รวบตึง 15 บิวตี้เทรนด์ที่เกิดขึ้นในช่วง 2010-2019

ไล่ตั้งแต่ คิ้วหนาฟู ปลายผมทูโทน จนถึงการเผยผิวฉบับแบบดัชเชสแห่งซัสเซ็กซ์ ที่นิยามความสวยสไตล์ 2010s
โซเชียลมีเดียได้บัญญัติเทรนด์ความงามไว้มากมาย ไม่ว่าจะเป็นระดับแมคโคร ถึงระดับไมโครอินฟลูเอนเซอร์ที่เด่นดัง จนเป็นผู้ตั้งเทรนด์ในกระแสหลัก เรียกได้ว่าเป็นการพลิกเกมตลาดเครื่องสำอางไปเลย เช่น การปัดคิ้วฟูอุย จนถึงการขีดหน้าคอนทัวร์สไตล์เจ๊คิม หากนึกย้อนไปไกลๆ เราเชื่อว่าสาวๆ หลายคนคงเคยย้อมปลายผมแบบ Dip-dye หรือมีผมสีสายรุ้งมาเเล้ว และนี่คือสุดยอดเทรนด์บิวตี้ที่เกิดขึ้นในตลอด 10 ปีที่ผ่านมา อะไรเด่นอะไรดับมาดูกันเลยดีกว่า

Big Brows

เทรนด์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในทศวรรษนี้คงต้องยกความดีความชอบให้กับ คิ้วหนาสุดสตรองของ คาร่า เดเลวีญ ตลอด 10 ปีนี้ แต่ก่อนคิ้วเคยเป็นสิ่งที่ถูกละเลย จนตอนนี้กลายเป็นสิ่งที่สำคัญอันดับหนึ่งเลยก็ว่าได้ จากนั้นโลกของคิ้วได้กำเนิดขึ้นตั้งแต่สารพัดอุปกรณ์การเขียน จนถึงบริการจัดแต่งรูปทรงที่มีตั้งแต่ แว็กซ์ จนถึงการสักฝังสีหลายมิติ ขณะนี้เรฟเฟอรเรนซ์จากยุค 90’s อย่างสครันชี่มัดผมฟูฟ่อง ลิปกลอสฉ่ำวาว จนถึงปลายเล็บสีขาว French manicure ได้กลับมาฮิตเรื่อยๆ แต่สิ่งหนึ่งที่ไม่หวนย้อนกลับมาคือคิ้วโก่งเส้นเรียวเล็กนั่นเอง

Instagram make-up

ทศวรรษนี้คือยุคทองของอินสตาแกรมเลยก็ว่าได้ สิ่งที่เรียกว่า ‘Instagram Makeup’ ก็ได้บัญญัติการแต่งหน้าอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นการแต่งหน้าเพื่อเซลฟี่หน้าแน่น ตั้งแต่ รองพื้นที่เน้นการ bake แป้งใต้ตา, คิ้วคมกริบ, คอนทัวร์หน้าตอบ, อายแชโดว์แบบ cut-crease, ลิปสติก สีแน่น ที่ได้แรงบันดาลใจจากเทคนิคการแต่งหน้าแดร็กควีน ทั้งเหล่ายูทูเบอร์และอินฟลูเอนเซอร์อย่าง Jaclyn Hill, Nikki Tutorials และ James Charles นี่ยังไม่รวมเซเลบผู้ทรงอิทธิพลอย่าง Kylie Jenner ก็ไม่พลาดกับเทรนดืนี้ ดูเหมือนมูฟเม้นต์นี้ต่อยอดไปจนถึงชาเลนจ์ขำๆ อย่าง ‘100 layers Chanllenge’ ที่เหล่า Vloger โชว์การโบกเมคอัพส่วนต่างๆ ถึง 100 เลเยอร์ มีตั้งแต่รองพื้น ลิคควิดลิปสติก จนถึงยาทาเล็บ ทั้งในอินสตาแกรมและยูทูบ ที่ตรงข้ามกับภาพลักษณ์ความงามของสาว Glossier (ที่ยังป็อปปูลาร์ในไอจีเช่นกัน) ผู้ชื่ชอบในเมคอัพสายมินิมัลโชว์ผิว ‘จริง’ เท็กซ์เจอร์ดิวอี้ฉ่ำน้ำ

Contouring (and highlighting) went mainstream

การคอนทัวร์ สมควรได้รับการพูดถึงเป็นครั้งที่สองในคอนเท้นต์นี้ ถึงเเม้ว่าเทคนิคนี้ไม่ได้เป็นเรื่องใหม่แต่อย่างใด ในต้นยุค 2010s มีแต่คนพูดถึงการคอนทัวร์ของ คิม คาร์ดาร์เชียน แต่งโดยเมคอัพอาร์ทิสต์ของเธอ มาริโอ้ เดดิวาโนวิก เขาได้นำเทคนิคนี้มาโชว์โลกอินสตาแกรม ยูทูบ และไลฟ์สดสอนแต่งหน้า การคอนทัวร์ทำเพื่อให้หน้าดูเล็กลง โหนกแก้มดูชัดขึ้น เหลาดั้งให้สูงขึ้น กลายเป็นว่าสาวๆ กล้าใช้คอนทัวร์แบบครีม ฝุ่น และลิควิดในการแต่งหน้าที่ถ่ายรูปขึ้นสุดๆ แต่ไม่ค่อยเหมาะกับชีวิตจริงเสียเท่าไหร่ ถึงอย่างไรเทคนิคการ สโตรบบิ้ง (Strobing) ก็ตามมาติดๆ ซึ่งเป็นการเหลาหน้าพุ่งด้วยการใช้ไฮไลต์ ทำให้ได้ลุคที่ดูสดใสขึ้น (ซึ่งเป็นเทคนิคเก่าเหมือนกัน) และฮิตอยู่สักพัก ยุคนี้คอนทัวร์พาเลตต์และไฮไลต์คิทได้ผุดอยู่กรุเครื่องสำอางของสาวๆ แต่ปลายทศวรรษเรากลับเห็นบลัชกลับมาอีกครั้ง ที่ให้ความระเรื่อเปล่งประกาย ดูมีชั้นเชิงต่างจากการปัดแก้มแบบตูดลิงในยุค ’80s

Big lips

จุดเริ่มต้นมาจากน้องสาวสุดท้องของบ้านตัว K ได้วาดขอบปากให้ดูใหญ่ขึ้น ตุ๊งฟิลเตอร์ให้ปากจวือสุดๆ ใช่แล้วเธอคือ Kylie Jenner ผู้ก่อตั้ง Kylie Cosmetics เธอเริ่มต้นด้วยการขาย Lip Kits สามสีที่ถล่มทะลายโลกอินเทอร์เน็ตมาก (ผู้แปลเกือบกดสั่ง Lip Kits ของเธอใน ebay ในราคา 20k บาท เลยทีเดียว) เธอได้สร้างอาณาจักรเมคอัพ-สกินแคร์อย่างแข็งแกร่ง จากปากอวบอิ่มของเธอ (หลังจากที่เธอปฏิเสธว่าไม่เคยใช้ฟิลเลอร์ จนออกมายอมรับว่าเธอฉีดปากมาจริง) หลังจากนั้น วัยรุ่นที่รวยที่สุดในอเมริกา อินฟลูเอนเซอร์ และดาวเรียลลิตี้โชว์ ได้ออกตัวอย่างภาคภูมิใจกับปากเบินบนจอทีวี ทำให้สาวๆ วัยรุ่นต่างจองคิวฉีดปากกันเป็นแถว ตอนนี้คุณสามารถเดินเข้าร้านขายยาอย่าง Superdrug เพื่อรับบริการอัพไซส์เรียวปาก (ที่มีการตรวจสุขภาพสภาพจิตใจตามระบบสาธารณะสุข) ถึงแม้ว่าทศวรรษนี้จะจบลงไปแล้ว การโพสต์ท่าแบบปากเป็ดอาจมาแล้วก็ไป แต่ปากอวบอิ่มยังคงเป็นที่ต้องการจนถึงทุกวันนี้

Rainbow hair colours

โลกเปลี่ยน เทคโนโลยีการทำสีผมก็พัฒนาขึ้นให้เข้าถึงได้ง่าย การทดลองสีผมสุดจี๊ดเลยบูมมาก เป็นเรื่องปกติไปแล้วที่เห็นคนย้อมผมสีสายรุ้ง จนถึงสีพาสเทลมุ้งมิ้ง สีชมพูนับเป็นสีฮิตติดลมบน (และติดผม) ของทุกคนตั้งแต่ Blake Lively, Kim Kardashian จนถึง Dame Helen Mirren ก็ร่วมด้วย ให้ความเฟมินีนปนกรันจ์ เพราะเป็นสีที่สนุกและเข้ากับคนง่าย ซาลอนผู้เชี่ยวชาญด้านนี้อย่างถึงแก่นคือ Bleach London ที่มีสโลแกนว่า  ‘life’s a bleach and then you dye’ ช่างลึกซึ้งจริงๆ

Balayage, ombre and dip-dyes

Balayage คือเทคนิคการทำสีผมจากฝรั่งเศส (แปลว่าการ ‘ป้าย’ หรือ ‘เพ้นต์’ สี) ได้กำเนิดและพัฒนาในปี 1970s แต่ในช่วง 2010s เทคนิคนี้ได้กลับมาป็อปปูลาร์กว่าที่เคย การป้ายสีไฮไลต์ตามฝีแปรงทำให้ช่างทำผมครีเอทลุคหนึ่งเดียวเฉพาะตัว แถมยังดูสวยเป็นธรรมชาติ (ยกตัวอย่างเช่น Gisele, Jessica Alba และ Chrissy Teigen) ทำให้แตกแขนงเป็นเทรนด์ย่อยๆ อย่าง เทรนด์ Ombre (หรือ Sombre ในเวอร์ชั่นละมุนกว่า) ในขณะการทำบาลายาจเป็นการไล่สีผมจากเข้มไปอ่อน อีกเทรนด์หนึ่งที่ฉูดฉาดกว่าอย่าง Dip-dye คือการจุ่มปลายผมอีกสีเป็นบล็อคให้ปลายสว่างโคนเข้ม เป็นการจับคู่สีอย่างไม่รู้จบ ทำให้เทรนด์นี้ระเบิดดังเปรี้ยงปร้างในยุคนั้น

Experimental nail art

เล็บก็มีโมเม้นต์ใหญ่ใน 10 ปีที่ผ่านมา ลายเล็บต่างๆ ได้หลั่งไหลอยู่ท่วมฟีด Pinterest และ Instagram ทำให้สาวๆ แคปเป็นเรฟฯ สำหรับนัดหมายการทำเล็บได้สบายๆ และเป็นพื้นที่ในการส่งต่อแรงบันดาลใจกันเป็นทอดๆ ในปี 2012 สารคดีชื่อ Nailgasm ได้นิยามว่า “วัฒธรรมย่อยของเนลอาร์ตได้ยกระดับจากแฟชั่นระดับล่างขึ้นสู่แฟชั่นชั้นสูง” พร้อมรูปประกอบของสาวผิวดำสุดเปรี้ยว จนถึงปลายเล็บของนางแบบบนรันเวย์นับไม่ถ้วน รวมถึงปลายเล็บของเซเลบริตี้ จนถึงมนุษย์เดินดินทั่วไป นับว่าเป็นอีกช่องทางในการสะท้อนตัวตนแบบต่างๆ ที่สามารถโปรโมตสินค้าได้ (ที่เกิดขึ้นบ่อยๆ บนมือเซเลบคนดังต่างๆ) ที่เรียกได้ว่าเป็นพื้นที่เล็กๆ ที่กอบโกยรายได้ก้อนโตเลยทีเดียว (กดอ่านเทรนด์ลายเล็บปี 2020 ตรงนี้) 

No make-up (and ‘no make-up’ make-up)

ในทศวรรษนี้เข็มทิศเทรนด์ได้สวิงระหว่างเมคอัพแน่นแบบจัดเต็ม กับผิวเปลือยเปล่าไร้เครื่องสำอาง ถึงแม้ว่า ‘no make-up’ จะหมายถึงการแต่งหน้าน้อยๆ (แต่ดูสวยหนักมาก) ที่เห็นได้จากแคตวอล์คหลากหลายโชว์ และวิธีการแต่งหน้าเหมือนไม่แต่งหน้า โดยเน้นสกินแคร์ที่ให้ความโกลว์ การปัดคิ้วเรียงเส้น สำหรับรูปเซลฟี่หน้าสดในอินสตาแกรมที่ติด ‘#Iwokeuplikthis’ ได้แรงบันดาลใจจากเพลงปี 2013 ชื่อ Flawless ของ Beyonce และแคมเปญมูลนิธิเพื่อการวิจัยโรคมะเร็ง เราไม่ใช่สิ่งที่ผู้คนภายนอกมองเห็นเสมอ แสงริงไลท์ ฟิลเตอร์ แอป Facetune คือสิ่งที่อยู่เบื้องหลังภาพที่ดูเกินจริง น้องร้องสาว Alicia Keys โบกธงประกาศหน้าสดทั้งในจอและนอกจอตั้งแต่ปี 2016 และจุดประกายบทสนทนาเกี่ยวกับมาตราฐานความงามของฮอลีวู้ด 

The Chelsea blow-dry

นอกจากทรงไดร์ฟาร่าแล้ว ยังมีการไดร์ทรงเชลซีด้วย ทรงอันเป็นเอกลักษณ์ของดัสเชสแห่งแคมบริดจ์ โดยใช้แปรงกลมใหญ่ในการจัดทรงให้ผมมีวอลุ่ม ลอนหลวมๆ เด้งๆ ที่เป็นฝีมือของ Richard Ward ช่างทำผม​ (จากซาลอนในเชลซี) ทรงนี้นอกจากจะดูเฮลทธีแล้ว ยังดูแพงอีกต่างหาก แฟนทรงนี้ได้แก่ Kim Sears ภรรยาของ Sir Andy Murray นักแสดงชาวอังกฤษอย่าง Kate Beckinsale สไตล์สุดเก๋นี้ก็เรียกได้ว่าเป็นทรงเด่นแห่งยุคนี้ก็ว่าได้ 

Beachy waves

อีกทรงที่มีคาแรกเตอร์ต่างจากทรงแรก บีชชี่เวฟ คือทรงที่ยอดฮิตในหมู่สาวๆ โดยเฉพาะนางฟ้าวิกตอเรียส์ ซีเคร็ต ด้วยการใช้เครื่องหนีบผมแบบตรงในการม้วนลอน ที่ขณะนี้ยังมีเครื่องม้วนผมรุ่นล้ำหน้าที่ให้ทำทรงนี้ได้ง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อน ให้ทรงเหมือนเพิ่งตื่นนอนดูสวยมากแบบไม่ต้องพยายาม (ทั้งๆ ที่พยายามหนักมาก) ให้ความเซ็กซี่ยั่วยวน

Short hair

ผู้หญิงบางส่วนก็หันมาไว้ผมซอยสั้นดูบอยแฝงความเซ็กซี่เบาๆ ไม่ว่าจะเป็น อันเดอร์คัต ซอยพิกซี่ จนถึงผมบ็อบยุคใหม่ตรงข้ามกับทรงคุณแม่ ทรงเปรี้ยวที่มีแต่สาวเก๋เซ็ตทรงให้ดูมีเท็กซ์เจอร์ หรือม้วนลอนดูยุ่งๆ ไม่ได้ตั้งใจ ได้แก่ Sienna Miller, Kaia Gerber และอินฟลูเอนเซอร์อย่าง Taylor LaShae ที่เสิร์ฟผมสั้นออกมาหลายทรงไม่ซ้ำตา


Foundations for all

ในยุคนี้ตลาดเมคอัพได้แตกออกเป็นสองพาร์ท คือ พาร์ทก่อน และพาร์ทหลัง Fenty Beauty แอบสงสาร MAC ที่ยังไม่ค่อยได้รับเครดิตจากการเพิ่มเฉดสีรองพื้นก่อนเครื่องสำอางของ Rihanna จะเปิดตัวด้วยรองพื้น 40 เฉดสี (ปัจจุบันมี 50 เฉดแล้ว) แต่แก่นสำคัญจากเรื่องนี้คือการยกประเด็นของความหลากหลายขึ้นมา Fenty ได้สื่อสารกับผู้หญิงที่รู้สึกโดนแบรนด์แมสเพิกเฉย จากนั้นมาการยกระดับเฉดสีในทุกแบรนด์ต้องเกิดขึ้น เดี๋ยวนี้การหารองพื้นตรงสีผิวง่ายขึ้นกว่าเเต่ก่อนเยอะ แถมเท็กซ์เจอร์ก็ยังพัฒนาไปไกล เรายังเห็นว่าเฟซต่างๆ ของบิวตี้แบรนด์ยังมีเชื้อชาติหลากหลายกว่าเดิม ไม่เหมือนแต่ก่อนที่มีแต่เด็กสาวชาวคอเคเซียน

The Meghan effect

ถ้า Cheryl Fernandez-Versini คือ “บิวตี้ไอคอน” ในครึ่งทศวรรษแรก (ตั้งแต่ปี 2014-2016) ด้วยทรงผมพองใหญ่กับลักยิ้มบางๆ อีกครึ่งหลังต้องยกให้กับ Megen Markle ดัชเชสแห่งซัสเซ็กส์ กับลุคมวยผมยุ่งๆ อันเป็นการเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในราชวงศ์อังกฤษ ที่ขัดกับวัฒนธรรมดั้งเดิม ในขณะที่หลายคนมองว่าเป็นการเข้าถึงได้ง่าย บางคนก็วิจารณ์ว่าดูไม่เรียบร้อย ถึงอย่างไรก็เป็นแนวทางความสวยชองเธอในการทลายจารีตเดิมๆ เมคอัพในวันแต่งงานก็เรียบง่ายเผยผิวเห็นกระ ทำมีฟีดแบ็กแตกออกหลายเสียง ถึงอย่างนั้นดัชเชสคนใหม่ได้สร้างปรากฏการณ์ “ผิวก่อน เมคอัพทีหลัง” ทำให้การเผยผิวแท้จริงกลับมาอินอีกครัง แต่ก็ตลกดีที่หลายคนกลับลงทุนสักกระให้เหมือนกับเธอ


Glass skin

งานผิวถือเป็นจุดสนใจที่รับมาจากเกาหลี เริ่มด้วยจาก BB และ CC Cream ต่อมาด้วยการลงสกินแคร์ 10+ ขั้นตอน กับหลายสกินแคร์ชิ้นเสริมที่เราไม่คิดว่าเราต้องการด้วยหรอ ไม่ว่าจะเป็น เอสเซนส์ เจลลี่ มาส์กใช้ครั้งเดียวแล้วทิ้งที่ออกแบบเฉพาะจุดต่างๆ ตามร่างกาย ตอนนี้ ‘สโลว์บิวตี้’ กำลังกลับมากับสโลแกนว่า ‘ซื้อน้อย เปย์ของดีไปเลย’ ถึงอย่างนั้น เคบิวตี้ก็ยังคงฝังอยู่กับเราเสมอ ยกตัวอย่างเช่น เทรนด์ Glass Skin ที่ฮอตฮิตในแฟนพันธุ์แท้ของแบรนด์ Glossier ไปจนถึงการฉีดฟิลเลอร์หน้าโกลว์ก็มี อย่างว่าอะไรที่ตูเป็นธรรมชาติก็ต้องใช้ความพยามยามกันมากหน่อย จริงไหม?

The return of hair accessories

คุณจะได้รับการยกโทษ ถ้าคิดว่ารูปถ่ายในปี 2010s ถ่ายในยุค 1990s เพราะไอเท็มจาก 90s ได้กลับมาฮอตฮิตอีกครั้งและดูเก๋มากอีกด้วย หลายชิ้นเหมือนเราจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ เช่น กิ๊บติดผมขนาดใหญ่ เห็นจากรันเวย์ไฮแฟชั่นหลายแบรนด์รวมถึงไฮสตรีทแบรนด์ มีตั้งแต่ ที่คาดผม โบว์ กิ๊บหนีบผม ชิ้นโปรด์ของเซเลบหลายคน รวมถึงระดับเอลิสต์ (เชื้อพระวงศ์ด้วย) ที่จับรายละเอียดการแต่งตัวเล็กๆ น้อยๆ มากกว่าที่เคย ในปี 2019 การแต่งตัวจะไม่คอมพลีตถ้าขาดแอ็กเซสเซอรี่ประดับผม เป็นการประหยัดเวลาเพียงติดกิ๊บก็สามารถให้อิมแพ็กยิ่งใหญ่แบบไม่ต้องทำอะไรมากเลย

TAG

Related Stories

พร้อมปรากฏตัวในแคมเปญลิปโปรดัคคอลเลกชั่นใหม่ 'YSL Loveshine'
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
เปลี่ยนจากการให้ดอกไม้ช่อโตเป็นน้ำหอมแปะป้ายจองว่าเรานั้นคู่กันแทนดูสิ!
ด้วยส่วนผสมที่เข้มข้นและทรงพลัง มาพร้อมกับความแม่นยำในการใช้ เพื่อลดเลือนริ้วรอยอย่างตรงจุด
ทางเลือกใหม่ของการชะลอวัยเพื่อผิวกระชับ ดูอ่อนเยาว์สำหรับผิวว่าที่คุณแม่และผิวแพ้ง่าย

Most Viewed

กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก
ลุคที่โมเดล อย่าง Honor Fraser ก็เคยสวมใส่บนรัยเวย์มาแล้ว

MORE FROM

พร้อมปรากฏตัวในแคมเปญลิปโปรดัคคอลเลกชั่นใหม่ 'YSL Loveshine'
กลิ่นหอมที่เปี่ยมไปด้วยความสดใส มีชีวิตชีวา และเป็นดั่งตัวแทนของภาษาที่สื่อสารกันอย่างเป็นสากลทั่วโลก

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว