นิทรรศการสุดพิเศษ LE GRAND NUMERO DE CHANEL กับการพาทุกคนท่องสู่เรื่องราวแห่งจินตนาการ

พร้อมบทสัมภาษณ์สุดพิเศษกับ THOMAS DU PRÉ DE SAINT MAUR
เตรียมพบกับนิทรรศการสุดพิเศษจาก CHANEL ส่งท้ายปีด้วยเทศกาลแห่งความสุข กับการร้อยเรียงเรื่องราวแห่งประวัติศาสตร์ของ CHANEL และความเป็นจริงที่ Gabrielle Chanel ฝากไว้ในโลกแห่งจินตนาการ ซึ่งปล่อยให้ทุกคนได้ดื่มด่ำไปกับความคิดฝันในแบบของตัวเอง ซึ่งเรื่องราวทั้งหมดนี้รวมไปถึงการบอกเล่าการรังสรรค์น้ำหอมล้ำค่าเหนือกาลเวลาของแบรนด์ผ่านนิทรรศการ LE GRAND NUMÉRO DE CHANEL ที่จะถูกจัดขึ้นในวันที่ 15 ธันวาคม 2022 ถึง 9 มกราคม 2023 แต่ก่อนที่จะไปสัมผัสกับบรรยากาศจากงาน มาตามอ่านกันก่อนเลยว่าที่มาที่ไปของนิทรรศการแห่งนี้มีมาอย่างไร กับบทสัมภาษณ์จาก THOMAS DU PRÉ DE SAINT MAUR หัวหน้าฝ่ายทรัพยากรสร้างสรรค์ระดับโลกของแผนกนํ้าหอมและความงาม และไฟน์จิวเวลรีและนาฬิกา

LE GRAND NUMÉRO DE CHANEL ต้องการจะสื่ออะไร?

LE GRAND NUMERO DE CHANEL คือโชว์ที่พาทุกคนย้อนกลับไปสู่โลกแห่งจินตนาการ ซึ่งจะปลุกอารมณ์ความรู้สึกในหลายระดับ  แนวคิดของมันคือการปล่อยตัวเองให้ดื่มด่ำไปกับความคิดฝันเพื่อเลือกเส้นทางในแบบที่จะพาคุณเดินทางจากจักรวาลหนึ่งไปยังอีกจักรวาลหนึ่งด้วยตัวเอง นี่ไม่ใช่นิทรรศการที่ต้องเดินชมจุดต่างๆ ตามลําดับ เพราะ LE GRAND NUMÉRO DE CHANEL นั้นเปิดกว้างมาก! และยังเป็นประสบการณ์ทางสังคม การแบ่งปันช่วงเวลาดีๆ ในเทศกาลแห่งความสุข ให้ความรู้สึกเหมือนได้สํารวจการจัดแต่งหน้าร้านตามห้างสรรพสินค้าที่ปารีสในช่วงคริสต์มาส ที่ THOMAS DU PRÉ DE SAINT MAUR ต้องการให้ผู้คนได้เข้าใจถึงบทบาทสําคัญของนํ้าหอมซึ่งช่วยเผยให้เห็นถึงเอกลักษณ์เฉพาะตัวและสร้างแรงบันดาลใจให้กับ มุมมองทางด้านความงามของ CHANEL  เรื่องของนํ้าหอมนั้นมากกว่าแค่เพียง ชื่อ ขวด หรือกลิ่น เพราะมันคือทุกสิ่งทุกอย่างที่ปรากฏขึ้นในห้วงความคิด เมื่อเราสูดลมหายใจเอากลิ่นนั้นเข้าไป ทุกสิ่งที่เรานึกถึงยามที่ได้ฉีดพรม มันจึงเป็นผลิตภัณฑ์สุดพิเศษ ผู้คนมากมายเชื่อว่า นํ้าหอมคือเครื่องประดับหรือการเติมแต่งขั้นสุดท้าย แต่มันเป็นได้มากกว่านั้น เพราะนํ้าหอมมีผลโดยตรงกับความรู้สึก ความมั่นใจ อารมณ์ และความปรารถนาของเรา นี่คือสิ่งที่เราอยากให้ทุกคนได้มาสัมผัส

ชื่อ LE GRAND NUMÉRO DE CHANEL มาจากไหน?

นอกเหนือจากความหมายในเชิงสัญลักษณ์ หมายเลขต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ยังยึดโยงกับแนวคิดด้านการแสดงศิลปะ ซึ่งเป็น แนวคิดที่สําคัญอย่างยิ่งสําหรับ CHANEL เพราะทําให้เรารําลึกถึงความเป็นจริงที่ว่า Gabrielle Chanel  เริ่มใช้ชื่อ Coco ราวปี 1901 ตอนที่เธอเป็นนักร้องและใช้ชีวิตอยู่ในเมือง Moulins นํ้าหอม CHANEL ก็เปรียบได้กับการแสดงที่ใช้ ความเชี่ยวชาญทางศิลปะของนักปรุงนํ้าหอม มันเป็นการเฉลิมฉลองที่น่าตื่นเต้นของชีวิต การเคลื่อนไหวของเสน่ห์ คําเชื้อเชิญในทุกวัน ให้ขึ้นแสดง…

ในความคิดเห็นของคุณการบอกเล่าเรื่องราวของนํ้าหอมมีความสําคัญอย่างไร?

เรื่องราวที่เราสื่อสารเกี่ยวกับนํ้าหอมเป็นเหมือนการแสดงออกของสไตล์และวิสัยทัศน์ของเรา ตัวอย่างเช่น นํ้าหอม CHANCE บ่งบอกถึงความเชื่อของ CHANEL ที่ว่าความสุขมักเกิดจากการมีโชคเล็กน้อย แต่การมีโชคต้องใช้ความพยายามอย่างมากเสมอ เพราะไม่ใช่แค่การเล่าเรื่องเกี่ยวกับความโชคดี แต่เป็นการเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับวิสัยทัศน์ของ CHANEL ที่แสดงออกผ่านนํ้าหอม CHANCE ดังนั้น LE GRAND NUMERO DE CHANEL จะเปิดโอกาสให้ทุกครได้ค้นพบทุกแง่มุมเกี่ยวกับนํ้าหอม เพราะจะบอกเล่าเรื่องราวทั้งหมดซึ่งปกติมักจะ เล่าแยกเป็นส่วนๆ เท่านั้น หรือสําหรับ N°5 เราจะสํารวจลึกไปถึงอิทธิพลทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ เพิ่มเติมด้วยการ ย้อนเล่าเรื่องราวของแคมเปญโฆษณาที่ดีที่สุด ตลอดจนดําดิ่งสู่อิทธิพลทางศิลปะด้วยชุดผลงานศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากนํ้าหอม N°5

ช่วยเล่าให้ฟังหน่อยว่าเบื้องหลังตัวเลขอันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์นั้นมีความหมายอะไรซ่อนอยู่

Gabrielle Chanel เป็นคนแรกที่ตั้งชื่อนํ้าหอมตามตัวเลข ซึ่งขัดกับคำนิยมการตั้งชื่อด้วยถ้อยคําที่สละสลวยในสมัยนั้น อย่างไรก็ตามตัวเลข เหล่านี้ไม่ได้สุ่มเลือกมามั่วๆ เพราะ 19 คือวันเกิดของเธอ ส่วน 31 คือเลขที่ของอาคารบนถนนกัมบงอันเป็นตํานาน… เธอนําเสนอ N°5 เพื่อเป็นการเชิดชูสัญชาตญาณของเธอล้วนๆ โดยไม่ต้องสอดแทรกเรื่องราวที่ไม่จําเป็นให้กับนํ้าหอม แต่ถึงอย่างไร หากมีเรื่อง เหนือธรรมชาติเข้ามาด้วยสักเล็กน้อยก็คงไม่เสียหาย…

คุณมีวิธีการเปลี่ยนนํ้าหอมให้กลายเป็นแคมเปญที่มีภาพลักษณ์สุดอลังการได้อย่างไร?

เช่นเดียวกับบทเพลง นํ้าหอมเกิดขึ้นจากการประพันธ์รังสรรค์ โดยเริ่มจากกระบวนการทางความคิดที่ร้อยเรียงออกมาในรูปแบบของสัมผัส กลิ่นหอม เราเริ่มจากความปรารถนาที่จะถ่ายทอดมิติแง่มุมต่างๆ ของ CHANEL แล้วทํางานไปในทิศทางเดียวกันกับชื่อ กลิ่น และขวด ของนํ้าหอม จากนั้นจึงค่อยตามมาด้วยการโฆษณา สิ่งที่เชื่อมโยงเราคือแนวคิดซึ่งมักมีจุดเริ่มต้นจากวิสัยทัศน์ของ CHANEL นี่จึง เป็นเหตุผลว่าทําไมผลิตภัณฑ์ระดับลักชูรี่ถึงทําให้เราประหลาดใจได้บ่อยครั้ง การมาบรรจบกันขององค์ประกอบที่จับต้องไม่ได้แต่ล้วน เชื่อมโยงกับแนวคิดหลักของมัน

คุณมีวิธีอย่างไรในการทํางานกับมรดกตกทอดของแบรนด์?

การได้ร่วมงานกับแบรนด์ที่มีมรดกมากมายเช่นนี้สร้างแรงบันดาลใจได้มากๆ มันทั้งตื่นเต้นและก็ท้าทาย การที่วันนี้เราได้ทํางานกับนํ้าหอม N°5 ซึ่ง Gabrielle Chanel สร้างสรรค์ไว้ในปี 1921 นั้นคือความท้าทายที่ผมต้องเจอในทุกวัน มันมีหลุมพรางที่ขีดข้อจํากัดของแบรนด์ ด้วยการสรรเสริญอดีตมากเกินไป รวมถึงในทางกลับกันคือการตัดขาดจากสิ่งที่สร้างประวัติศาสตร์ของแบรนด์มาตั้งแต่เริ่มต้น CHANEL คือแบรนด์ที่ทั้งคลาสสิกและก็ปฏิวัติวงการคลาสสิกในแง่ที่มีวิสัยทัศน์อันชัดเจนต่อชีวิตและความงามปฏิวัติวงการในแง่ที่มี การคิดค้นวิธีการใหม่ๆในการแสดงออกถึงวิสัยทัศน์นี้อยู่เสมอซึ่งนี่คือสิ่งที่ทําให้ CHANEL เป็นแบรนด์ที่ทรงอิทธิพลอย่างไม่น่าเชื่อ การที่แบรนด์ทําให้ผู้คนรู้สึกเชื่อมโยง แต่ในขณะเดียวกันก็ยังสร้างความประหลาดใจและความปรารถนาได้อย่างไม่หยุดยั้ง

คุณคิดว่าอะไรที่ทําให้นํ้าหอม CHANEL ประสบความสําเร็จเช่นนี้?

สิ่งที่ขาดไม่ได้ของ CHANEL ก็คือตัว Gabrielle Chanel เอง นํ้าหอม CHANEL มีเอกลักษณ์ในการถ่ายทอดสไตล์ของ CHANEL รวมถึงวิสัยทัศน์ความงามและการเติมเต็มตัวเองในแบบที่ไม่เหมือนใคร… นํ้าหอม CHANEL ถ่ายทอดความสมดุลระหว่างประสบการณ์ที่จับต้องได้ และจับต้องไม่ได้ออกมาอย่างสมบูรณ์แบบ แม้จะเป็นผลิตภัณฑ์ที่เรามองเห็นและสัมผัสได้ แต่นํ้าหอมก็ยังปลุกจินตนาการของผู้ที่ใช้มัน ยามที่ Marilyn ฉีดพรมกายด้วยนํ้าหอม N°5  ไม่ใช่เพราะมันมีกลิ่นหอม แต่เพราะคุณภาพอันเป็นนามธรรมของนํ้าหอมนี้ต่างหากที่เป็นดั่งการเฉลิมฉลองให้กับอิสระภาพและการยืนหยัดเพื่อตัวเอง

TAG

Related Stories

ให้การฟื้นฟูผิวดูอิ่มเอิบราวได้รับหัตถการในคลินิกแพทย์ผิวหนัง
ยกระดับการฟื้นฟูผิวตามนาฬิกาชีวภาพ ให้ผิวสวยเนียนอิ่มฟูราวกับนอนเต็มอิ่มสองเท่าชั่วข้ามคืน
พร้อมปรากฏตัวในแคมเปญลิปโปรดัคคอลเลกชั่นใหม่ 'YSL Loveshine'
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

MORE FROM

ให้การฟื้นฟูผิวดูอิ่มเอิบราวได้รับหัตถการในคลินิกแพทย์ผิวหนัง
ยกระดับการฟื้นฟูผิวตามนาฬิกาชีวภาพ ให้ผิวสวยเนียนอิ่มฟูราวกับนอนเต็มอิ่มสองเท่าชั่วข้ามคืน

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว