ร่วมพูดคุยกับ Thierry Wasser สุดยอดสุคนธกรนักปรุงน้ำหอมประจำแบรนด์ Guerlain ถึงประสบการณ์การสร้างสรรค์และการถ่ายทอดกลิ่นหอม 

สู่คอลเลกชั่นน้ำหอมนิชในสไตล์ French Luxury

Thierry Wasser Master Perfumer แห่ง Guerlain 

Thierry Wasser (เธียรรี วาซแซร) Master Perfumer แห่ง Guerlain แบรนด์ความงามเก่าแก่ระดับลักซ์ชัวรี่จากฝรั่งเศส เขาคือหนึ่งในสุดยอดนักสร้างสรรค์ผู้ทรงอิทธิพลในวงการน้ำหอมระดับโลกและตอนนี้กุมบังเหียนตำแหน่งสุคนธกรผู้ปรุงน้ำหอมให้กับเกอร์แลง เธียรรีเป็นสุคนธกรนอกสายตระกูลคนแรกของแบรนด์นับจาก ฌอง-ปอล-เกอร์แลงผู้เป็นทายาทรุ่นที่สี่ของผู้ก่อตั้งมาตั้งแต่ปี 2008 ซึ่งผลงานการสืบทอดกลิ่นหอมและสร้างสรรค์ของเขาได้รับความนิยมและเป็นน้ำหอมระดับไอคอนิกประดับวงการมากมาย ด้วยกลิ่นหอมที่มีลูกเล่นหักมุมเกินคาดอย่างทรงเอกลักษณ์และมีความร่วมสมัยโดยปราศจากคำว่า “แฟชั่น” มาเป็นข้อกำหนด และนี่คือบทสนทนาของเรา

บูติกน้ำหอมแห่งแรกของ Guerlain ที่ถนน Rivoli ปารีส ปี 1828
ภาพ Thierry PRAT/Sygma ,Getty Images: คุณ Jean-Paul Guerlain ทายาทรุ่นที่สี่

“Guerlain” มีความหมายกับคุณอย่างไร?

เกอร์แลงเป็นชื่อของตระกูลเก่าแก่ผู้สร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์น้ำหอมและความงามมาตั้งแต่ปี 1828 ผมรู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้มีส่วนร่วมนำสิ่งที่คุณฌอง-ปอล-เกอร์แลงสร้างขึ้นมา มันเป็นมรดกตกทอดของคนสามรุ่นก่อน เขาคือทายาทรุ่นที่สี่ของบ้านเกอร์แลงและผมมารับช่วงต่อเป็นรุ่นที่ห้า ซึ่งประวัติศาสตร์ของเกอร์แลงมีความสตรองมากและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผมมากกว่าที่จะรู้สึกกดดันหรือเป็นภาระที่ต้องแบก และด้วยความรู้และความไว้วางใจที่ได้รับจากเขา ผมเลยรู้สึกมั่นใจในการรับช่วงต่อรับผิดชอบ สำหรับผมแล้วเกอร์แลงไม่ใช่แค่แบรนด์ แต่เป็นชื่อนามสกุลอันเป็นมรดกเก่าแก่

ความทรงจำแรกของคุณเกี่ยวกับน้ำหอมเกอร์แลงเป็นอย่างไรคะ?

ตลกมากครับ ที่คนมากมายในยุโรปโดยเฉพาะคนฝรั่งเศสจะมีแม่ ป้า น้า อา หรือใครก็ตามในครอบครัวที่ใช้น้ำหอมเกอร์แลง ไม่ว่าจะเป็นกลิ่น L’Heure Bleue, Shalimar หรือ Mitsuko และน้ำหอมกลิ่นแรกของผมก็คือเกอร์แลง ตอนนั้นผมอายุ 13 ที่ผมแอบขโมยน้ำหอมจากเพื่อนคุณแม่นั่นก็คือกลิ่น Abeille Rose ซึ่งเป็นน้ำหอมวินเทจที่ดีไซน์โดยคุณฌอง-ปอล-เกอร์แลงในปี 1965 และผมก็ยังใส่มันจนทุกวันนี้ ผมว่าตลกดีนะจากการขโมยน้ำหอมที่วันนึงผมได้กลายมาเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างสรรค์น้ำหอมให้กับเกอร์แลงเสียเอง (ยิ้ม)

