลล์จากพืชที่เอามาใช้ในสกินแคร์ คุณไม่ใช่แอปเปิ้ล แตงกวา หรือผักผลไม้อะไรเสียหน่อย เราเป็นคนค่ะ มันจะช่วยเราได้อย่างไร ฉันแนะนำว่ากินมันเถอะถ้าจะเอามันมาช่วยผิวแล้วล่ะก็”
            ดิฉันรักในความเป็นคนตรงของคุณหมอมากๆ เพลินจนไม่อยากให้การคุยจบลงเลย นี่ทำให้ต้องเริ่มแอบไปเมียงมองผลิตภัณฑ์ Dr. Barbara Sturm Molecular Cosmetics ซะแล้ว เพราะจะเอาเลือดตัวเองไปให้คุณหมอปั่นทำครีมก็ต้องบินไปทำที่เยอรมันนู่น เอาง่ายๆ ไปดูสกินแคร์ของคุณหมอกันก่อน วางขายเอ็กซ์คลูซีฟเฉพาะที่ BFF เท่านั้น

TAG

Related Stories

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!
ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้นและทรงพลัง มาพร้อมกับความแม่นยำในการใช้ เพื่อลดเลือนริ้วรอยอย่างตรงจุด
ทางเลือกใหม่ของการชะลอวัยเพื่อผิวกระชับ ดูอ่อนเยาว์สำหรับผิวว่าที่คุณแม่และผิวแพ้ง่าย
ไม่ว่าคุณจะซื้อให้ตัวเองหรือมอบให้เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลก็ถูกใจใช่เลย

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว