Hollywood ผลงานซีรีส์เรื่องล่าสุดจาก Netflix ที่ปั่นรวมเรื่องเน่าในยุคทองแห่งวงการภาพยนตร์ได้อย่างแสบสันและเปี่ยมสไตล์

ครบรสทั้งความสวยสง่า ฟู่ฟ่า พร้อมกับเรื่องราวฉาวโฉ่อันเร้าใจ

ฺBy : POUND THANARIT

Photo: Netflix

ซีรีส์ยำใหญ่ของ Ryan Murphy (ผู้สร้างซีรีส์วัยรุ่นชื่อดังอย่าง Glee) ที่ทำให้เราทึ่งได้ทุกฉากทุกซีน โดยเป็นการหยิบเอาเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง แบบ True Story จากต่างวันต่างวาระ มาปั่นรวมได้อย่างชาญฉลาดและแยบยล ตั้งแต่งานดีเทล เสื้อผ้า หน้าผม เซ็ตติ้ง และแสง-สี-เสียง ที่ทำได้แบบ 'ถึงเครื่อง' นั้น ทำให้ Hollywood จากค่าย Netflix นี้ กลายเป็นซีรีส์ซับซ้อน ดราม่า แต่ไม่ถึงกับน้ำตาแตก ที่ควรค่าแก่การดู แบบไม่ต้องสงสัย
แรงตั้งแต่เริ่มเรื่อง จากชายขายตัว เลิฟซีนแบบดุเดือด ก่อนที่จะกลายเป็นกึ่ง LGBTQ สุดหรรษา แต่ทั้งหมดนั้น ถูกเมอร์ฟีย์รวบใส่เตาหลอมและเทออกมาให้เห็นถึงเหตุผล และที่มาของแรงจูงใจในการกระทำของแต่ละตัวละคร จนทำให้คนดูเข้าใจแบบไม่ต้องคิดนาน

Ryan Murphy ผูกเรื่องทั้งหมดด้วยคำว่า 'What if' จะเกิดอะไรขึ้นถ้าตัวละครต่างกรรม ต่างเรื่องราว ที่ต่างก็เกิดขึ้นในยุคทองของ Hollywood ถูกเอามาผูกไว้ด้วยกัน ผลลัพท์ที่ได้ คือการแฉและเสียดสีวงการจอเงินอเมริกาครั้งใหญ่ ที่จุดหมายปลายทางของเรื่อง คือการเรียกร้องความเท่าเทียม สิทธิ และเสรีภาพที่ไม่มีอยู่จริง ตั้งแต่ยุคก่อนจนถึงปัจจุบัน


ตัวละครที่เกิดขึ้นในเรื่อง Hollywood ส่วนใหญ่มีอยู่จริง และนี่คือโฉมหน้าของพวกเขาที่ชีวิตจริงยิ่งกว่านิยาย

ภาพซ้าย: Peg Entwistle ภาพขวา: ตัวละคร Meg ในซีรีส์:

Peg Entwistle ไม่ได้มีตัวตนในเรื่อง แต่คือแรงบันดาลใจหลัก โดยดาราสาวที่จบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายจากการกระโดดลงมาจากยอดตัว​ H บนป้าย Hollywood ที่ตอนนั้นยังเป็นคำว่า HOLLYWOODLAND อยู่ เธอจบชีวิตที่น่าหดหู่ในวงการนี้ ด้วยวัยเพียง 24 ปี ซึ่งเมอร์ฟีย์หยิบเอาชื่อของเธอมาเป็นชื่อภาพยนต์ที่ถูกสร้างในเรื่อง นั่นคือ Peg ก่อนจะเปลี่ยนเป็น Meg

จากซ้ายไปขวา: Camille Washington (ตัวละครในซีรีส์), Lena Horne และ Dorothy Dandridge:

Camille Washington นางเอกผู้มากความสามารถเป็นตัวแทนแห่ง WOC หรือ 'Women of Color' ที่ตัวจริงนั้น ได้แรงบันดาลใจมาจาก Lena Horne และ Dorothy Dandridge สาวเก่งผิวสี ที่แม้จะเจิดจรัสแค่ไหน ก็ไม่สามารถก้าวข้ามพรมแดนแห่งความอยุติธรรม และไม่สามารถยกระดับตัวเองให้ขึ้นมาอยู่แถวหน้าในสังคมที่กีดกันยุคนั้นได้

Anna May Wong:

Anna May Wong ดาราจีน-อเมริกันคนแรกของ Hollywood ที่ถูกกีดกันด้วยโครงสร้างแห่งชนชั้นยุคอุตสาหกรรม ตัวแทนของ Yellow Face หรือกลุ่มคนเอเชียที่ตกเป็นบุคคลชั้นลองจากอเมริกันชน ไม่มีสิทธิ์เสมอภาค แม้เธอจะทำได้ดีมากถึงมากที่สุดก็ตาม

Hattie McDaniel:

Hattie McDaniel สำหรับนักแสดง แอฟริกัน-อเมริกัน ในยุคนั้น จะได้รับบทบาทอะไรในภาพยนตร์ฮอลลีวูด คำตอบก็คือเป็นได้แค่ 'คนใช้' ต่อให้เล่นดีแค่ไหน ก็เป็นได้แค่นั้น สำหรับ Hattie McDaniel เธอได้รับบทนี้กว่า 70 ครั้งในชีวิตของเธอ แต่ที่เลวร้ายกว่านั้น เธอเคยชนะเวทีใหญ่อย่าง Oscar ในปี 1940 แต่มันกลายเป็นโศกนาถกรรมที่เลวร้ายสุดเท่าที่ Hollywood เคยมีมา เพราะการประกาศรางวัลออสการ์ครั้งที่12 ได้จัดขึ้นที่โรงแรมแอมบาสเดอร์ ที่ยังมีนโยบายห้ามคนผิวสีเข้า โดยสิ่งที่เธอทำได้ ก็คือการนั่งรอฟังผลอยู่ด้านนอก

Rock Hudson:

Rock Hudson ดาราชายที่เป็นที่ต้องการตัวมากที่สุดแห่งยุค พระเอกคู่ขวัญกับ Doris Day, Elizabeth Taylor และ Lauren Bacall แท้จริงคือผู้ชายในยุคนั้นต้อง ‘ใช้ร่างกายเพื่อเข้าสู่วงการ’ จากผู้มีอำนาจมืด โดยบทบาทนี้ได้สื่อถึงตัวแทนหนุ่มซื่อที่อยากสร้างชื่อในวงการฮอลลีวูดและตัวแทนเพศที่สามในยุคที่ต้องปิดบัง

Henry Willson:

Henry Willson ผู้ถูกขนานนามว่า 'สัตว์ประหลาดแห่งฮอลลีวูด' เขาคือเอเจนท์ผู้มีอำนาจมากคนหนึ่งแห่งยุค ดาราชายที่ต้องการก้าวไปข้างหน้า ล้วนถูกเขากระทำชำเราทั้งสิ้น รวมไปถึง Rock Hudson ที่เรื่องจริงนั้นไม่ต่างจากนิยาย หนักกว่าตรงที่ต้องใช้เวลากว่า 20 ปี ถึงจะหลุดจากอำนาจมืดนี้ได้สำเร็จ ถ้านึกไม่ออกว่าทรมานขนาดไหน.... เราว่าเหมือนติดคุกทั้งเป็นเกือบทั้งชีวิตนั่นแหละ

Scotty Bowers:

เชื่อว่าหลายคนอยากรู้แล้ว ‘สถานบริการทางเพศชั้นสูง’ ในคราบ 'Ernie’s Gas Station' ดินแดนแห่งความฝัน หรือรหัส DreamLand ในเรื่องมีอยู่จริงหรือไม่ คำตอบคือ 'มี' แต่ไม่ได้มาในรูปแบบปั๊มน้ำมัน เพราะมันเป็นตัวบุคคลจริง ในนามว่า Scotty Bowers นักธุรกิจเอเจนท์ขายตัว ที่ได้รับสมญานามว่าเป็นผู้ควบคุมการให้บริการทางเพศที่สุดแสนฉลาดแห่งวงการในยุค Golden Age ถึงขนาดที่ได้รับการกล่าวถึง เป็นผู้จัดหาลูกค้าให้คนในวงการตั้งแต่ Rock Hudson ไปจนถึง Bette Davis

นอกจากนี้ประกอบไปด้วยตัวละครที่อ้างอิงมากจากเรื่องจริงอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็น Mickey Cohen มาเฟียแห่งฮอลลีวูด, Eleanor Roosevelt ผู้ชี้ทางให้แก่วงการภาพยนตร์, Luise Rainer ดาราสาวผู้ปาดหน้าออสการ์ไปจาก Anna May Wong รวมถึง Dorothy Arzner, Irving Thalberg, George Hurrell, Guy Madison และ Rory Calhoun โดย 2 รายหลัง คือดาราชายในสังกัดเด็กปั้น (ที่ต้องยอมจำนนตัว) ของ Henry Willson นั่นเอง 

โดยแก่นแท้ของซีรีส์เรื่องนี้ไม่ได้มีแค่ตีแผ่ความฉาวโฉ่เหม็นเน่าของวงการ Hollywood เพียงแต่อย่างเดียว แต่สอดแทรกเรื่องราวของสิทธิความเท่าเทียม ซึ่งทุกคนที่ได้รับชมจะตระหนักคิดได้ว่าสิ่งนี้ได้เกิดขึ้นกับโลกที่เราอาศัยอยู่ แม้กระทั่งในปัจจุบันก็ยังไม่จางหายไป

RELATED STORIES

Bridgerton,Netflix,Review,Spoii,Spoy,สปอย,รีวิว

5 เหตุผลที่คุณไม่ควรพลาดซีรีส์ Bridgerton จาก Netflix

วังวนรัก เกมไฮโซ ที่จะมาเขย่าหัวใจให้ฟินทุกตอน

Forbes จัดอันดับ 10 นักแสดงหญิงค่าตัวสูงสุดแห่งปี 2020

ดูเหมือนว่าสาวๆ จาก Netflix จะมาแรงเป็นพิเศษ

Emily in Paris เตรียมกลับคืนจอ Netflix กับซีซั่นที่  2

Emily in Paris เตรียมกลับคืนจอ Netflix กับซีซั่นที่ 2

เรื่องราวชีวิตของเธอในภาคต่อจะสนุกแค่ไหนกันนะ

หล่อทุกองศา! รวมลุคแฟชั่นสุดเท่ของ Park Bo Gum จากซีรี่ส์ Record of Youth

หล่อทุกองศา! รวมลุคแฟชั่นสุดเท่ของ Park Bo Gum จากซีรี่ส์ Record of Youth

สมแล้วที่เป็นพระเอกหนุ่มที่กำลังมาแรงที่สุดในขณะนี้

มารู้จัก Stéphane Rolland ผู้สร้างชุดนกสีขาวในเรื่อง Emily in Paris

และนี่คือ Pierre Cadault ผู้สร้างผลงานโอต์กูตูร์ฝรั่งเศสตัวจริง

ชี้เป้าเคสมือถือของ Emily Cooper จาก ‘Emily in Paris’

ชี้เป้าเคสมือถือของ Emily Cooper จาก ‘Emily in Paris’

รับรองว่าถ่ายรูปสวยขึ้นเป็นอีกเท่าตัวเลยล่ะ

ชี้เป้าทุกไอเท็มของ 9 แฟชั่นลุคเด่นจาก Emily in Paris

ชี้เป้าทุกไอเท็มของ 9 แฟชั่นลุคเด่นจาก Emily in Paris

ไล่ตั้งแต่ชุดปาร์ตี้ของ Brooklyn จนถึงชุดกูตูร์ของ Pierre Cadault

Blackpink : Light Up the Sky สารคดีเรื่องแรกของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคเปิดตัวแล้วบน Netflix

Blackpink : Light Up the Sky สารคดีเรื่องแรกของเกิร์ลกรุ๊ปแห่งยุคเปิดตัวแล้วบน Netflix

กว่าจะมาเป็นซูเปอร์สตาร์ในทุกวันนี้ พวกเธอจะต้องผ่านอะไรมาบ้าง

เทียบช็อตต่อช็อตของ Emily in Paris กับภาพยนตร์แฟชั่นสุดไอคอนิก

มาดูกันว่าผู้กำกับ Sex in the City จะใส่ดีเทลอะไรไปบ้าง

The Devil All the Time ภาพยนตร์ใหม่จาก Netflix ที่รวบรวมหนุ่มสุดฮอตไว้ในเรื่องเดียว

นอกจากเนื้อเรื่องที่น่าสนใจแล้ว ทางด้านนักแสดงก็น่าสนใจไม่แพ้กัน

Emily In Paris ซีรีส์เอาใจสายแฟ(ชั่น) เรื่องล่าสุดจากค่าย Netflix

กับทีมงานที่คุ้นเคยจากเรื่อง Sex and The City

ส่องเครื่องประดับเลอค่าจากซีรีส์เรื่อง It’s Okay To Not Be Okay

อย่างที่กล่าวกันว่า “Diamond Are A Girl’s Best Friend”

แนะนำ 15 ภาพยนตร์และซีรีส์ LGBTQ+ ที่ควรรับชมก่อนส่งท้าย Pride Month

แนะนำ 15 ภาพยนตร์และซีรีส์ LGBTQ+ ที่ควรรับชมก่อนส่งท้าย Pride Month

ซีรีส์และภาพยนตร์ใน Netflix ที่ทำให้เรามองเห็นอะไรมากมายของเพศทางเลือก

บาซาร์แนะนำ 9 ภาพยนตร์และซีรีส์เล่าเรื่องราวของคนผิวดำที่ควรดู

บาซาร์แนะนำ 9 ภาพยนตร์และซีรีส์เล่าเรื่องราวของคนผิวดำที่ควรดู

มีตั้งแต่เรื่องราวประวัติศาสตร์ คอมเมดี้ฟีลกู้ด จนถึงการ์ตูนดิสนีย์

Gong Yoo จะกลับมาแสดงซีรีส์ไซไฟเรื่องใหม่ใน Netflix

Gong Yoo จะกลับมาแสดงซีรีส์ไซไฟเรื่องใหม่ของ Netflix

สามีแห่งชาติจะมาสร้างปรากฎการณ์อีกครั้ง

มาริลีน มอนโร

มาริลีน มอนโร ความสวยตลอดกาลของดาวค้างฟ้าแห่งฮอลลีวู้ด

10 ดาราสาวฮอลลีวู้ดแฉประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศในกองถ่าย

10 ดาราสาวฮอลลีวู้ดแฉประสบการณ์ถูกคุกคามทางเพศในกองถ่าย

MOST VIEWED

Daphne Bridgerton สวมชุดสวย 104 ชุดตลอดซีรีส์ Bridgerton ทั้ง 6 ตอน

ตกเฉลี่ยตอนละ 16-17 ชุดเลยทีเดียว

STYLE FILE | 11 January 2021
9 เทรนด์กระเป๋าแห่งปี 2021 ส่งตรงจากรันเวย์

9 เทรนด์กระเป๋าแห่งปี 2021 ส่งตรงจากรันเวย์

มาช็อปกระเป๋าใหม่รับปีวัวกัน

RUNWAY TRENDS | 8 January 2021

MORE FROM

ENTERTAINMENT

Billie Eilish และ Rosalía จับมือกันทำแทร็คใหม่ล่าสุด ‘Lo Vas A Olvidar’

ปล่อยตัวเพลงใหม่ในอาทิตย์นี้ สำหรับตอนพิเศษของเรื่อง Euphoria

ENTERTAINMENT | 20 January 2021

Sex and the City กลับคืนจอ HBO Max โดยไร้เงาของ Samantha Jones

และนี่คือเหตุผลทั้งหมดว่าทำไม?

ENTERTAINMENT | 12 January 2021

THANK YOU FOR
YOUR SUBSCRIPTION!