คุณพาตัวเองเข้าสู่จิตวิญญานของความเป็นแบรนด์เกอร์แลงได้อย่างไร และยังรักษาความเป็นเฮอร์เทจของแบรนด์ได้อย่างน่าทึ่ง?

คงเพราะผมได้ใกล้ชิดกับคุณฌอง-ปอล-เกอร์แลง ผมเรียนรู้สิ่งต่างจากเขามากมาย นั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแบรนด์รวมทั้งการผลิต แต่ผมก็ไม่ได้อยากให้วิญญานของเขามาติดตามผมตลอดเวลาเช่นกัน ผมจึงมีส่วนร่วมทั้งหัวใจและจิตวิญญานในกระบวนการผลิตน้ำหอม รวมทั้งเสาะหาวัตถุดิบต่างๆ ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพในการคิดค้นสูตรน้ำหอมในแบบของผมเอง เกอร์แลงคือธุรกิจความงามโดยตรงมาเป็นเวลาเกือบสองร้อยปีแล้วละเรามี know how ที่มีความเชี่ยวชาญในการสกัดกลิ่นหอมจากพืชพรรณเพื่อทำน้ำหอม นี่คือสิ่งที่เป็นเฮอร์เทจของเรา ทำให้มีความแตกต่าง ทุกอย่างนั้นเราผลิตขึ้นมาเองโดยไม่ใช้คนนอก ทุกอย่างถือว่าเป็นโฮมเมด ทั้งเสาะหาวัตถุดิบ การผลิต และพัฒนาระบบการทำน้ำหอมขึ้นมาเองด้วย ซึ่งนี่คือความเป็นเกอร์แลง ซึ่งทำให้เรามีความพิเศษอย่างยิ่งยวด

คุณ Jacques Guerlain

คุณได้แรงบันดาลใจจากเฮอร์เทจของเกอร์แลงสู่การคิดค้นน้ำหอมใหม่ๆ อย่างไร?

คุณฌาค เกอร์แลง หลายชายของผู้ก่อตั้ง เขาเป็นเป็นนักปรุงน้ำหอมผู้สร้างสรรค์น้ำหอมมากกว่า 400 กลิ่น ซึ่งเขาเป็นเสมือนอัญมณีเม็ดงามของตระกูล  และสไตล์ของเขาเป็นผู้กำหนดสไตล์ของน้ำหอมเกอร์แลง ที่ต้องมีส่วนผสมในน้ำหอม 6 อย่าง มีความสมดุลของส่วนผสมทั้งหกนี้มากบ้างน้อยบ้าง ทุกกลิ่นของเขาก็คือปรับส่วนผสมที่ว่านั้นลดหลั่นกันไป โดยมีโรส จัสมิน เบอร์กาม็อท  ไอริส ตองก้าบีน และวานิลลา ซึ่งกลายเป็นซิกเนเจอร์ของน้ำหอมเกอร์แลง ปี 1921 น้ำหอมชื่อ Gerlinade เกิดขึ้นมามันคือน้ำหอมสูตรตำรับเฉพาะในความหมาย made by Guerlain มาเป็นชื่อ Gerlinade และกลายมาเป็นซิกเนเจอร์ของเขา และเป็นต้นกำเนิดของคอลเลกชั่นน้ำหอมชั้นสูง L’Art & La Matière ในปี 2005  

ส่วนผสมหลักทั้งหกที่เป็นหัวใจของน้ำหอม Guerlain

Les Extraits Signature 

จากนั้นปีนี้เอง 2023 ก็ถือกำเนิด Les Extraits Signature ซึ่งเป็นคอลเลกชั้นซ้อนในคอลเลกชั่น มันคือเอ็กซ์แทรกเข้มข้นระดับสูงที่เกิดจากส่วนผสมอันน่าอัศจรรย์ของเกอร์แลง 6 ชนิดที่ผมกล่าวไป ที่มีความเป็นหัวน้ำหอมบริสุทธิ์ที่ทั้งดิบและมีเอกลักษณ์สุดวิจิตรบรรณจงที่ยากจะลอกเลียนแบบ

คุณสามารถนำมันไปเล่นกับน้ำหอมคอลเลกชั่น L’Art & La Matière เพื่อเพิ่มมิติปรับคุณลักษณะกลิ่นหอมที่คุณชื่นชอบได้อย่างไม่จำกัดกับน้ำหอม 22 กลิ่น และเรามีกลิ่นหอมล่าสุด Tobacco Honey ที่เพิ่งเปิดตัวไป 

เป็นส่วนผสมที่น่าสนใจมากในการจับคู่กับของใบยาสูบและน้ำผึ้ง คุณช่วยเล่าให้ฟังหน่อยค่ะ?

ใบยาสูบนั้นเป็นที่นิยมมาตั้งแต่ปีคศ.ที่18 แล้วนำมาจับคู่กับ หนัง น้ำผึ้ง ตองก้าบีน มันให้อารมณ์ของสถานที่สุดเอ็กซอติกอย่างตุรกี ที่คนจะจับคู่ใบยาสูบกับกุหลาบเพื่อสร้างรสชาดให้กับใบยาสูบ ดังนั้นจึงไม่ใช่ไอเดียแปลกใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน และเราเคยใช้ใบยาสูบเมื่อปี 1969 กับน้ำหอม Vetiver ไอเดียที่นำใบยาสูบมาใช้ก็เพื่อสร้างคาเรคเตอร์ที่สตรองให้กับคอลเลกชั่นนี้มากขึ้น และในปี 2014 นักปรุงน้ำหอมอีกคนของเรา Delphine Jelk ซึ่งผมไม่รู้ว่าตอนนั้นอะไรเข้าสิงเธอที่ทำให้เธอหลงใหลกับกลิ่นใบยาสูบและน้ำผึ้งเอามากๆ นั่นถือเป็นจุดเริ่มต้นของน้ำหอมกลิ่นนี้


Delphine Jelk 

อะไรคือความท้าทายในการรังสรรค์น้ำหอมกลิ่นTobacco Honey นี้คะ?

คือการนำน้ำผึ้งที่เป็นวัตถุดิบมาใช้ การนำน้ำผึ้งแท้มาใส่ในขวดนี่เป็นเรื่องยาก เราต้องคิดเทคนิคเพื่อสกัดกลิ่นของน้ำผึ้งออกมาโดยที่ทิ้งน้ำตาลและส่วนอื่นๆ ซึ่งกระบวนการสกัดกลิ่นของน้ำผึ้งนี้มาจากเทคโนโลยีของหนึ่งในพาร์ทเนอร์เราทางตอนใต้ของอิตาลี เขาได้ดีไซน์เครื่องจับการระเหยของน้ำผึ้งจากน้ำ เพื่อจะดึงกลิ่นออกจากน้ำที่ใช้ละลายโดยผ่านเครื่องกรอง แล้วควบกลั่นโมเลกุลที่ระเหยเป็นกลิ่นหอมออกมา นี่ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่เรามีกลิ่นหอมของน้ำผึ้งที่แท้จริงในน้ำหอม ปกติแล้วกลิ่นน้ำผึ้งที่คุณได้ในน้ำหอมมันมาจากขี้ผึ้งไม่ใช่น้ำผึ้ง ดังนั้นความท้าทายก็คือการนำกลิ่นของน้ำผึ้งแท้ๆจากแหล่งเลี้ยงผึ้งของเราในสวนเบอร์กาม็อททางอิตาลีตอนใต้ ทำให้น้ำผึ้งที่ได้นั้นมีกลิ่นหอมหวานเจือความเป็นซิตรัสที่น่าสนใจ

นอกจากน้ำผึ้งแล้วยังมีส่วนผสมอะไรที่น่าสนใจอีกในน้ำหอมนี้?

ใบยาสูบก็คือกลิ่นส่วนผสมหลักอีกอย่าง เราใช้ใบยาสูบสดที่ทำให้แห้งซึ่งยังมีสภาพสมบูรณ์ไม่แตกหัก กลิ่นของมันจะมีความนุ่มนวลละมุน นอกจากมีกลิ่นยาสูบจริงแล้วยังมีกลิ่นที่สร้างความรู้สึกของยาสูบด้วย ก็คือกลิ่นของงาคั่วซึ่งชวนให้น้ำลายสอ จากนั้นเป็นกลิ่นของไม้ที่ให้ความรู้สึกผ่อนคลายเพราะนี่คือน้ำหอมกลิ่นแนววู้ดดี้ที่มีคาแรคเตอร์ที่ชัดเจนและติดผิวยาวนาน ซึ่งน้ำหอมของเราขึ้นชื่ออยู่แล้วเรื่องความติดทนนาน กลิ่นนี้จะยิ่งชัดเจนและมีความน่าสนใจ คนที่ใช้ที่ได้กลิ่นจะรู้สึก ว้าว และรู้สึกมีพลัง สำหรับผมถ้าคุณเป็นคนที่ค่อนข้างขี้อาย กลิ่นนี้จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับคุณ นี่เป็นสิ่งที่ผมหวังว่าคนใช้จะรู้สึกได้จากการใช้น้ำหอม Tobacco Honey นี้

คุณคิดว่าเทรนด์ของการมิกซ์หรือเลเยอร์กลิ่นหอมจะยังได้รับความนิยมอีกนานไหม?

เทรนด์ของน้ำหอมเปลี่ยนไปเสมอ จากกลิ่นหอมเย้ายวนลึกซึ้งมากๆในปี 80s สู่กลิ่นหอมสะอาดที่ได้รับความนิยมของช่วงต้น 90s สู่กลิ่นหอมที่มีเอกลักษณ์ของน้ำหอมนิชเพอร์ฟูมในตอนนี้ที่ทุกคนต่างให้ความสนใจ ผมบอกได้เลยว่าเกอร์แลงถือเป็นบิดาของนิชเพอร์ฟูม เพราะเรานำเทรนด์นี้มาตั้งแต่ปี 1999 จากคอลเลกชั่น L’Art & La Matière ต้นแบบ สู่คอลเลกชั่น Les Extraits Signature ที่เราเปิดโอกาสให้คุณสามารถสร้างกลิ่นหอมที่ในแบบที่คุณต้องการได้อย่างไร้ขีดจำกัด เป็นน้ำหอมอันมีกลิ่นเป็นเอกลักษณ์ของคุณเอง และนี่ถือเป็นจุดมุ่งหมายของเราเสมอมา

Guerlain คอลเลกชั่น L’Art & La Matière และ  Les Extraits Signature มีจำหน่ายเฉพาะเคาน์เตอร์และป็อปอัพสโตร์สาขาสยามพารากอน 

Photos Courtesy of The Brand

TAG

Related Stories

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!
ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้นและทรงพลัง มาพร้อมกับความแม่นยำในการใช้ เพื่อลดเลือนริ้วรอยอย่างตรงจุด
ทางเลือกใหม่ของการชะลอวัยเพื่อผิวกระชับ ดูอ่อนเยาว์สำหรับผิวว่าที่คุณแม่และผิวแพ้ง่าย
ไม่ว่าคุณจะซื้อให้ตัวเองหรือมอบให้เป็นของขวัญในช่วงเทศกาลก็ถูกใจใช่เลย

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว