แนะนำ 15 ภาพยนตร์และซีรีส์ LGBTQ+ ที่ควรรับชมก่อนส่งท้าย Pride Month

ซีรีส์และภาพยนตร์ใน Netflix ที่ทำให้เรามองเห็นอะไรมากมายของเพศทางเลือก

By: Harper's BAZAAR Staff

Photo: Courtesy of the Brand

Tales of the city หลากเรื่องในเมืองใหญ่

Tales of the city หลากเรื่องในเมืองใหญ่:

Tales of the city หลากเรื่องในเมืองใหญ่


คุณคงเคยได้ยินว่าซานฟรานซิสโก นั้นคือมหานครสีรุ้งที่เต็มไปด้วยความสนุก อิสรภาพ และความหลากหลายทางเพศ ซีรีส์หลากเรื่องในเมืองใหญ่ (Tales of the city) ได้สะท้อนให้เห็นภาพของความหลากหลายนั้นให้ชัดเจนยิ่งขึ้น โดยเล่าเรื่องถึงกลุ่ม LGBTQ ที่อาศัยอยู่ร่วมกันในอพาร์ทเมนต์แห่งหนึ่งบนถนน Barbary lane มี 'แอนนา' สตรีข้ามเพศอายุ 90 ปีเป็นเจ้าของ เรื่องราวของคู่รักแต่ละคู่ที่ต่างก็มีรสนิยมทางเพศที่แตกต่างทั้งคู่เกย์ต่างวัยที่คนนึงติดเชื้อเอชไอวี ผู้ชายข้ามเพศหรือทรานส์แมน (ซึ่งใช้นักแสดงที่เป็นทรานส์จริงๆ) กับคู่รักผู้หญิงที่รักกันมาตั้งแต่เป็นเลสเบี้ยน รวมถึงความรักของหญิงชาย แต่ละคู่นั้นมีเรื่องราวความรักที่หลากหลายครบรส นอกจากความหลากหลายทางเพศแล้วเนื้อเรื่องยังนำเสนอความแตกต่างของอายุ ของเจเนอเรชั่นที่ช่วยให้เราเรียนรู้บุคลิกและทัศนคติของคนแต่ละช่วงวัยไปด้วย เป็นซีรีส์ที่มีเนื้อหาทันสมัยแม้จะสร้างขึ้นจากนิยายที่เขียนโดย Armistead Maupin ตั้งแต่ปี 1978 และเคยมีการสร้างเป็นซีรีส์มาแล้วในปี 1993 เนื้อเรื่องดูสนุกแม้จะไม่ได้หวือหวาน่าตื่นเต้นแต่ก็ชวนติดตามในทุกตอน ทำให้เราได้เห็นแง่มุมชีวิตที่มีความหลากหลายและเมื่อลืมคำจำกัดความทางเพศไป เรื่องราวที่เกิดขึ้นนั้นก็คือเรื่องของมนุษย์คนหนึ่งที่ต้องเผชิญ สุข ทุกข์ เหงา เศร้า ไม่ต่างกัน
Sotus พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง

Sotus พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง:

Sotus พี่ว้ากตัวร้ายกับนายปีหนึ่ง


หนึ่งซีรีส์ที่บรรดาสาววายยกให้เป็นซีรีส์ที่ดีที่สุด เนื้อหาหลักของเรื่องก็เป็นไปตามชื่อที่เล่าถึงระบบการรับน้องแบบ Sotus ของคณะวิศวกรรมศาสตร์ เมื่อหัวหน้าพี่ว้ากสุดโหดอย่าง 'อาทิตย์' ต้องมาเผชิญหน้ากับ 'ก้องภพ' รุ่นน้องปีหนึ่งที่คอยเรียกร้องความยุติธรรมและความถูกต้องให้กับเหล่าเฟรชชี่ในคณะ ทำให้ทั้งสองคนต้องคอยปะทะอารมณ์กันอยู่เสมอ แต่ภายใต้ความคุกรุ่นนั้นความรู้สึกดีๆ ก็เริ่มก่อตัวในใจของทั้งคู่มากขึ้นด้วยเช่นกัน จนทั้งสองได้มีโอกาสเข้าไปในชีวิตของอีกคนมากขึ้นทำให้เห็นตัวตนอีกด้านที่ไม่เคยได้เห็นกันมาก่อน พี่ว้ากสุดโหดกลับชอบดื่มนมเย็นสีชมพูความรู้สึกดียิ่งเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นความรัก แม้ก้องภพนั้นค่อนข้างจะชัดเจนว่าชอบอาทิตย์ตั้งแต่แรกแต่เราก็เอาใจลุ้นให้อาทิตย์นั้นเปิดใจยอมรับความรู้สึกที่ค่อยๆ เกิดขึ้นในใจโดยมองข้ามเรื่องของความถูกต้องและเรื่องของเพศไปให้ได้ นอกจากความประทับใจในความรักของคู่นี้แล้ว เรายังได้เห็นข้อดีของระบบโซตัสที่ทำให้เกิดความรักและความสามัคคีระหว่างรุ่นพี่รุ่นน้องได้ในเวลาอันสั้น ไม่ได้เป็นเพียงระบบที่ใช้กลั่นแกล้งรุ่นน้องอย่างที่คนส่วนใหญ่เข้าใจ
Love of Siam รักแห่งสยาม

Love of Siam รักแห่งสยาม:

Love of Siam รักแห่งสยาม


ภาพยนตร์เดบิวต์ของหนุ่มหล่อ มาริโอ้ เมาเร่อ และ วิชญ์วิสิฐ หิรัญวงษ์กุล ที่ต้องรับบทเป็นหนุ่มในช่วงมัธยมปลายที่กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ ทั้งในเรื่องความรักและความรู้สึกของตนเอง ซึ่งกลายเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงของผู้กำกับชื่อดัง มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล และยังมีกองทัพดาราดังอย่าง สินจัย เปล่งพานิช, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี ร่วมแสดงด้วย เมื่อได้เห็นภาพโปสเตอร์หนังครั้งแรก หลายคนคงเข้าใจผิดว่าจะเป็นหนังคู่รัก หญิง-ชายวัยใส แต่เนื้อเรื่องกลับพลิกผันเป็นภาพยนตร์ชายรักชายแทน “รักแห่งสยาม” ถือว่าเป็นภาพยนตร์ไทยเรื่องแรกๆ ที่ออกมาถ่ายทอดเรื่องราวความรักแบบ LGBT ในช่วงยุคปี 2000 แบบตรงไปตรงมา หลังจากที่ออกฉายเมื่อปี 2550 ก็ได้กระแสตอบรับไปอย่างล้นหลาม จึงเป็นเหตุที่ทำให้ มาริโอ้ กลายเป็นขวัญใจของชาวสีรุ้งมาจวบจนทุกวันนี้ เนื้อเรื่องแสดงให้เห็นถึงการไม่ยอมรับในความรู้สึกที่แท้จริงของตัวเอก “โต้ง” ไปจนถึงความเข้าใจและการยอมรับในตัวตนจากครอบครัวของโต้ง เมื่อได้ชมแล้วจะรู้สึกถึงความรักวัยใสที่อบอุ่นละมุนละไม เป็นอีกหนึ่งภาพยนตร์ไทยภาพยนตร์ที่ดูแล้วฟีลกู๊ดแน่นอน
Tooties and the Fake

Tooties and the Fake:

Tooties and the Fake


ภาพยนตร์ภาคต่อจากซีรี่ส์ไทยชื่อดังอย่าง Diary Tootsies The Series ที่มีเค้าโครงมาจากประสบการณ์จริงของ ช่า-ธีร์ธวิต เศรฐไชย ที่เผยแพร่ลงเพจบนเฟซบุ๊ก "บันทึกของตุ๊ด" ในรูปแบบไดอารี่ และในภาพยนตร์ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค ก็ยังคงเป็นเนื้อเรื่องเกี่ยวกับแก๊งเพื่อนสนิทกลุ่มเพศที่สามประกอบด้วย กัส (เผ่าเพชร เจริญสุข) กอล์ฟ (ธงชัย ทองกันทม) คิม (รัฐนันท์ จรรยาจิรวงศ์) และแนตตี้ (ภัทรศยา เครือสุวรรณศิริ) ซึ่งไฮไลต์อยู่ที่การเพิ่มนักแสดงหลักอีกหนึ่งท่าน และเธอคนนั้นก็คือ ชมพู่-อารยา เอ ฮาร์เก็ต หรือที่ใครๆ รู้จักเธอกันในนาม “ควีน ออฟ คานส์” ที่ต้องพลิกบทบาทมาเล่นเป็นบทกระเทยปากร้ายอย่าง เจ๊น้ำ ผู้ต้องปลอมตัวเป็น เคที่-แคทรีโอน่า กรรณิการ์ หวัง ในเรื่องนี้ ด้วยกระแสที่มีเป็นทุนเดิมบวกกับความตลกโปกฮาของ ตุ๊ดซี่ส์ แอนด์ เดอะเฟค จึงกลายเป็นภาพยนตร์ไทยที่ทำรายไปมากกว่า 141 ล้านบาท จนได้เป็นอันดับ 1 ประจำปี พ.ศ. 2562
Queer Eye

Queer Eye:

Queer Eye


หากวันไหนที่คุณต้องการกำลังใจ หรือ แรงจูงใจ ในการเปลี่ยนแปลงชีวิต บาซาร์ขอแนะนำให้ชมเรียลิตี้โชว์ Queer Eye ที่เป็นรายการเมคโอเวอร์ให้แก่บุคคลทั่วโดยรอบด้าน โดย ‘The Fab Five’ 5 หนุ่มชาวสีม่วงผู้เชี่ยวชาญในด้านแฟชั่น บิวตี้ และไลฟ์สไตล์ ประกอบไปด้วย Antoni Porowski ผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารและไวน์ Tan France ผู้เชี่ยวชาญด้าน แฟชั่น Karamo Brown ผู้เชี่ยวชาญด้านวัฒนธรรม Bobby Berk ผู้เชี่ยวชาญด้านดีไซน์ และ Jonathan Van Ness ผู้เชี่ยวชาญด้านกรูมมิ่ง ในแต่ละตอนมักจะเต็มไปด้วยหลากหลายอารมณ์ ทั้งดีใจ โศกเศร้า ตื้นตันใจ และอีกมากมาย ไม่ว่าใครที่ได้รับชม ก็จะต้องประทับใจในความน่ารักและอบอุ่นของชาวสีม่วงแน่นอน
Itaewon Class

Itaewon Class:

Itaewon Class


ซีรีส์แดนกิมจิที่จะพาเราตามติดชีวิตของเถ้าแก่พัคแซรอย ที่ผสมประเด็นทางสังคมหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นด้านของการเหยียดผิวของ คิมโทนี่ ลูกครึ่งเกาหลี-กินีแล้ว ยังพูดถึงประเด็นของ ‘มา ฮยอน หยี’ ลูกน้องอีกคนของเถ้าแก่ ในด้านของการเป็น ‘ทรานส์เจนเดอร์’ ที่เกาหลียังไม่ค่อยเปิดรับเหมือนกับที่ไทย โดยเธอเองพยายามปกปิดมาตลอด แต่ดันเจอแก้งค์เพื่อนๆ ที่ผับตอนแต่งหญิง แต่ทุกคนกลับเข้าใจและยอมรับในตัวเธอพร้อมทั้งให้กำลังแม้แต่ตอนที่เธอเข้ารายการแข่งขันทำอาหาร แล้วจะโดนฝั่งตรงข้ามเเฉความลับของเธอออกทีวี มา​​​ ฮยอนหยี ก็ไม่หวั่นพร้อมประกาศกร้าวอย่างภูมิใจว่าฉันเป็น ‘ทรานส์เจนเดอร์’ และคว้าชัยชนะไปอย่างสวยงาม
Never Have I Ever

Never Have I Ever:

Never Have I Ever


เรื่องราวของสาวไฮสคูล 3 คน สุดเนิร์ดที่ยังไม่มีแฟนเป็นตัวเป็นตน บาซาร์ชอบแก้งค์เพื่อนสาวที่มิกซ์สาวสามสัญชาติ ได้แก่ ‘เทวี’ หัวหน้าแก้งค์ชาวอินเดียหัวใจอเมริกัน ‘เอเลนอร์’ สาวเอเชียผู้มีความฝันอยากเป็นนักแสดง และ ‘ฟาบิโอล่า’ ลูกครึ่งผิวขาวผิวดำผู้หลงใหลในการประดิษฐ์หุ่นยนต์ โดยเทอมนี้พวกเธอมีภารกิจในการหาแฟน เพื่อดึงสถานะความป็อปปูลาร์ขึ้น แต่ฟาบิโอล่ารู้สึกว่านี่ไม่ใช่ตัวตนอย่างแท้จริงในการมีแฟนเป็นผู้ชาย เธอเลยหนักใจในการสารภาพสถานะของตัวเองกับเพื่อน กับพ่อแม่ และสาวคนที่ชอบ ทำให้คนดูต้องลุ้นกับเธอว่าพ่อแม่ยุค 2020 จะเปิดใจแค่ไหนกับการมีลูกสาวเป็นเกย์
Sex Education

Sex Education:

Sex Education


ซีรีส์ของกลุ่มวัยรุ่นอังกฤษที่กำลังเข้าสู่ช่วงต้นของวัยสะพรั่ง จะพาคุณขำไปกับเรื่องเพศศึกษาแบบ 101 ที่ทั้งตลก ทั้งซึ้ง ทั้งปวดหัวใจในบางตอน 'โอทิสต์' ลูกชายของเซ็กซ์เทอร์ราปิสต์ที่ไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องใต้สะดือเลย ต้องมาเป็นกูรูรับปรึกษาเรื่องบนเตียงของเพื่อนๆ ทั้งหลาย ความเป็น LGBTQ จึงมีแทรกเข้ามาในหลายแบบ ไหนจะรับปรึกษาเคสคู่รักหญิง ไหนจะมี 'เอริก' เพื่อนเกย์หนุ่มที่บอกเลยว่าเขาคือสายรุ้งในซีรีส์เรื่องนี้อย่างแท้จริง กับ 2 ซีซันที่จะพาคนดูลุ้นไปกับความสวยของนางที่ได้คว้าหัวใจของ 'แอดัม' ลูกครูใหญ่ที่บูลลี่นางตลอด หรือ 'ราฮิม' เทพบุตรหนุ่มฝรั่งเศสสุดหล่อ แม่ว่าครอบครัวของเอริกจะเป็นคนเคร่งศาสนาก็ตาม แต่ต้องยอมใจกับความเข้มแข็งของนางที่ยืนหยัดในตัวตนที่ได้ใจพวกเราไปเลยเต็มๆ
Victim’s Game

Victim’s Game:

Victim’s Game



เหตุผลแรกที่เราเข้าไปชมเรื่องนี้คือ อยากดูหนังระทึกขวัญเยี่ยมๆ สักเรื่อง แต่ซีรีส์จากไต้หวันเรื่องนี้กลับมอบหลายสิ่งหลายอย่างกลับมาให้เราอย่างคาดไม่ถึง โดยตั้งแต่เปิดเรื่องจะมีคำเตือนว่าไม่เหมาะกับผู้ที่ทีอาการซึมเศร้า เพราะมีเรื่องราวเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย 

ท่ามกลางการฆาตกรรมต่อเนื่องที่ดูไม่ปกติธรรมดานั้น ฟางอี้เหริน ตำรวจนิติเวชสุดอัจฉริยะแต่เข้ากับผู้อื่นไม่ได้ เพราะเขาเป็นผู้มีอาการของโรคแอสเพอร์เกอร์ (Asperger’s Disorder) โรคที่ทำให้มีปัญหาด้านการสื่อสารอารมณ์ของตัวเองและผู้อื่น จึงทำให้เขาทำอะไรขัดใจคนอื่นโดยไม่ได้ตั้งใจเสมอ แต่ถึงจะไม่ปกติ เขาก็เคยมีชีวิตครอบครัว มีภรรยาและลูกสาว แต่สุดท้ายก็ต้องแยกทางกันไป เมื่อสืบรู้ว่าคดีฆาตกรรมสุดประหลาดนี้เกี่ยวโยงกับลูกสาวเขาจึงพยายามทำทุกอย่าง เพื่อหยุดมันให้ได้โดยปราศจากการช่วยเหลือของตำรวจคนอื่นๆ เมื่อทำการสืบสวนไปสักระยะ ฟางอี้เหรินเริ่มเข้าใจว่าเหยื่อทุกรายที่เสียชีวิตนั้น มีส่วนที่เหมือนกันคือชีวิตที่เจ็บปวดและรู้สึกแปลกแยกจากคนรอบข้าง ทั้งนักร้องตกยุค อดีตฆาตกร ศิลปินตาบอด พนักงานที่โดนบริษัทเอาเปรียบ และหนุ่มวัยรุ่นรักร่วมเพศ พวกเขาต่างทนทุกข์ทรมานกับการมีชีวิตท่ามกลางผู้คนที่ไม่เข้าใจ จึงนำไปสู่จุดจบที่สะเทือนใจ สั่นประสาทประชาชนที่ติดตามข่าวนี้อย่างใกล้ชิด แต่ถึงแม้ซีรีส์เรื่องนี้จะดูโหดเหี้ยมและหม่นหมองเพียงไหน เรากลับคิดว่าอยากให้หลายๆ คนได้ดู เพื่อสำรวจคนใกล้ตัวที่อาจเข้าข่ายโรคซึมเศร้าหรืออย่างน้อยก็เพื่อให้เข้าใจและดูแลพวกเขาเพื่อป้องกันเหตุการณ์อันเลวร้ายที่อาจเกิดขึ้น ความคิดที่ดูถูกกัน การเหยียดเพศสภาพ ทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจอาจเป็นชนวนที่ทำให้ทุกอย่างพังทลาย ซึ่งเราแอบกระซิบว่า ตอนจบนั้นก็มีบทสรุปที่งดงามและทำให้เรายิ้มออกมาได้อยู่เหมือนกัน
ดิว...ไปด้วยกันนะ

ดิว...ไปด้วยกันนะ:

ดิว...ไปด้วยกันนะ


‘ถ้าหากเรามีรัก ก็ย่อมมีหวังอยู่ไม่ใช่หรือ’ เป็นประโยคฮิตติดหูจากภาพยนตร์ ‘รักแห่งสยาม’ ที่ยังคงก้องกังวาลอยู่ในใจผมเสมอแม้เวลาจะผ่านมาถึง 12 ปีแล้ว มุมมองใหม่ในการตีแผ่วิถีชีวิตของ LGBTQ ผ่านความรัก ความสัมพันธ์ การค้นหาตัวตน เป็นเรื่องที่ท้าทายสังคมและสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวกจนเป็นที่พูดถึงและประสบความสำเร็จเลยก็ว่าได้ และในช่วงปลายปีที่ผ่านมา มะเดี่ยว-ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ก็ได้กลับมาฝากผลงานล่าสุดไว้อีกครั้งกับ ‘ดิวไปด้วยกันนะ’ ภาพยนตร์ LGBTQ ที่สามารถรับชมได้ทุกเพศ ทุกวัย และทุกครอบครัว ซึ่งมะเดี่ยวจะพาเราย้อนเวลากลับไปอยู่ในยุค 90’s และบอกเล่าเรื่องราวผ่านตัวละคร ดิว กับ ภพ วัยรุ่นม.ปลายในโรงเรียนชนบทที่จังหวัดเชียงใหม่ พร้อมกับเพลง เทคโนโลยี เสื้อผ้า ไปจนถึงความกดดันทางสังคมที่ยังไม่เปิดใจยอมรับ LGBTQ มากนักของยุคนั้น นอกจากนี้ยังนำเสนอมุมมองใหม่ๆ ของคำว่า รักแท้ ที่ก้าวข้ามผ่านเรื่องของเพศไปอีกระดับหนึ่งเลยทีเดียว  ถ้าหากใครเป็นแฟนคลับของมะเดี่ยวและอยากจะนั่งไทม์แมชชีนกลับไปยังยุค 90’s อีกครั้ง หรือ อยากเห็นมุมมองความรักที่ต้องก้าวข้ามผ่านทุกสิ่งที่ถูกขีดเส้นกั้นเอาไว้ หรืออยากเห็นตอนจบที่ไม่สามารถคาดเดาได้เลย ‘ดิว...ไปด้วยกันนะ’ คืออีกหนึ่งภาพยนตร์ที่สามารถตอบโจทย์ความอยากเหล่านั้นได้อย่างแน่นอน
 Pose

Pose:

Pose


Pose พาเราไปสัมผัสถึงเรื่องราวของกลุ่มชาว LGBT ที่อาศัยในเมืองนิวยอร์กในช่วงยุค 80’s ยุคที่เหล่าชาวสีรุ้งยังไม่เป็นที่ยอมรับและต่างต้องต่อสู้เพื่อมีที่ยืนในสังคม ผ่าน Ball Culture วัฒนธรรมงานบอลเล็กๆ โดยเป็นการแข่งขันเพื่อนำเสนอตัวเองผ่านการ ‘เดินประหนึ่งเดินบนรันเวย์’ หรือ ‘แสดง’ เพื่อชนะในการแข่งขัน อีกทั้งยังต้องแต่งตัวให้เข้ากับรายการประกวดอีกด้วย ซึ่งเนื้อเรื่องดำเนินไปด้วยรสชาติที่หลากหลายมาก ทั้งตลกเบาสมองไปจนถึงเศร้าโศกเรียกน้ำตา โดยมีแกนนำอย่าง Blanca สาวข้ามเพศที่พบว่าตัวเองป่วยเป็น HIV เธอต้องการสร้างบ้านและครอบครัวของเธอ (คอมมูนิตี้เล็กๆ) เพื่อคอยช่วยเหลือและชี้แนะแก่ชาว LGBT ที่กำลังลำบากให้มีชีวิตที่ดีขึ้น ซึ่งตลอดเวลา 8 ชั่วโมงที่รับชม สิ่งที่ Blanca และตัวละครอื่นๆ มอบแก่คนดูนั้น ทำให้เรามองเห็นแง่มุมของการใช้ชีวิตที่หลากหลาย บางวันเราตื่นขึ้นมาอาจจะพบกับความสิ้นหวังจนเราคิดว่ามันคือจุดต่ำสุด แต่ในทางกลับกัน สิ่งเหล่านั้นแหละมันกลับสอนเราและทำให้เราเติบโตเพื่ออยู่ต่อในวันใหม่ที่ดีกว่าก็เป็นได้
Sense 8

Sense 8:

Sense 8


Sense 8 ซีรีส์แนวไซไฟที่ครองใจใครหลายคน จากการกำกับของสองพี่น้องผู้หญิงข้ามเพศ Lana Wachowski และ Lilly Wachowski ที่สร้างชื่อเสียงจากภาพยนตร์เรื่อง Cloud Atlas และ The Matrix โดยเนื้อเรื่องเล่าถึง 8 Sensates (นักท่องจิต) ที่มีภูมิหลังต่างกันและอยู่ห่างกันคนละซีกโลก ได้กลับเชื่องโยงเข้าด้วยจิตสัมผัสเพียงหนึ่งเดียว ซึ่งทุกคนสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกในทุกการกระทำและความรู้สึกของอีกฝ่าย หากใครตกอยู่ในอันตราย อีกฝ่ายต้องใช้ความสามารถเฉพาะตัวเพื่อร่วมกันต่อสู้ให้รอดพ้นจากการตามล่าของ Mr.Whispers ซึ่งนอกจากเนื้อเรื่องและตัวละครที่น่าสนใจแล้ว อีกหนึ่งประเด็นที่ซีรีส์เรื่องนี้ได้ถูกเป็นที่พูดถึงมากที่สุดคือการเปิดกว้างทางเพศ โดยมีสองตัวละครเด่น Nomi Marks แฮคเกอร์สาวข้ามเพศที่รักกับหญิงเลสเบี้ยนที่นอกจากเธอจะใช้สกิลเพื่อร่วมต่อสู้ในเนื้อเรื่องแล้ว เธอยังเป็นหนึ่งตัวละครที่เรียกสิทธิ์และเป็นกระบอกเสียงให้กับชาว LGBTQ อีกด้วย Lito Rodriguez นักแสดงหนุ่มชาวเม็กซิกันที่โด่งดังแต่กลับต้องปกปิดเพศสภาพและคนรักที่แท้จริงของตน โดยอาศัยการคบผู้หญิงที่ชื่อชอบความรักของชายและชายเพื่อบังหน้า จนก่อให้เกิดความสัมพันธ์อันชวนฉงนของรักสามเศร้านี้ แต่อย่างไรก็ตามลิโต้ใช้ความสามารถพิเศษในทักษะด้านการแสดงเพื่อคอยโกหกปกป้องให้กับนักท่องจิตคนอื่นๆ และแม้ว่าเนื้อเรื่องจะมีความซับซ้อน พร้อมกับสอดแทรกหลากประเด็นที่ขัดต่อวัฒนธรรม แต่พอดูจนจบจะค้นพบว่าซีรีย์เรื่องนี้เหมือนเป็นเป็นสื่อกลางที่ทำให้เราเข้าใจและเปิดใจรับความหลากหลายในยุคปัจจุบันได้เพิ่มขึ้น
RuPaul’s Drag Race

RuPaul’s Drag Race:

RuPaul’s Drag Race


หากจะกล่าวถึงวงการ Drag Queen ชื่อของ RuPaul’s Drag Race คงปรากฏขึ้นมาอย่างแน่นอน จากรายการเรียลลิตี้ชื่อดังที่สร้างประสบความสำเร็จถล่มทลายทั่วทั้งโลก โดยซีซันแรกเริ่มขึ้นในปี 2008 จนในปัจจุบันได้ถูกซื้อลิขสิทธิ์จาก 15 ประเทศทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย ซึ่งแม้ว่ารายการนี้จะเกี่ยวข้องกับการแข่งขันของแดร็กควีน แต่นั้นก็ไม่ได้หมายความว่าจะจำกัดกลุ่มคนดูแค่เพศทางเลือกแต่อย่างเดียว เพราะความพิเศษของรายการนี้ไม่ได้โชว์แค่ความสวยงามและตลกขบขัน แต่ยังเผยถึงศักยภาพในฐานะของผู้เข้าแข่งขันที่ต้องผ่าฟันกับโจทย์ที่แตกต่างออกไป ไม่ว่าจะเป็นการออกแบบสร้างสรรค์ชุดที่เปลี่ยนผันไปตามธีมของแต่ละสัปดาห์ หรือการท้าทายความสามารถในสายงานบันเทิง ซึ่งแน่นอนว่าหลังจากจบรายการ ผู้เข้าแข่งขันเกือบทุกคน ย่อมได้ใบเบิกทางที่จะได้แจ้งเกิดในวงการบันเทิง ทั้งในฐานะเอ็นเตอร์เทนเนอร์ ศิลปินอิสระ หรือแม้กระทั่งก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในแฟชั่นไอคอน หรือเซเลบริตี้ พร้อมกับเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเด็กรุ่นต่อไปที่จะจุดประกายในการกล้าแสดงออก
Elite

Elite:

Elite


หลังจากที่ขอพักจากเรื่อง Riverdale แบบไม่มีกำหนด เราก็ได้ค้นพบซีรี่ย์ชีวิตวัยรุ่นเรื่องเยี่ยมจากประเทศสเปนเรื่องนี้ Elite ดูเหมือรเป็นเรื่องราวชีวิตนักเรียนมัธยมฝรั่งที่เราเหมือนจะเดาๆ เนื้อเรื่องกันได้ แต่ทว่า Elite นั้นมีความโดดเด่นเรื่องบทที่เข้มข้น กล้าได้กล้าเสีย นอกจากเรื่องของชนชั้น ความยากดีมีจนของตัวละครในเรื่องแล้ว ยังมีเรื่องของศาสนาและเพศมาเกี่ยวข้อง โดยเฉพาะชีวิตของสองพี่น้องที่เกิดในครอบครัวของผู้ที่เคร่งครัดในศาสนาอิสลาม นาเดีย คนที่เป็นน้องสาวนั่น แม้จะเรียนดีจนเป็นความของครอบครัว แต่เธอก็คือเด็กวัยรุ่นคนกนึ่งที่อยากแต่งตัว อยากมีคนรัก อยากมีความอิสระไม่ต่างจากคนอื่น และ ไอมาร์ พี่ชายที่รับรู้ว่าตนเองนั้นชอบเพศเดียวกัน และหลงรักเพื่อนคนหนึ่งอย่างถอนตัวไม่ขึ้น แรกๆ คู่ของเขาต้องพยายามหลบซ่อนความสัมพันธ์ อดทนฟันฝ่าอุปสรรคที่เข้ามาเรื่อยๆ รวมถึงมีผู้ใหญ่ที่เข้าใจพวกเขา ในเรื่องนี้คือแม่ของอันเดร คู่รักของโอมาน ทั้งสองคนจึงกลายเป็นคู่รักที่แข็งแกร่งที่สุดคู่หนึ่งของเรื่อง และสะท้อนให้เห็นว่าความจริงใจ และสามารถเอาชนะทุกอย่างได้แม้กระทั่งกับคนที่ไม่เข้าใจมากที่สุดอย่างครอบครัวของโอมาร์นั่นเอง
Hollywood

Hollywood:

Hollywood


ซีรีส์ที่ผ่านมาเงียบๆ แบบไม่ต้องโปรโมทให้หนักแต่กลับได้รับเสียงชื่นชมมากมาย ด้วยเนื้อหาที่ลื่นไหล กระชับ ไม่ปวดตับ และไม่อ่อนเบาจนเกินไป เรื่องนี้อาจดูเหมือนสร้างจากประวัติศาสตร์ของฮอลลีวู้ดช่วง ค.ศ. 1947-1948 ทั้งเรื่องดาราเอเชียชื่อดังในยุคนั้น การประกาศรางวัลต่างๆ ที่มอบให้แก่คนผิวสี ปั๊มน้ำมันขายหนุ่มหล่อ เว้นเสียแต่ว่าเรื่องราวเหล่านั้นไม่ได้เกิดขึ้นจริงในโลกของเรา ฉะนั้นมันจึงเป็นเพียงเรื่องราวของฮอลลีวู้ดฉบับโลกคู่ขนานตามจินตนาการของผู้สร้างต่างหาก Hollywood เหมือนจะเป็นมินิซีรีส์ที่ตีแผ่วงการฮอลลีวู้ด ทว่ากลับนำเสนอเพื่อสร้าง ‘ความหวัง’ ให้กับวงการนี้มากกว่า โดยเฉพาะความไม่เท่าเทียม การเลือกปฏิบัติ หรือแม้แต่ Sexual Harassment ที่เกิดขึ้นกับกลุ่มคนรักร่วมเพศในวงการ โดยมีตัวละครเด่นๆ อย่าง อาร์ชี่ คนเขียนบทผิวสีที่พยายามผลักดันผลงานของเขาให้เป็นที่ยอมรับ ร็อค ฮัดสัน ดาราที่ต้องพลีกายให้แมวมองผู้ชายด้วยกันเพื่อความก้าวหน้าในอนาคต แต่โชคดีที่ความรักของร็อคกับอาร์ชี่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะวงจรอุบาทว์เหล่านั้นได้ นอกจากนี้ ตัวละครตัวอื่นๆ ก็ไม่มีใครที่ดีใจหาย หรือร้ายสุดๆ ทุกการกระทำล้วนมีที่มาที่ไป มีเหตุผลรองรับอย่างสมเหตุสมผล คุณอาจเริ่มต้นด้วยการเกลียดตัวละครบางตัวเข้าไส้ แต่ลงท้ายก้วยการเสียน้ำตาให้แทน อีกทั้งตอนจบของเรื่องนี้ยังพาเอาคนดูฟินสุดๆ ไปเลย

RELATED STORIES

Bridgerton,Netflix,Review,Spoii,Spoy,สปอย,รีวิว

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดซีรีส์ Bridgerton จาก Netflix

วังวนรัก เกมไฮโซ ที่จะมาเขย่าหัวใจให้ฟินทุกตอน

Forbes จัดอันดับ 10 นักแสดงหญิงค่าตัวสูงสุดแห่งปี 2020

ดูเหมือนว่าสาวๆ จาก Netflix จะมาแรงเป็นพิเศษ

Emily in Paris เตรียมกลับคืนจอ Netflix กับซีซั่นที่  2

Emily in Paris เตรียมกลับคืนจอ Netflix กับซีซั่นที่ 2

เรื่องราวชีวิตของเธอในภาคต่อจะสนุกแค่ไหนกันนะ

หล่อทุกองศา! รวมลุคแฟชั่นสุดเท่ของ Park Bo Gum จากซีรี่ส์ Record of Youth

หล่อทุกองศา! รวมลุคแฟชั่นสุดเท่ของ Park Bo Gum จากซีรี่ส์ Record of Youth

สมแล้วที่เป็นพระเอกหนุ่มที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้

มารู้จัก Stéphane Rolland ผู้สร้างชุดนกสีขาวในเรื่อง Emily in Paris

และนี่คือ Pierre Cadault ผู้สร้างผลงานโอต์กูตูร์ฝรั่งเศสตัวจริง

ชี้เป้าเคสมือถือของ Emily Cooper จาก ‘Emily in Paris’

ชี้เป้าเคสมือถือของ Emily Cooper จาก ‘Emily in Paris’

รับรองว่าถ่ายรูปสวยขึ้นเป็นอีกเท่าตัวเลยล่ะ

ชี้เป้าทุกไอเท็มของ 9 แฟชั่นลุคเด่นจาก Emily in Paris

ชี้เป้าทุกไอเท็มของ 9 แฟชั่นลุคเด่นจาก Emily in Paris

ไล่ตั้งแต่ชุดปาร์ตี้ของ Brooklyn จนถึงชุดกูตูร์ของ Pierre Cadault

Blackpink : Light Up the Sky สารคดีเรื่องแรกของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคเปิดตัวแล้วบน Netflix

Blackpink : Light Up the Sky สารคดีเรื่องแรกของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคเปิดตัวแล้วบน Netflix

กว่าจะมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในทุกวันนี้ พวกเธอจะต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เทียบช็อตต่อช็อตของ Emily in Paris กับภาพยนตร์แฟชั่นสุดไอคอนิก

มาดูกันว่าผู้กำกับ Sex in the City จะใส่ดีเทลอะไรไปบ้าง

The Devil All the Time ภาพยนตร์ใหม่จาก Netflix ที่รวบรวมหนุ่มสุดฮอตไว้ในเรื่องเดียว

นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจแล้ว ทางด้านนักแสดงก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Emily In Paris ซีรีส์เอาใจสายแฟ(ชั่น) เรื่องล่าสุดจากค่าย Netflix

กับทีมงานที่คุ้นเคยจากเรื่อง Sex and The City

ส่องเครื่องประดับเลอค่าจากซีรีส์เรื่อง It’s Okay To Not Be Okay

อย่างที่กล่าวกันว่า “Diamond Are A Girl’s Best Friend”

บาซาร์แนะนำ 9 ภาพยนตร์และซีรีส์เล่าเรื่องราวของคนผิวดำที่ควรดู

บาซาร์แนะนำ 9 ภาพยนตร์และซีรีส์เล่าเรื่องราวของคนผิวดำที่ควรดู

มีตั้งแต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ คอมเมดี้ฟีลกู้ด จนถึงการ์ตูนดิสนีย์

Gong Yoo จะกลับมาแสดงซีรีส์ไซไฟเรื่องใหม่ใน Netflix

Gong Yoo จะกลับมาแสดงซีรีส์ไซไฟเรื่องใหม่ของ Netflix

สามีแห่งชาติจะมาสร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง

Taylor Swift ยกขบวนเพื่อนเหล่าเซเลปมาไว้ใน MV ใหม่ล่าสุด

มีทั้ง Ellen DeGeneres, Ryan Reynolds และเหล่าเซเลบริตี้อีกมากมาย

It’s Pride Month! รวมภาพของเหล่าเซเลบริตี้ที่ร่วมเฉลิมฉลองเดือนของชาวสีรุ้ง

เต็มเปี่ยมไปด้วยความภาคภูมิใจและมีความหมายทวีคูณมากขึ้นทุกปี

MOST VIEWED

Daphne Bridgerton สวมชุดสวย 104 ชุดตลอดซีรีส์ Bridgerton ทั้ง 6 ตอน

ตกเฉลี่ยตอนละ 16-17 ชุดเลยทีเดียว

STYLE FILE | 11 January 2021
9 เทรนด์กระเป๋าแห่งปี 2021 ส่งตรงจากรันเวย์

9 เทรนด์กระเป๋าแห่งปี 2021 ส่งตรงจากรันเวย์

มาช็อปกระเป๋าใหม่รับปีวัวกัน

RUNWAY TRENDS | 8 January 2021

MORE FROM

ENTERTAINMENT

Billie Eilish และ Rosalía จับมือกันทำแทร็คใหม่ล่าสุด ‘Lo Vas A Olvidar’

ปล่อยตัวเพลงใหม่ในอาทิตย์นี้ สำหรับตอนพิเศษของเรื่อง Euphoria

ENTERTAINMENT | 20 January 2021

Sex and the City กลับคืนจอ HBO Max โดยไร้เงาของ Samantha Jones

และนี่คือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม?

ENTERTAINMENT | 12 January 2021

THANK YOU FOR
YOUR SUBSCRIPTION!